นายกฯ ลั่นคิดเหมือนประชาชน ต้องลงโทษให้สาสม ขออัยการเร่งทำคดีฆ่า 2 พี่น้องรัสเซียให้เร็วที่สุด

นายกฯ ลงพื้นที่ชลบุรี เร่งรัดสำนวนคดีฆ่าสองพี่น้องรัสเซีย ให้ฆาตกรได้รับลงโทษสูงสุดสาสมกับกรรมที่ทำไว้ บอกประชาชนคิดอย่างไรผมก็คิดอย่างนั้นแต่พูดไม่ได้เพราะเป็นนายกฯ เผยลงพื้นที่เร่งคดี ย้ำต้องสร้างความเชื่อมั่นต่างชาติเหตุการณ์ต้องไม่เกิดขึ้นอีก

1 สิงหาคม 2569 - เมื่อเวลา 12.35 น. ที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนลงพื้นที่ติดตามคดีฆ่าสองพี่น้องชาวรัสเซีย ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งประชาชนเรียกร้องอยากให้โทษประหารชีวิต ว่า เรามีกระบวนการทางกฎหมายที่จะดำเนินการกับคนที่ก่อความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างเด็ดขาดอยู่แล้ว และตนกำลังจะเดินทางไปจังหวัดชลบุรีเพื่อไปเร่งรัดสำนวนคดีและให้ทุกอย่างมีความกระชับและมีความแม่นยำเพื่อให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษสูงสุดให้สาสมกับกรรมที่เขาทำเอาไว้

นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้ประชาชนได้ไว้วางใจ แต่เราอย่าไประบายอารมณ์ออกมาว่าจะต้องได้รับโทษอย่างไรแบบไหน เพราะว่าคนที่จะตัดสินและลงโทษเขาก็คือศาลยุติธรรม งานนี้ตนจะต้องกำชับและย้ำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงขอความร่วมมือจากสำนักงานอัยการสูงสุดให้เร่งทำคดีให้เร็วที่สุด เพราะว่าไม่ใช่คดีสะเทือนขวัญเฉพาะคนไทยด้วยกัน แต่มันเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ขอให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจและอย่ากังวล เราจะทำอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า ผู้ก่อเหตุเพิ่งพ้นโทษมาแค่2เดือน แล้วมาก่อเหตุจึงมีการตั้งข้อสงสัยว่าแล้วปล่อยออกมาจากคุกได้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า นั่นไง ที่ปล่อยออกมาได้แล้วเพราะว่าเขาพ้นโทษ เราต้องทำตามขั้นตอนกฎหมาย มันมีช่องทางตามกระบวนการของกฎหมายอยู่แล้ว อย่างกรณีนี้เป็นการฆ่าคนตาย แล้วเพิ่งพ้นโทษและกระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ตนเชื่อว่าโทษของเขาจะต้องหนักหนาสาหัสมาก นี่คือสิ่งที่ตนจะต้องไปกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีด้วยความรัดกุมและรอบคอบให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติได้มีการประสานไปยังประเทศรัสเซียแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราจะอำนวยความสะดวกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทราบมาเบื้องต้นคุณแม่ของเด็กสองคนซึ่งเป็นชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในประเทศไทยก็จะประสานอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด นี่คือสิ่งที่ตนอยากจะบอก ถามว่าตนไปทำไม คือไปเพื่อให้ทุกอย่างได้รับการดำเนินการให้รวดเร็วที่สุด ทั้งเรื่องการดำเนินคดีและการส่งร่างกลับไปยังบ้านเกิดของเขา และในเรื่องการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และจะต้องดำเนินการอำนวยความสะดวกทุกอย่างให้กับพวกเขา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทั่วโลกเหตุการณ์อย่างนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก

เมื่อถามว่า จะต้องมีการกำชับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือไม่ ในเรื่องการสร้างความมั่นใจเพราะผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องทุกฝ่ายแหละครับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเขาก็ไปโปรโมตประเทศไทย พยายามจะขึ้นทะเบียนมัคคุเทศก์ และอำนวยความสะดวกต่างๆ แต่ในเรื่องความปลอดภัยในประเทศของเราก็ต้องเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะต้องกวดขันให้เต็มที่ แต่กรณีเป็นการอ้างว่าเอาป้ายตำรวจไปข่มขู่ผู้เคราะห์ร้าย และไปทำร้ายพวกเขา ก็ต้องกำชับและมีการขยายผลว่าทำไมถึงมีเหตุเช่นนี้ขึ้น

“เชื่อเถอะครับว่าผมไม่ปล่อย เอาว่าต้องเอาให้สาสมกับสิ่งที่เขาทำผิดมา เพราะมันไม่ใช่แค่2ศพแต่มัน5ศพ เพราะฉะนั้นประชาชนคิดอย่างไรผมก็คิดอย่างนั้น แต่เป็นนายกฯจะไปพูดไม่ได้ แต่เดี๋ยวต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อย“ นายอนุทิน กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โวบี้สแกมเมอร์ระหํ่า! กรณ์แฉชื่อพันทุนเทา

“อนุทิน” กร้าว ปราบสแกมเมอร์บ้าระห่ำ “สีหศักดิ์” ชี้ปม กมธ.สหรัฐฯ ตรวจสอบ  “วรภัค” เป็นเรื่องตัวบุคคล รบ.กวาดล้างทุนเทา อายัดทรัพย์ 2 หมื่นล้าน

'อนุทิน' ลั่นรัฐบาลปราบสแกมเมอร์บ้าระห่ำ ยึดทรัพย์ไม่เกรงใจใคร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ออกส่งหนังสือถึงรัฐบาลสหรัฐฯขอให้ตรวจสอบและพิจารณาคว่ำบาตร 28 รายชื่อ ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีรายชื่อของนายวรภัค ธันยาวงษ์

'อนุทิน' ชี้จุดเริ่มมาจากการเมือง ลากภูมิใจไทยไปเอี่ยวคดีฮั้ว สว.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเสียงวิพากษณ์วิจารณ์คดีฮั้วสว. ที่ยังคงมีต่อเนื่องว่า ตนยืนยันเหมือนเดิมรัฐบาลไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับการตัดสินใจหรือมติหรือการส่งดำเนินคดีใดๆก็ตาม

นายกฯ เข้าทำเนียบฯ 'สีหศักดิ์' นำทีม UNCLOS รายงานผลประชุมนัดแรก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ภายหลังปฎิบัติภารกิจที่กระทรวงมหาดไทย โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ พร้อมด้วย