
สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM2.5 อาจเบาบางลงจนสังเกตเห็นไม่ได้ด้วยตาเปล่า แต่แท้จริงแล้วยังเป็นภัยเงียบที่ไม่เคยจางหายไปจากสังคมไทย การเตรียมความพร้อมเพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 เชิงรุกจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 ที่เปรียบเสมือน “เครื่องเตือนภัยฝุ่นจิ๋ว” ช่วยตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและเตรียมพร้อมรับมือ ดังนั้นยิ่งเซนเซอร์ตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 มีจำนวนมากก็ยิ่งทำให้สามารถแสดงผลค่าเฉลี่ยคุณภาพอากาศได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับสภาพความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น
“โลกในอนาคตคือโลกที่สนใจสิ่งแวดล้อม จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีเครื่องมือชี้วัดคือ เซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ Sensor for All ที่จะเป็นตัวพิสูจน์คุณภาพอากาศที่ดี อันเป็นจุดดึงดูดว่าไทยเป็นเมืองที่น่าอยู่ น่าอาศัย หากเริ่มต้นตรงนี้ไว้แล้วขยายผล สร้างความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการและประชาชนจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้ทรรศนะถึงความสำคัญของการติดตั้ง Sensor for All


เชื่อมโยงข้อมูล-ขยายเซ็นเซอร์วัดฝุ่น
ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานพลังงานจังหวัดได้ร่วมกันติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ต่าง ๆ อาทิ เขื่อน โรงไฟฟ้า โรงงานขนาดใหญ่ สี่แยกไฟแดง หรือเขตถนนที่มีการจราจรหนาแน่น สถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัด รวม 500 จุดทั่วประเทศ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลคุณภาพอากาศจากแอปพลิเคชัน Air4Thai ของกรมควบคุมมลพิษ และแอปพลิเคชัน Dustboy ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำให้มีข้อมูลคุณภาพอากาศแสดงผลในแอปพลิเคชัน Sensor for All รวมกว่า 1,200 จุด ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจเช็คข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ได้ถึง 3 ช่องทาง คือ แอปพลิเคชัน Sensor for All, ทางเว็บไซต์ https://sensorforall.com/ และจอแสดงผลคุณภาพอากาศ (Display Billboard) ตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่ทั่วประเทศ

นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยว่า กฟผ. ได้ติดตั้ง Sensor for All และเชื่อมโยงข้อมูลคุณภาพอากาศจากเครือข่ายพันธมิตรหลายหน่วยงาน รวมถึงพัฒนาด้านอื่น ๆ อาทิ แอปพลิเคชันการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ นวัตกรรมการดูแลคุณภาพอากาศ และศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ เพื่อเป็นข้อมูลและสารสนเทศของคุณภาพอากาศที่ประชาชน ชุมชน และสังคมทุกภาคส่วน ได้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง
ด้าน ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการพัฒนานวัตกรรม Sensor for All ว่า ถ้ามอง Sensor for All ในเชิงเทคโนโลยีอาจไม่ได้เป็นนวัตกรรมที่ล้ำลึก แต่หากมองในเชิงสังคมถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเมื่อมีข้อมูลแจ้งเตือนภัยเรื่องฝุ่นในพื้นที่ ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกิดการตอบสนองเพื่อสั่งการและแก้ปัญหาโดยไม่ต้องรอหน่วยงานส่วนกลาง ทำให้สามารถจัดการปัญหาได้อย่างทันท่วงที
ไม่ใช่แค่แจ้งเตือน...แต่ขยายผลแก้ปัญหาจริง
ภายหลังจากการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ต่าง ๆ ยังพบว่า หลายพื้นที่สามารถนำข้อมูลที่ปรากฎภายใน Sensor for All ไปใช้กำหนดนโยบายเพื่อแก้ปัญหาได้ทันที อาทิ
จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดปัญหาหมอกควันบ่อยครั้ง นายอดิศร แดงเรือน ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 เปิดเผยว่า ภายหลังที่มีการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัด PM2.5 นอกจากใช้สำหรับดูข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนได้ด้วย
“เบื้องต้นเราก็อธิบายว่า ลักษณะอากาศที่เลวร้ายเป็นอย่างไร อากาศที่ดีเป็นอย่างไร แล้วเราควรจะใช้ชีวิตอย่างไรในสภาพอากาศภาวะต่าง ๆ ซึ่งนักเรียนก็ให้ความสนใจ ถ้าวันนี้มองไปทัศนวิสัยไม่ดีก็จะเช็คอากาศใน Sensor for All ซึ่งสามารถติดตามได้ทุกครั้ง”

เช่นเดียวกับที่จังหวัดเชียงราย นายกิตติภพ เพ็ชรเม็ด วิศวกรปฏิบัติการ สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย ระบุว่า ในช่วงเวลาปกติจะติดตามข้อมูลอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ถ้าช่วงที่ฝุ่นละอองมากในฤดูร้อนจะติดตามทุกวัน ซึ่งผลการตอบรับการใช้แอปอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เพราะจำนวนเซนเซอร์ที่ติดตั้งอยู่ในจังหวัดมีการกระจายตัวมาก ทั้งในอำเภอเมืองเชียงราย อำเภอพาน อำเภอเชียงของ และอำเภอเวียงป่าเป้า ทำให้ค่าที่วัดได้เป็นค่าที่แท้จริงในพื้นที่นั้น และสามารถติดตามได้ทุกที่ทุกเวลา

ส่วนพื้นที่เขตเมืองอย่างเทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศประมาณ 40 จุด ในบริเวณที่ประชาชนมีความเปราะบางทางสุขภาพ เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์ดูแลผู้พิการ เพื่อนำข้อมูลมาใช้สำหรับวางแผนในการบริหารจัดการเมือง
“เทศบาลปากเกร็ดได้มีการประยุกต์นำข้อมูลมาใช้เพื่อวิเคราะห์ว่า แต่ละจุดมีแหล่งกำเนิดฝุ่นมาจากอะไรบ้าง เช่น สภาพการจราจร การก่อสร้าง หรือการเผาในที่โล่งแจ้ง ซึ่งเรามีอำนาจในการเข้าไปจัดการและควบคุมตรงนั้นได้ อีกทั้งยังนำข้อมูลเหล่านี้ไปบอกกับประชาชนว่าควรจัดการเรียนการสอนอย่างไรหากช่วงนั้นปริมาณฝุ่นมาก ซึ่งประชาชนก็สามารถเข้าถึงได้จากจอแสดงผลที่ติดตั้งอยู่ในชุมชน แอปพลิเคชัน หรือไลน์ได้” นายณัฐพงศ์ ศรีสว่าง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการพิเศษ สำนักการช่าง เทศบาลนครปากเกร็ด กล่าว

การพัฒนาแพลตฟอร์มตรวจวัดคุณภาพอากาศ Sensor for All นับเป็นก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาฝุ่นเชิงรุก เพราะมิใช่เพียงการเพิ่มจำนวนเซนเซอร์ตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 ที่ติดตั้งในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเตือนภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญทำให้เกิดการขับเคลื่อนของภาคประชาสังคมในการตระหนักเฝ้าระวัง วางแผนรับมือ ตลอดจนแสวงหาแนวทางแก้ปัญหาฝุ่นร่วมกันได้อย่างตรงจุดและรวดเร็วเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กฟผ. 57 ปี ขับเคลื่อนพลังไทยสู่อนาคต
จากก้าวแรกสู่ก้าวที่ 57 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทุกองคาพยพในองค์การยังคงมุ่งมั่นดำเนินภารกิจในฐานะ องค์การหลักด้านความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าของประเทศไม่เคยแปรเปลี่ยน
เฝ้าระวัง! กทม. ค่าฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้ช่วงนี้คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี
สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 27 เม.ย.2569
กฟผ. จับมือ IEEE PES Thailand จัดงาน 'IEEE PES Day 2026' เร่งขับเคลื่อนพลังงานสะอาด เสริมเสถียรภาพระบบไฟฟ้าสู่อนาคตยั่งยืน
กฟผ. ร่วมกับสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) จัดงาน "IEEE PES Day 2026" เปิดเวทีความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เสริมเสถียรภาพโครงข่ายไฟฟ้า รองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด และพัฒนาคนรุ่นใหม่ด้านพลังงานของประเทศ
'นายกฯ' ขน รมต.ชุดใหญ่ บินเชียงใหม่ ติดตามแก้ปัญหาไฟป่า-ฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ
นายกฯ นำรัฐมนตรีลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามการแก้ปัญหาไฟป่า-ฝุ่นละออง ส่งผลกระทบคุณภาพชีวิต ปชช.
‘อนุทิน’ เตรียมยกทีม รมต. ลงพื้นที่เชียงใหม่แก้ปัญหาไฟป่า-ฝุ่น PM2.5 พรุ่งนี้
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569 ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาการมอบนโยบาย
ฝุ่นพิษณุโลกวิกฤตต่อเนื่อง PM2.5 เกินร้อยร่วม 2 สัปดาห์
สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 จังหวัดพิษณุโลกยังน่าห่วง หลังค่าฝุ่นเกินมาตรฐานต่อเนื่องร่วม 2 สัปดาห์ นับจากช่วงหลังสงกรานต์ เช้านี้วัดได้ 117 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ประชาชนลดกิจกรรมกลางแจ้ง หลายคนสวมหน้ากากออกกำลังกายและทำบุญ ขณะจุดความร้อนยังพบมากในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวน

