ในปี 2565 นี้ ปัญหาขยะยังเป็นหนึ่งเรื่องสำคัญที่สร้างผลกระทบให้กับสิ่งแวดล้อมอยู่ ไม่ใช่แค่ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ แต่ในระดับชุมชน หรือหมู่บ้านนอกเมืองก็ต้องประสบกับปัญหานี้เช่นกัน ซึ่งส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าความเข้าใจในเรื่องของขยะในประเทศไทยนั้นยังจำกัดวงแคบอยู่ จึงทำให้หลายพื้นที่หรือหลายครัวเรือนอาจจะมีการจัดการในลักษณะที่ไม่ถูกต้อง นำมาซึ่งปัญหาทั้งตัวขยะเอง และการเก็บกวาด แม้ที่ผ่านมานั้นจะเห็นได้ว่ามีโครงการออกมาพูดถึงหรือรณรงค์ในเรื่องนี้อย่างมากมาย แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถเปลี่ยนความเคยชินของคนในสังคมได้เลยทันที
แน่นอนว่ายิ่งในพื้นที่ที่เป็นชุมชน ที่มีประชากรหนาแน่น มีพื้นที่จำกัดปัญหาขยะก็มักจะเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่างๆ จนนำไปสู่ผลเสียทั้งด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงอาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งของคนชุมชนอีกด้วย เช่นเดียวกับในอดีตของชุมชนเรวดีโซน 2 ที่ถือว่าเป็นชุมชนเมืองขนาดใหญ่ ประชากรอาศัยหนาแน่นในรูปแบบห้องเช่า และทาวเฮาส์บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนี่ยม โรงงาน โรงเรียน เดิมผู้คนมีวิถีชีวิตแบบต่างคนต่างอยู่ จึงขาดการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชนร่วมกัน และนำไปสู่การประสบปัญหาขยะล้นถัง ส่งกลิ่นรบกวน
โดยผู้ที่ก่อให้เกิดปัญหาส่วนใหญ่มาจากประชากรแฝง และชุมชนไม่มีการจัดการขยะที่ดีพอ มีแต่รอทางเทศบาลมาจัดเก็บ แต่ด้วยปัญหาที่เริ่มหนักขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ในปี 2549 ประธานชุมชน เริ่มชักชวนเพื่อนบ้านพูดคุยถึงปัญหาและวิถีชีวิตคนชุมชนเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาขยะที่เกิดขึ้นจำนวนมาก จากปัญหาจัดการขยะนำไปสู่การขยายการรวมตัวกันในชุมชน ลุกขึ้นมารณรงค์จัดการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยได้รับความร่วมมือจากชุมชนร่วมกิจกรรมอย่างดี และนำความรู้กลับไปทำต่อในชีวิตประจำวัน

ชุมชนเรวดีโซน 2 ตั้งอยู่ที่ตำบลตลาดขวัญ อยู่ในพื้นที่ของเทศบาลนครนนทบุรี มีพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ ซึ่งถือว่าเป็นชุมชนเมืองขนาดใหญ่ และมีประชากรหนาแน่น จำนวน 625 ครัวเรือน / 3,418 คน ซึ่งจากการรวมกลุ่มกันนั้นมีการทำงานในลักษณะจิตอาสา ที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งประกอบด้วยผู้คนหลายวัย ทั้งผู้ใหญ่-เด็ก และมีความหลากหลายในอาชีพ อาทิ กลุ่มรักษ์เรวดี กลุ่ม อสม. กลุ่มฝึกอาชีพในกลุ่มสตรี กลุ่มสองขาพิทักษ์โลก เป็นต้น ร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ รวมทั้งความเป็นอยู่ของคนในชุมชน
โดยแผนการดำเนินงานถูกต่อยอดมาในหลายรูปแบบ อาทิ เมื่อปี 2550 เกิดกิจกรรมคัดแยกขยะรีไซเคิลในชุมชน โดยคณะกรรมการชุมชนประชาสัมพันธ์ในชุมชนเรวดี โซน 2 ให้ช่วยกันคัดแยกขยะรีไซเคิล มีการแจกแบบสำรวจการซื้อขายขยะรีไซเคิลเพื่อจะได้ทราบปริมาณขยะรีไซเคิลในชุมชน และหลังจากกิจกรรมเริ่มเดินหน้า ถนนสะอาดขึ้น ไม่ล้นด้วยขยะเหมือนแต่ก่อน มีเศษวัสดุเหลือใช้ที่นำมาดัดแปลงเป็นโต๊ะ/เก้าอี้ใช้ในศูนย์เรียนรู้
รวมทั้งยังมีการจัดการขยะที่เป็นแบบอย่างของชุมชนเมือง (คัดแยก ทำปุ๋ยหมัก รีไซเคิล) เพื่อลดปริมาณขยะในชุมชนเมือง และมีการจัดการขยะ โดยชาวบ้านที่เป็นคุณครู หลังเลิกงาน จะมีกิจกรรมชวน เด็กๆ นักเรียนที่หลังเลิกเรียนแล้วในชุมชน ปั่นจักรยานเก็บขยะ ซอย 10,12 ,14 ,16 และซอย 8 เข้าเป็นบางครั้งเพราะในซอยมีการดูแลดี
กรรมการชุมชนยังได้มีการประสานงานชาวบ้านรณรงค์ติดตั้งถังดักไขมัน เพื่อลดปัญหาน้ำเสียจากครัวเรือน โดยเริ่มทำบ้านแกนนำกระจายไปทุกซอยประมาณ 20 หลัง จึงทำให้มีการติดตั้งถังดักไขมัน เพื่อลดปัญหาน้ำเสียจากครัวเรือน รวมทั้งยังใช้สื่อที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการอนุรักษ์ฯ จนสามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลาย เข้าใจง่าย น่าสนใจ ประหยัดทรัพยากรและค่าใช้จ่าย ร่วมสมัย/สื่อใหม่ เช่น สื่อออนไลน์ คิวอาร์โค้ด ฯลฯ ซึ่งได้รับการ สนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ

นอกจากนี้ยังมีการปรับภูมิทัศน์ด้วยการสร้างพื้นที่สีเขียว มีการถ่ายทอดให้เด็กมีจิตใจรักธรรมชาติ ด้วยการให้ผู้ปกครองพาเด็กๆ เข้ามาร่วมกิจกรรมในวันเสาร์/อาทิตย์ เพื่อส่งเสริมให้สร้างพื้นที่สีเขียวหลายระดับ ด้วยการเพิ่มไม้สวยงาม รวมทั้งการปลูกพืชแนวตั้ง เช่น บ้านพื้นที่น้อย ทาวน์เฮ้าส์ ห้องแถว คอนโด เป็นต้น และทำการอบรมให้ความรู้การขยายพันธุ์พืช โดยประสานผู้เชี่ยวชาญสาธิตการปลูกต้นไม้ การขยายพันธุ์พืชอย่างถูกวิธี
รวมทั้งยังส่งเสริมให้สมาชิกของชุมชนดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บนพื้นฐานการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมมือกับเทศบาลนครนนทบุรี กศน.นนทบุรี กระทรวงสาธารณสุขเพื่อเป็นเครือข่ายในการแก้ไขมลพิษ และตั้งเป้าที่จะเป็นชุมชนต้นแบบการลดก๊าซเรือนกระจก ผ่านกิจกรรมชุมชนคาร์บอนต่ำ ประจำปี 2564 “โครงการนครนนท์สู่เมืองคาร์บอนต่ำ(Low Carbon City)”
ขณะเดียวกันกลุ่มจิตอาสายังขยายผลไปชุมชนข้างเคียงและยังเริ่มศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อนำความรู้มาปรับใช้ต่อยอดสม่ำเสมอ ส่งผลทำให้เกิดเครือข่ายการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมในบริบทสังคมเมืองใหญ่ ทั้งในภาคประชาชน และการประสานงานกับภาครัฐและภาคธุรกิจ เช่นนักเรียน กศน. ตำบลตลาดขวัญ ใช้แหล่งเรียนรู้ชุมชนเป็นห้องเรียนการขยายพันธุ์พืช และการรักษาพืช ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษารายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง
มูลนิธิบูรณะนิเวศ และเทศบาลตำบลนาดี จ.สมุทรสาคร ศึกษาดูงานการรักษาคูคลองเพื่อเป็นข้อมูลในการทำวิจัยที่ได้รับทุนวิจัยจากสหประชาติ (UN) รวมถึง มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ศึกษาดูงานด้านการรักษา สิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของประเทศในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค รวมถึงยังมีกิจกรรมอื่นๆ อาทิ การส่งเสริมการปลูกต้นไม้ การลดใช้พลังงาน การอนุรักษ์คูคลอง รวมทั้งการนำความรู้การปลูกผักสวนครัว การทำปุ๋ยไปใช้ในพื้นที่ๆ จำกัด ในคอนโดมิเนียม เป็นต้น
โดยชุมชนเรวดีโซน 2 ได้ชื่อว่ามีความโดดเด่น เพราะมีการทำงานอย่างต่อเนื่องในทุกๆ มิติ มีทีมงานที่เข้มแข็ง และสร้างพื้นที่เป็นศูนย์การเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม ที่สำคัญคือมีคนรุ่นใหม่มาสืบทอดการทำงาน พัฒนาต่อให้เป็นพื้นที่สีเขียว ที่คนในชุมชนรอบข้าง มาใช้ประโยชน์ร่วมกัน เช่น เปตอง เดิน วิ่งออกกำลังกาย และมีระบบการดูแลสุขภาพกาย ใจ ของคนในชุมชนและผู้สูงอายุ เป็นรูปแบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของชุมชนในเมืองที่น่าสนใจ จนกลายเป็นชุมชนเข้มแข็งในปัจจุบัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปตท. ขอเชิญร่วมส่งผลงานประกวด “หญ้าแฝกองค์ภูมินทร์ คืนแผ่นดินยั่งยืน”
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ขอเชิญบุคคลทั่วไป ชุมชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน องค์กรอิสระ วัด สมาคม สถาบันการศึกษา รวมถึงนักเรียน นิสิต นักศึกษา และนักออกแบบรุ่นใหม่ ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 14 ประจำปี 2568–2569 ภายใต้แนวคิด “หญ้าแฝกองค์ภูมินทร์ คืนแผ่นดินยั่งยืน” การประกวดครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการปลูก การขยายผล
ปตท. เติมพลังสร้างสรรค์ ชวนส่งผลงานประกวด “ศิลปกรรม ปตท.”
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เชิญชวนศิลปิน เยาวชน และประชาชนที่สนใจ ร่วมส่งผลงานเข้าประกวด “ศิลปกรรม ปตท.” พื้นที่แสดงศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยต่อยอดศิลปะ
ปตท.รับสถานการณ์พลังงานผันผวน ส่งผลการปิดดีลธุรกิจโรงกลั่น-ปิโตรสะดุด
ปตท.รับสถานการณ์พลังงานผันผวน ส่งผลการปิดดีลธุรกิจโรงกลั่น-ปิโตรสะดุด ย้ำธุรกิจสำรวจและผลิต และธุรกิจการค้า เป็นตัวชูโรงหลักในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมปรับกลยุทธ์เร่งการขยายพอร์ต LNG ตั้งเป้าปริมาณแตะ 15 ล้านตัน ภายในปี 78 ยันบริษัทมีสภาพคล่องกว่า 2.3 แสนล้านบาท
ปตท. เผยผลประกอบการ Q1/69 สามารถทำกำไรสุทธิ 25,738 ล้านบาท
ปตท. เผยผลประกอบการ Q1/69 สามารถทำกำไรสุทธิ 25,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% แม้ตลาดพลังงานโลกยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน ชี้ธุรกิจค้าระหว่างประเทศ ปิโตรเคมี-การกลั่น และธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีกปรับเพิ่มขึ้น หนุนรายได้โต
"ส่งพลัง สร้างอนาคต" กับ PTT Digital Arts 2026
พลังงานคือรากฐานของการดำรงชีวิต และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง... ในวาระครบรอบ 48 ปี ปตท. เราเชื่อว่า "พลัง" ของความคิดสร้างสรรค์จากคุณ คือกุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูสู่อนาคตที่ยั่งยืน

