

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 20 ได้จัดขึ้น ณ อาคารมหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน การประชุมผู้แทนระดับชาติแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 20 เป็นการประชุมครั้งสำคัญที่จัดขึ้นในยามที่พรรคฯ และประชาชนชาติพันธุ์ต่างๆ ทั้งหลายเดินทางครั้งใหม่เพื่อสร้างบ้านเมืองให้เป็นสังคมนิยมที่ทันสมัยอย่างรอบด้านและมุ่งสู่ “เป้าหมายศตวรรษที่2” เลขาธิการใหญ่สีจิ้นผิง ชี้ให้เห็นในรายงานว่า จีนจะยึดมั่นในวัตถุประสงค์ด้านนโยบายการต่างประเทศที่พิทักษ์สันติภาพของโลกและส่งเสริมการพัฒนาร่วมกันมาโดยตลอด ทุ่มเทขับคลื่อนการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันแห่งมนุษยชาติ จีนยืนหยัดหลักการ 5 ประการแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ผลักดันการสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในรูปแบบใหม่ ลงลึกการสร้างความสัมพันธ์หุ้นส่วนที่เท่าเทียม เปิดกว้าง และร่วมมือ ขยายจุดร่วมของผลประโยชน์กับประเทศต่างๆ
เนื่องในโอกาสการเปิดการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่20 และครบรอบ 10 ปีแห่งการก่อตั้งสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น สถานกงสุลใหญ่จีนฯ จึงอยากบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงสิบปีที่ผ่านมาระหว่างสถานกงสุลใหญ่จีนฯ กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย
สิบปีแห่งความรุ่งโรจน์ ทะยานสู่ความสำเร็จด้วยพลัง
รำลึกครบรอบสิบปีการก่อตั้งสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2555 สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่นได้เปิดอย่างเป็นทางการที่เทศบาลนครขอนแก่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยในปี พ.ศ. 2565 ถือเป็นวาระครบรอบ 10 ปีของการก่อตั้งความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างครอบคลุมระหว่างจีน-ไทยและกำลังจะเข้าสู่ปีที่ 10 ของข้อริเริ่ม "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" ส่วนสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่นก็ถึงวาระครบรอบ 10 ปีด้วยเช่นกัน
ในวัฒนธรรมจีน "10" ถือว่าเป็นตัวเลขที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ "สิบปีแห่งความหนาวเหน็บ" หมายถึง ความสำเร็จของนักเรียนต้องอาศัยความเพียรพยายามศึกษาเล่าเรียนในระยะยาว "สิบปีในการลับดาบ" หมายถึง ความสำเร็จของกิจการต้องอาศัยความวิริยะอุตสาหะในระยะยาว "สิบสมบูรณ์แบบ" หมายถึง กระบวนการที่สวยงามและมีผลสำเร็จ "10" แสดงถึงความคงอยู่และความสมบูรณ์ โดยในช่วงสิบปีที่ผ่านมาเป็นบันทึกที่แท้จริงของสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่นก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งขันและสร้างมิตรภาพระหว่างจีน-ไทยให้แข็งแกร่ง

วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2555 สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่นเปิดอย่างเป็นทางการ โดยฯพณฯท่าน เซี่ย ฝู๋เกิน กงสุลใหญ่ในขณะนั้น กล่าวแสดงความขอบคุณ
ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ไทยที่แน่นแฟ้นและการร่วมสร้างแรงขับเคลื่อน "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" สถานกงสุลใหญ่จีนฯ ใช้หลักการแนวคิดของสี จิ้นผิงว่าด้วยการทูตในยุคสมัยใหม่ ดำเนินการตามแนวคิดในการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับมวลมนุษยชาติ อยู่บนพื้นฐานขั้นตอนการพัฒนาใหม่ ดำเนินการตามแนวคิดการพัฒนาใหม่ เดินหน้าผลักดันความร่วมมือเชิงปฏิบัติระดับทวิภาคีในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการเรียนรู้ร่วมกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น รวมถึงปลูกฝังมิตรภาพของ "จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน"
ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา การสื่อสารเชิงนโยบายยังคงมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานกงสุลใหญ่จีนฯได้มีการเยือน 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยอย่างกว้างขวาง มีการเข้าเยี่ยมคารวะผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ทำความเข้าใจเอกลักษณ์ท้องถิ่นและสภาพการพัฒนาในปัจจุบัน อธิบายถึงนโยบายล่าสุดของจีนได้อย่างทันท่วงที ร่วมหารือเกี่ยวกับโอกาสความร่วมมือในอนาคตตามประสบการณ์การพัฒนาของจีน สร้างแพลตฟอร์มที่ดีในการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูล ทั้งยังเปิดช่องทางการสื่อสารเชิงนโยบายกับรัฐบาลท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยด้วย สร้างความร่วมมืออย่างแข็งขันกับหน่วยงานภาครัฐและสื่อกระแสหลัก อาทิเช่น สำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 ขอนแก่น หนังสือพิมพ์ข่าวอีสานไทยแลนด์นิวส์ เป็นต้น บอกเล่าเรื่องราวของประเทศจีนสู่ทุกสาขาอาชีพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย แนะนำการสร้างพัฒนาของจีนในยุคสมัยใหม่และความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในร้อยปีที่ผ่านมา นโยบายการเปิดประเทศของจีนและความสำเร็จของการเสริมสร้าง "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" รวมถึงโอกาสอันยิ่งใหญ่ของมหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาว ณ กรุงปักกิ่ง ฯลฯ ได้รวมรากฐานที่สำคัญของการแลกเปลี่ยนทวิภาคีและความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างทั้งสองประเทศ สร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับตำรวจภูธรภาค 3 และ ตำรวจภูธรภาค 4 ของประเทศไทย มีการจัดตั้งกลไกการเจรจาร่วมกับกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองภาค 4 ของประเทศไทยและด่านศุลกากรหนองคายเขตชายแดนไทย-ลาว จัดหลักสูตรอบรมการเรียนการสอนภาษาจีนแก่หน่วยงานราชการ รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการดำรงชีวิตและการประกอบกิจการให้แก่พี่น้องชาวจีนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
ในปี พ.ศ. 2555 ฯพณฯท่าน เซี่ย ฝู๋เกิน กงสุลใหญ่ในขณะนั้น เข้าเยี่ยมคารวะท่านผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น
ในปี พ.ศ. 2559 ฯพณฯท่าน หลี่ หมิงกัง กงสุลใหญ่ในขณะนั้น เข้าเยี่ยมชมกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง4
ในปี พ.ศ. 2562 ฯพณฯท่าน เหลี้ยว จวิ้นหยุน กงสุลใหญ่ เข้าร่วมหลักสูตรอบรมภาษาจีนสำหรับตำรวจท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
ในปี พ.ศ. 2565 ฯพณฯท่าน เหลี้ยว จวิ้นหยุน กงสุลใหญ่ เข้าเยี่ยมชมสำนักประประชาสัมพันธ์เขต1 ขอนแก่น
ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ว่าด้วยการพัฒนาด้านคมนาคมเพื่อเชื่อมต่อกับการดำรงชีวิตของประชาชนให้เป็นไปได้อย่างกว้างขวาง การพัฒนาเส้นทางรถไฟจีน-ไทยที่วิ่งผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย คือโครงการความร่วมมือ "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" เป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญระหว่างจีนและไทย กล่าวคือ การสนับสนุนและพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพด้านการก่อสร้างรถไฟนั้น ถือเป็นงานสำคัญหลักๆของสถานกงสุลใหญ่จีนฯ ที่ถูกเน้นย้ำ นับตั้งแต่ก่อตั้งสถานกงสุลใหญ่จีนฯ เป็นต้นมา ได้มีการเยี่ยมชมสถานที่ก่อสร้างหลายครั้งเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับความคืบหน้าและปัญหาที่พบขณะปฏิบัติของโครงการ โดยมุ่งเน้นที่การก่อสร้างทางรถไฟจีนไทย โดยได้มีการหารือกับหน่วยงานราชการท้องถิ่นของไทยและองค์กรชาวจีนโพ้นทะเลหลายครั้ง เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเส้นทางรถไฟจีน-ไทย ส่งเสริมและสนับสนุนสถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยขอนแก่นในการจัดอบรม "หลักสูตรฝึกอบรมการรถไฟจีน-ไทย" สนับสนุนการจัดอบรมภายใต้ความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยอาชีวศึกษาของท้องถิ่นและวิทยาลัยเทคนิคการรถไฟอู่ฮั่นประเทศจีนที่จัดโครงการฝึกอบรม"วิทยาลัยรถไฟความเร็วสูงลู่ปัน" เพื่อส่งเสริมความสามารถและปลูกฝังเทคนิคเฉพาะทางสำหรับการก่อสร้างเส้นทางรถไฟจีน-ไทย
ในปี พ.ศ. 2560 ฯพณฯท่าน หลี่ หมิงกัง กงสุลใหญ่ในขณะนั้น ได้เข้าร่วมสัมมนาเรื่องการวางแผนระยะยาวในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศไทย
ในปี พ.ศ. 2565 ฯพณฯท่าน เหลี้ยว จวิ้นหยุน กงสุลใหญ่ เยือนสองจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยเพื่อศึกษาดูงานความคืบหน้าของการเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟจีน-ลาว-ไทย
ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา การประกอบการธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นจนได้ผลลัพธ์ที่มีความชัดเจน สถานกงสุลใหญ่จีนฯมีความมุ่งมั่นอย่างแข็งขันที่จะเร่งพัฒนาศักยภาพเพื่อเข้าสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ ประการแรก คือการศึกษาดูงานเชิงลึกในภาคธุรกิจหลักๆในพื้นที่เขตรับผิดชอบของสถานกงสุลใหญ่จีน และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และบริษัทในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยอย่างเป็นทางการทั้งในด้านเทคโนโลยีและการเกษตร และส่งเสริมการพัฒนาเพื่อเข้าสู่นโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” และ “ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC)”ร่วมกับการก่อสร้างทางรถไฟจีน-ไทย ประการที่สอง คือการสนับสนุนอย่างเป็นทางการในด้านการพัฒนาบริษัทจีนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เยี่ยมเยือนและแสดงความห่วงใยต่อบริษัทจีนเป็นประจำ อาทิเช่น บริษัท กว๋างเขิ่น รับเบอร์ บริษัท กว่างซี คอนสตรัคชั่น เอ็นจิเนียริ่งกรุ๊ป ยีอาน (ประเทศไทย) จำกัดและอื่นๆในพื้นที่รับผิดชอบของสถานกงสุลใหญ่จีนฯ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจ ขจัดความกังวลของบริษัทและพนักงาน และช่วยให้บริษัทจีนพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่น และเติมเต็มพลังเพื่อเป็นแรงผลักดันอย่างแข็งขันในการพัฒนาสังคม ประการที่สาม คือการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างรัฐบาลและหอการค้าของทั้งสองประเทศ ได้เป็นพยานในการพัฒนาตามลำดับในด้านการเชื่อมความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องจีน-ไทย ทั้ง 8จังหวัดมณฑล ได้แก่ มณฑลเสฉวนกับจังหวัดนครราชสีมา มณฑลฝู๋เจี้ยนกับจังหวัดขอนแก่น เมืองลั่วหยางกับจังหวัดอุดรธานี เทศบาลหนานหนิงกับเทศบาลนครขอนแก่น โดยรัฐบาลจังหวัดและเมืองได้หล่อหลอมความสัมพันธ์ฉันมิตรและความร่วมมือทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ซึ่งยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นำพาประโยชน์สู่ประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างทั่วถึงและก่อให้เกิดผลลัพธ์จากการแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมในแนวคิดแบบชนะร่วมกัน
ในปี พ.ศ. 2560 ฯพณฯท่าน หลี่ หมิงกัง กงสุลใหญ่ในขณะนั้น ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในงานสัมมนาเรื่อง การพัฒนาจังหวัดขอนแก่นและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
ในปี พ.ศ. 2565 ฯพณฯท่าน เหลี้ยว จวิ้นหยุนได้เข้าร่วมพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงการสร้างความสัมพันธ์เมืองมิตรไมตรีระหว่างเมืองลี่เจียง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีนและเทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ราชอาณาจักรไทย
ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ทำความเข้าใจกันระหว่างประชาชนได้บรรลุเป็นผลสำเร็จ สายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศเริ่มต้นจากความใกล้ชิดของประชาชน และความใกล้ชิดของประชาชนเกิดจากความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน กิจการงานอันเป็นเจตนาร่วมของประชาชนทั้งสองคือร่วมกันทำความดีและให้ความช่วยเหลือในยามคับขัน เมื่อจังหวัดต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีความต้องการในการขจัดความยากจนและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นของประชาชน สถานกงสุลใหญ่จีนฯ ได้แบ่งปันประสบการณ์ที่ผ่านมาของประเทศจีนในการบรรเทาความยากจนตามเป้าหมายกับฝ่ายไทยอย่างแข็งขัน และยังได้จัดตั้งคณะผู้แทนของหน่วยงานราชการท้องถิ่นเพื่อเยี่ยมชมโครงการบรรเทาความยากจนในมณฑลกว่างซีของประเทศจีน หลังจากความพยายามและทุ่มเทมานานนับปี การดำเนินงานในการลดระดับความยากจนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยได้ประสบความสำเร็จอย่างราบรื่น เมื่อเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่รุนแรงทั่วโลก ผู้คนจากทุกสาขาอาชีพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยได้ยื่นมือช่วยเหลือและแสดงความสนับสนุนด้วยการบริจาคเงินและสิ่งของต่าง ๆ ให้กับพื้นที่ที่เกิดการแพร่ระบาดของประเทศจีนผ่านทางสถานกงสุลใหญ่จีนฯ ในด้านของสถานกงสุลใหญ่จีนฯเอง ยังดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ด้วยการแบ่งปันประสบการณ์ในการต่อสู้กับโรคระบาดที่เกิดขึ้นในประเทศจีน ให้การสนับสนุนด้านปัจจัยและสิ่งของ ประสานงานในการรับบริจาคเงินและสิ่งของภายในประเทศ และมอบ“ถุงยังชีพ”เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ร่วมกันสร้างประชาคมสาธารณสุขของมนุษยชาติ
ในปี พ.ศ. 2562 ฯพณฯท่าน เหลี้ยว จวิ้นหยุน กงสุลใหญ่ได้ทำการบริจาคสิ่งของปัจจัยให้แก่ผุ้ประสบปัญหาความยากจนในจังหวัดขอนแก่น
ในปี พ.ศ. 2565 ฯพณฯท่าน เหลี้ยว จวิ้นหยุน กงสุลใหญ่ได้มอบบริจาคเวชภัณฑ์ในการป้องกันโรคระบาดให้แก่จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี และบุรีรัมย์
ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา การผสมผสานและรวมตัวกันด้านวัฒนธรรมได้รับการชื่นชมอย่างเป็นวงกว้าง สถานกงสุลใหญ่จีนฯ มุ่งมั่นที่จะใช้วัฒนธรรมในการถ่ายทอดแนวทาง เป็นกระบอกเสียงและสร้างมิตรภาพขึ้นมา อธิบายและแนะนำวัฒนธรรมอันโดดเด่นด้วยอัตลักษณ์แบบจีน สะท้อนจิตวิญญาณและภูมิปัญญาแบบจีนให้แก่พี่น้องชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ผ่านการส่งเสริมให้กลุ่มศิลปะพื้นบ้านของจีนมาเยือนยังประเทศไทย ให้วัฒนธรรมจีนดั้งเดิมได้แย้มบานในต่างประเทศ ผ่านการช่วยเหลือโรงเรียนสอนภาษาจีนที่เผชิญกับความยากลำบากและแก้ไขปัญหาที่มีความจำเป็นเร่งด่วนด้านการศึกษาภาษาจีน ผ่านการจัดตั้งโครงการ "ทุนการศึกษากงสุลใหญ่" และการจัดค่ายทัศนศึกษาในภาคฤดูร้อน สนับสนุนให้นักเรียนในท้องถิ่นได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเทศจีนและวัฒนธรรมจีน ดำเนินการจัดการแข่งขันภาษาจีน "ถ้วยรางวัลเส้นทางสายไหม" เพื่อดึงดูดคนรักภาษาจีนให้มากขึ้น ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลต่าง ๆ เช่น "เทศกาลสงกรานต์" และ "เทศกาลผ้าไหมไทย" เพื่อส่งเสริมและบูรณาการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างวัฒนธรรมจีนและไทย สถานกงสุลใหญ่จีนฯ ได้ส่งเสริมผลักดันกิจกรรมทางวัฒนธรรม การศึกษาและการแลกเปลี่ยนระหว่างบุคคลากรของทั้งสองประเทศ ในระดับต่างๆและในหลากหลายสาขาวิชาชีพ ซึ่งได้รับการยอมรับและชื่นชมจากทุกสาขาอาชีพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
ในปี พ.ศ. 2556 ฯพณฯท่าน เซี่ย ฝูเกิน กงสุลใหญ่ในขณะนั้นได้เข้าร่วมชมการแสดงของคณะนาฏกรรม China Sihai Tongchun Art
ในปี พ.ศ. 2565 ฯพณฯท่าน เหลี้ยว จวิ้นหยุน กงสุลใหญ่มอบ "ทุนการศึกษากงสุลใหญ่" ให้แก่นักเรียนที่ชนะการแข่งขันภาษาจีน
สิบปีแห่งความรุ่งเรืองและการเดินทางอีกนับหลายหมื่นลี้ภายภาคหน้า เมื่อมองย้อนกลับไปยังอดีต สถานกงสุลใหญ่จีนฯ เติบโตอย่างเข้มแข็งภายใต้มิตรภาพจีน-ไทยที่แน่นแฟ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อมองไปยังอนาคตข้างหน้า สถานกงสุลใหญ่ฯ จะยังคงส่งเสริมและผลักดันการเสริมสร้าง “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ร่วมกันระหว่างจีนและไทย กระตือรือร้นต่อการสร้างคุณูปการเพื่อสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันทางการเมือง การหลอมรวมกันทางเศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนและวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ เพื่อเพิ่มความงดงามให้แก่บทใหม่ของความสัมพันธ์จีน-ไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กระทุ้ง 'ผู้นำไทย' โชว์เจตจำนงปราบโกง ทำได้แน่ไม่แพ้ชาติอื่น
นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิสนับสนุนการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มองจีนปราบปรามทุจริตแล้วย้อนดูตัว
'ดร.เอนก' แนะพึ่งพากันอย่างรู้แจ้ง ชี้ทางสว่าง '2 ผู้นำมหาอำนาจ'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เขียนบทความเรื่อง "เมื่ออาเซียน ยุโรป และผองชาติอำนาจอื่นๆ ต้องร่วมแก้ปัญหาให้ พญาอินทรีและพญามังกร"
จีนและสหรัฐฯ มีแผนจะเจรจาการค้าในเกาหลีใต้ช่วงกลางสัปดาห์นี้
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจีนและสหรัฐฯ จะพบกันที่เกาหลีใต้ในช่วงกลางสัปดาห์นี้ เพื่อเจรจาการค้า กระทรวงพาณิชย์ของจีนประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า รองนายกรัฐมนตรีเหอ หลี่เฟิง ผู้รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจของจีน จะเข้าร่วม “การหารือเกี่ยวกับประเด็นทางเศรษฐกิจและการค้าซึ่งกันและกัน” ที่เกาหลีใต้ในวันอังคารและวันพุธ
'สี จิ้นผิง' พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ขณะที่ผู้นำหลายประเทศเดินทางไปจีนเพื่อสันติภาพในตะวันออกกลาง
สื่อของรัฐบาลจีนรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ เมื่อวันพุธ ขณะที่ผู้นำประเทศต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางต่างทยอยเดินทางมายังปักกิ่ง

