21 นักวิชาการอาวุโส ออกแถลงการณ์ จี้ กกต.ส่งคดีฮั้ว สว.ถึงศาลฎีกา

กลุ่มนักวิชาการอาวุโส 21 คน ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยระบุว่ามีข้อกังขาและหลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับการฮั้วเลือก สว. พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเร่งส่งสำนวนและหลักฐานให้ศาลฎีกาพิจารณาโดยเร็ว เตือนหากปล่อยปัญหายืดเยื้ออาจกระทบความน่าเชื่อถือของระบบนิติบัญญัติและกลไกตรวจสอบของประเทศ

30 มิถุนายน 2569 - นักวิชาการกลุ่มอาวุโส ออกแถลงการณ์เรื่อง วิกฤตศรัทธาต่อกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา: กกต. ต้องเร่งส่งศาลฎีกาพิจารณาหลักฐานเชิงประจักษ์ ก่อนระบบนิติบัญญัติจะล่มสลาย” โดยแถลงการณ์ มีเนื้อหาดังนี้

เรียน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพี่น้องประชาชนชาวไทยผู้รักความยุติธรรม

ตามที่ได้มีการจัดให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมาย ซึ่งควรจะเป็นหลักประกันในการปฏิรูปการเมืองและการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐ ทว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กระบวนการดังกล่าวกลับเต็มไปด้วยข้อกังขา พฤติการณ์ และหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า เกิดการสมยอม ทุจริต และบล็อกโหวตอย่างเป็นระบบกว้างขวางทั่วประเทศ หรือที่สังคมประณามว่า "กระบวนการฮั้วเลือก สว."

ในฐานะ "กลุ่มนักวิชาการอาวุโส" จากหลากหลายสาขาวิชา ผู้ได้เฝ้าติดตามความเป็นไปและโครงสร้างปัญหาของประเทศมาโดยตลอด มีความห่วงอย่างยิ่งต่อทิศทางของบ้านเมือง เราไม่อาจนิ่งเฉยต่อความฟอนเฟะของระบบการเมือง และการทำหน้าที่อันน่ากังขาขององค์กรอิสระได้อีกต่อไป

จึงจำเป็นต้องออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และประชาชนชาวไทย ดังต่อไปนี้:

สองปีแห่งความเพิกเฉย: หลักฐานเชิงประจักษ์ที่ไม่อาจปฏิเสธ

นับจากวันที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงนามรับรองผลการเลือกและปล่อยให้บุคคลเหล่านั้นเข้าปฏิบัติหน้าที่ในสภาสูง บัดนี้เวลาได้ล่วงเลยมานานถึงสองปีเต็ม

ตลอดระยะเวลาดังกล่าว ข้อเท็จจริง ข้อมูลเชิงสถิติ และพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ (Empirical Evidence) ได้ปรากฏเด่นชัดต่อสายตาประชาคมแล้วว่า สมาชิกวุฒิสภาจำนวนมากมิได้เป็นตัวแทนของผู้ทรงคุณวุฒิอย่างแท้จริง หากแต่เป็นผลผลิตของขบวนการจัดตั้งและกลฉ้อฉลทางการเมือง

การที่ กกต. ปล่อยปละละเลยให้เวลาทอดยาวมาถึงสองปี ยิ่งตอกย้ำภาพจำของสังคมว่า กกต. กำลังทำหน้าที่เป็นเพียง "ตรายาง" หรือไปรษณีย์ส่งผ่านรายชื่อ โดยละเลยต่อเจตนารมณ์แห่งความสุจริตและเที่ยงธรรม

2.มหันตภัยการแทรกแซงเบ็ดเสร็จ และวิกฤตรัฐธรรมนูญ

กลุ่มนักวิชาการอาวุโสขอเตือนด้วยความห่วงใยว่า วุฒิสภาคือ "ต้นน้ำ" ของกระบวนการนิติบัญญัติและเป็นผู้มีอำนาจชี้ชะตาในการแต่งตั้งบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ หากเราปล่อยให้สภาสูงแห่งนี้ถูกยึดครองโดยกลุ่มทุน กลุ่มอิทธิพล หรือนอมินีของพรรคการเมือง กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลทั้งหมดของประเทศจะถูกแทรกแซงอย่างเบ็ดเสร็จ (Captive State) องค์กรอิสระจะกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งจะนำพาประเทศชาติไปสู่วิกฤตรัฐธรรมนูญขั้นรุนแรงที่ยากจะเยียวยา และอาจบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ในสังคม

3.ข้อเรียกร้องขั้นเด็ดขาดต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

เพื่อป้องกันมิให้บ้านเมืองต้องเผชิญกับทางตันและรักษาระบบนิติรัฐให้คงอยู่ เราขอเรียกร้องให้ กกต. ใช้อำนาจและสำนึกทางจริยธรรม ดำเนินการดังต่อไปนี้โดยทันที:

ยุติการเพิกเฉย และเร่งส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา: ในเมื่อบัดนี้พยานหลักฐานและข้อเท็จจริงมีความชัดเจนเป็นที่ประจักษ์แล้ว กกต. ต้องหยุดประวิงเวลา และรีบจัดส่งสำนวนคดีพร้อมหลักฐานทั้งหมดไปยังศาลฎีกา เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาพิพากษาถอดถอนและลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายโดยเร็วที่สุด

ดำเนินคดีอาญาอย่างถึงที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น: ต้องสาวให้ถึงต้นตอ ตัดวงจรผู้สมัครรับจ้าง และผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการฮั้วทั้งหมด เพื่อคืนความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่กฎหมายบ้านเมือง

บทสรุป

บ้านเมืองจะระส่ำระสายหากผู้ใช้กฎหมายไร้ซึ่งความกล้าหาญ การที่บ้านเมืองมีปัญหาในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่องค์กรที่ควรจะทำหน้าที่ตรวจสอบ กลับเลือกที่จะนิ่งเฉยและปล่อยผ่าน

พวกเราในฐานะนักวิชาการอาวุโส ขอเรียกร้องให้ กกต. ตระหนักถึงเกียรติภูมิและหน้าที่ต่อแผ่นดิน บังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดและส่งเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยพลัน ก่อนที่ระบบขบวนการยุติธรรมและระบบรัฐสภาของไทยจะพังทลายลงจนเกินเยียวยา และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันจับตาและกดดันให้เกิดการตรวจสอบอย่างถึงที่สุด

"ธำรงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐ ปกป้องระบบรัฐสภา เพื่อประชาธิปไตยที่สุจริตและเที่ยงธรรม"

สำหรับรายชื่อกลุ่มนักวิชาการอาวุโส ประกอบด้วย

1.รศ.ดร.สิริลักษณา คอมันตร์ 2.ดร. อาทิตย์ อุไรรัตน์ 3. ศ.ดร.ปราณี ทินกร 4.รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร5. รศ.ดร.อัจนา ไวความดี 6. ศ.ดร. อภิชัย พันธเสน 7.รศ.วันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน 8.รศ. ดร. สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย 9. รศ.ดร. ภาวดี ทองอุไทย 10. รศ.จุมพล รอดคำดี

11.อ.สุพรรณ นพสุวรรณชัย 12.รศ.ดร. โกวิท ชาญวิทยาพงศ์13.ผศ. จินตนา เชิญสิริ 14.รศ.ดร.ไชยวัฒน์ เผือกคง 15.รศ.ดร. เพลินพิศ สัตย์สงวน 16. ผศ.ดิเรก เต็งจำรูญ17.อ.วณี จีระแพทย์ 18. รศ.สุขุม อัตวาวุฒิชัย 19.รศ.ดร. ธีรภัทร สงวนกชกร 20.รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง 21. ศ.(เกียรติคุณ)ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จตุพร' ประหลาดใจ ฝ่ายค้านเมินขยี้โกงสอบท้องถิ่น วุ่นแต่ปัญหา ฮั้ว สว.

'จตุพร' ประหลาดใจฝ่ายค้านดูเบาตรวจสอบโกงท้องถิ่น ปล่อยรัฐบาลแสดงบทพระเอก วุ่นแต่กับปัญหาฮั้ว สว. กับ AI Passport แนะโละกลไก 'ก.กลาง' จากองค์กรท้องถิ่น

'พริษฐ์' โต้ 'โสภณ' ไม่มีใครหมกมุ่น 'คดีศักดิ์สยาม' แต่กังวลปธ.จะตัดตอนให้ไปไม่ถึงศาล

'พริษฐ์' โต้ 'โสภณ' ไม่ได้มีใคร หมกมุ่น กับเรื่อง ป.ป.ช. และคดีศักดิ์สยาม แต่กังวลว่าท่านประธาน จะ 'หมกเม็ด' และตัดตอนให้เรื่องนี้และฮั้วสว. ไปไม่ถึงศาล เพราะเป็นบาดแผลขนาดใหญ่ของ ระบอบสีน้ำเงิน

กกต. ชวนคนรุ่นใหม่ปล่อยของ! ประกวดคลิปสั้น "ประชาธิปไตยสีขาว" ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 124,000 บาท

สำนักงาน กกต. เปิดเวทีประลองไอเดียสร้างสรรค์ ชวนนักเรียน-นักศึกษา โชว์สกิลผลิตคลิปวิดีโอแนวตั้ง ต้านทุจริตเลือกตั้ง ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 124,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ส่งผลงานได้ถึง 13 ก.ย. 69 ​สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินหน้าสร้างพลังพลเมืองรุ่นใหม่

ประธานสภาฯ ตั้งกก.พิจารณาคำร้องขอศาลฎีกาไต่สวน ป.ป.ช. ยกฟ้องศักดิ์สยามซุกหุ้น ลั่นจากนี้เอาสมองไปทำเรื่องอื่นบ้าง

“โสภณ” เผย ตั้ง กก. พิจารณาคำร้อง ฝ่ายค้าน-สว. ขอ ศาลฎีกาสอบ ป.ป.ช. ยกฟ้องคดี”ศักดิ์สยาม” แจง ตั้งคนนอกร่วมเพื่อความโปร่งใส ยันไม่ใช่กก.ทิพย์ โยนช้า-เร็วอยู่ที่ กก. ขอเอาสมองไปทำอย่างอื่น เหน็บอย่าหมกมุ่นอยู่เรื่องเดียว

'ณัฐพงษ์' ซัดนายกฯ เบี่ยงประเด็นโยนฝ่ายค้านอยากเป็นรัฐบาล หวังสกัดซักฟอกโกง สว.

'ณัฐพงษ์' ซัดนายกฯ อย่าเบี่ยงประเด็น หลังถูกจี้ถามคดีโกง สว. ชี้หลักฐานชัดเจนจากบุคคลที่ร่วมขบวนการแล้วเสียผลประโยชน์ แย้มมีหลักฐานเด็ด แต่เก็บไว้เปิดช่วงซักฟอก

'จตุพร' ชี้คดีฮั้วสว. ส้มล้มรัฐบาลไม่ได้ เพราะขาดความเชื่อมโยงกับรัฐมนตรี

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ประเมินการเมืองในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยเชื่อว่า สถานการณ์ครึ่งหลังเ