'ปิยบุตร' ปลุกต้องมี 'ส.ส.ปฏิวัติ' ให้มากกว่า 'ส.ส.ราชการ' เอาไว้แก้ม.112 ต้านรัฐประหาร ด่าส.ส.อาชีพพวกเฉื่อยชา

สภาผู้แทนราษฎรต้องมี ส.ส.แบบปฏิวัติ ให้มากกว่า ส.ส.แบบราชการ ส.ส.แบบราชการ (Bureaucrat MP) คือ คนที่ได้เป็น ส.ส.แล้ว ก็อยากเป็นอีก ราวกับตำแหน่ง ส.ส. เป็นอาชีพ หรือสมบัติของตระกูลตนเอง คนแบบนี้ จะเฉื่อยชา เสมือนถูกหลอมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลไกรัฐ ทำเท่าที่ทำ ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง

1 พ.ย.2565- ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล หัวข้อ ต้องมี “ส.ส.แบบปฏิวัติ” ให้มากกว่า “ส.ส.แบบราชการ” โดยมีรายละเอียดระบุว่า ในช่วงยามหัวต่อหัวเลี้ยวทางการเมืองเช่นเวลานี้ ในช่วง interregnum ที่สิ่งเก่ากำลังจะตาย แต่ยังไม่ตาย สิ่งใหม่กำลังจะเกิด แต่ยังเกิดไม่ได้

สภาผู้แทนราษฎรต้องมี ส.ส.แบบปฏิวัติ ให้มากกว่า ส.ส.แบบราชการ ส.ส.แบบราชการ (Bureaucrat MP) คือ คนที่ได้เป็น ส.ส.แล้ว ก็อยากเป็นอีก ราวกับตำแหน่ง ส.ส. เป็นอาชีพ หรือสมบัติของตระกูลตนเอง คนแบบนี้ จะเฉื่อยชา เสมือนถูกหลอมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลไกรัฐ ทำเท่าที่ทำ ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง

อะไรก็ตามที่อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อการพ้นจากตำแหน่งของเขา เขาจะไม่ทำ

อะไรก็ตามที่ทำให้เขารักษาตำแหน่งได้ ต่อยอดไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นได้ เขาจะกระโจนเข้าใส่

ส.ส.แบบราชการต้องรักษาตำแหน่ง ส.ส.ของตนเอง ไม่อยากถูกเตะออกจากสภา สยบยอมอำนาจรัฐเพื่อเข้าถึงงบประมาณและทรัพยากร จะได้นำมาใช้ประโยชน์ในการหาเสียงและได้คะแนนนิยม

หากสภาผู้แทนราษฎรไทย มีแต่ ส.ส.แบบราชการ ความเปลี่ยนแปลงไม่มีทางเกิด พวกเขาทำหน้าที่เหนี่ยวรั้งการเปลี่ยนแปลง และถูกหลอมรวมเข้าไปอยู่กับอำนาจรัฐ

ส.ส.แบบราชการ เปลี่ยน “ประชาชน” ที่เป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุด กลายเป็นเพียง “สะพาน” ที่ทำให้คนกลุ่มหนึ่งได้เป็น “ทั่น ส.ส.”

ตรงกันข้าม หากต้องการการเปลี่ยนแปลง เราต้องมี ส.ส.แบบปฏิวัติ (Revolutionary MP)

คือ ส.ส.ที่ตระหนักดีว่า เมื่อโอกาสมาถึง ต้องทำ เมื่อโอกาสยังมาไม่ถึง ต้องเตรียมพร้อมและเร่งให้โอกาสมาถึง
คือ ส.ส.ที่กล้าพูดในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้า แม้มีกรงขังที่ครอบไว้แน่นหนา ก็ต้องเพียรพยายามหาเหลี่ยมมุมเพื่อไต่เส้น ไต่เพดาน ไปให้ได้

คือ “ผู้แทน” ของราษฎรที่กล้าหาญ กล้าอภิปราย เพื่อยกระดับเพดานการอภิปราย ปักหมุดวาระสำคัญสู่สภา ขยับฐานความคิดในสภา สร้างความหวังให้กับประชาชน

คือ ส.ส.ที่พร้อมลงมติและตัดสินใจในเรื่องสำคัญในห้วงเวลาชี้ขาด

ส.ส.แบบราชการ ไม่กล้าเสนอและไม่กล้าลงมติยกเลิก 112

แต่ส.ส.แบบปฏิวัติ ผลักดันการยกเลิก 112

ส.ส.แบบราชการ ไม่กล้าอภิปรายงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ และลงมติให้ความเห็นชอบโดยไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว

แต่ส.ส.แบบปฏิวัติ อภิปราย ตรวจสอบ ตัดลดงบประมาณที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์

ส.ส.แบบราชการ ลงมติกฎหมายที่เกี่ยวกับพระราชอำนาจหรือวงงานของสถาบันกษัตริย์อย่างศิโรราบ เข้าประชุม แสดงตน กดลงคะแนนอย่างพร้อมเพรียง หากมาไม่ทัน ก็ต้องรีบวิ่งตาลีตาเหลือกมาลงคะแนนทีหล้ง หากกดผิด ก็ต้องรีบแถลงชี้แจง

แต่ส.ส.แบบปฏิวัติ ต้องพิจารณาตรวจสอบ อภิปราย กฎหมายเหล่านี้

ส.ส.แบบราชการ พร้อมใจกันประกาศว่าไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ขนาดรัฐธรรมนูญให้แก้ได้ ก็ยังไปร่วมมือกันกำหนดว่าห้ามแก้หมวด 1 หมวด 2 เสียอย่างนั้น

แต่ ส.ส.แบบปฏิวัติต้องแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย

ส.ส.แบบราชการ ไม่กล้าชนกับศาล ศาลรัฐธรรมนูญ คำก็ “อย่าก้าวล่วงศาล” สองคำก็ “ศาลตัดสินแล้วเป็นที่สุด ต้องเคารพ”

แต่ ส.ส.แบบปฏิวัติ ต้องอภิปราย ตรวจสอบ ศาล เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายเพื่อปรับปรุงให้ศาลอยู่ในร่องในรอยของประชาธิปไตย

ส.ส.แบบราชการ เมื่อโดนยุบพรรค ตัดสิทธิ ก็พับเพียบหมอบกราบผงกหัว “ยอมรับ” แล้วก็แยกย้ายไปพักผ่อน หรือซ่อนตัวอยู่ข้างหลัง แล้วส่งคนในครอบครัวมาเป็น ส.ส.แทน เพื่อรอวันกลับมาใหม่

แต่ ส.ส.แบบปฏิวัติ ต้องกล้าโต้แย้งการยุบพรรค การตัดสิทธิ และต้องกล้าหาญพูด แสดงออกให้มากกว่าเดิมด้วย โดยไม่หมกมุ่นอยู่กับการนับวันเวลากลับมาเป็น ส.ส.ใหม่

ส.ส.แบบราชการ เมื่อเกิดรัฐประหาร จะแยกย้ายกลับบ้าน ไปพักผ่อน ไปทำธุรกิจ ปล่อยให้ประชาชนสู้กับคณะรัฐประหาร จนเมื่อกลับสู่การเลือกตั้ง พวกเขาก็จะกลับมาใหม่ บางคนก็ย้ายไปร่วมกับพรรคทหารสืบทอดอำนาจ

แต่ ส.ส.แบบปฏิวัติ เมื่อเกิดรัฐประหาร ต้องออกมาต่อต้านเคียงบ่าเคียงไหล่กับประชาชน แล้วรวมตัวกันเปิดประชุมสภากันเองเพื่อยืนยันว่ายังคงเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ถืออำนาจอธิปไตยกับประชาชน แย่งชิงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญและประกาศใช้รัฐธรรมนูญแข่งกับคณะรัฐประหาร.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทวิตเดือด! 'ปิยบุตร' พ่นทั้งสวนสัตว์ ท้ารบ มึงเอาไงกับผม สุดท้ายจำเป็นต้องสร้างคนสุขุมเยือกเย็นและทนทาน

พอผมมาถ่ายรายการ ก็มาด่าว่ามึงมากินอาหารอะไรตอนนี้ ไม่ไปอดอาหาร มันเหมือนตอนกูไปหาภรรยาที่ปารีส มึงก็ด่ากูหนี พอกูอยู่ไทย มึงก็ไล่ ไอ้สัส มีงเอาไงกับผมนี่

หนาว! คดี 112 ของ 'ปิยบุตร' ใกล้เข้ามาแล้ว

จากกรณี นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ถูกออกหมายเรียกคดี 112 โดย นายเทพมนตรี ลิมปพยอม เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษที่สถานีตำรวจดุสิต เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2565

จี้ผู้มีอำนาจ จะปล่อยคนทำผิด กม. ยุยงปลุกปั่นเยาวชนอีกนานแค่ไหน

อัษฎางค์ ถามคอนเสิร์ตแบล็กพิงก์เปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี แต่ทำไมปิยะบุตรพูดเรื่องบ่มเพาะ! บ่มเพาะเยาวชนและประชาชนเพื่อให้เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันฯ เพื่อจุดประสงค์ใด?

'ปิยบุตร' เริ่มต้นชีวิตใหม่ ตั้งเป้า ปฏิรูปสถาบัน ลดน้ำหนัก หัดว่ายน้ำ ขี่จักรยาน ให้เป็น

ผมลาออกจากอาจารย์ประจำ เพื่อมาตั้งพรรคการเมือง และด้วยระบบสัญญาจ้างของมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ทำให้ไม่มีวิธีการกลับเข้ารับราชการและนับอายุต่อแบบเดิม ต่อให้มี ผมก็เชื่อว่าด้วยบุคลิกและความคิดแบบผม ด้วยสถานการณ์ที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมครอบงำควบคุมการบริหารมหาวิทยาลัยไทย คงยากมากที่ผมจะได้กลับไปใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยอีกครั้ง

'ปิยบุตร' ยำ'แกนนำ-ส.ส.' พรรคก้าวไกล ได้ประโยชน์จากชิ้นงานของคนไม่ได้หยุดปีใหม่ และไม่ได้ตำแหน่งใดๆ

ในขณะที่พรรคก้าวไกล แกนนำ ส.ส.และนักการเมืองของพรรคก้าวไกล เป็นกลุ่มคนที่ได้รับประโยชน์และได้ความนิยมโดยตรง จากงานชิ้นนี้ และชิ้นอื่นอีกหลายชิ้นก่อนหน้า (ไม่ว่าจะเป็นคลิป อินโฟกราฟิค ภาพนิ่ง ข้อเขียน ฯลฯ)

‘ปิยบุตร’ วาง 10 เป้าหมาย ที่ตั้งใจจะทำให้สำเร็จในปี 2023

ปีนี้ ผมเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่ได้เอาตัวไปข้องเกี่ยวกับการเมืองแบบพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง มีตารางเวลาใหม่ มีเวลาว่างมากกว่าเดิม หวังว่า เมื่อจบปี 2023 แล้ว น่าจะทำสำเร็จเข้าเป้าได้มากกว่าเดิม