
นายกฯ หารือ ‘ทูตอิสราเอล’ อัปเดตสถานการณ์ ช่วยอพยพแรงงานเร็วที่สุด ขอร้องเจรจานำตัวประกันชาวไทยออกมาให้ได้ ทูตยัน 99 % ผู้บริสุทธิ์พ้นจากพื้นที่สู้รบแล้ว
13 ต.ค. 2566 – เมื่อเวลา 08.45 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง หารือกับ น.ส.ออร์นา ซากิฟ เอกอัครทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นด้วยความกังวล หวังว่าสถานการณ์กลับเป็นปกติในเร็ววัน และแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ไทยขอคัดค้านความรุนแรงที่เกิดขึ้นในทุกรูปแบบโดยทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ รวมถึงคนไทย
ด้านเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ กล่าวว่า รัฐบาลอิสราเอลเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความสูญเสียเกิดแก่ผู้บริสุทธิ์ โดยพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนไทย และผู้บริสุทธิ์ทุกคน พร้อมจะดูแลทุกคนที่อยู่ในประเทศอิสราเอลเหมือนเป็นพลเมืองของตนเอง แต่ขอให้เข้าใจว่าอิสราเอลเผชิญกับสงครามรูปแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน อย่างไรก็ดี ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือ ร่วมมือกับรัฐบาลไทย ท่ามกลางสถานการณ์และความท้าทายที่เกิดขึ้นนี้อย่างดีที่สุด ซึ่งตอนนี้ได้อพยพคนที่อยู่ในพื้นที่อันตรายออกมา 4 กิโลเมตรจากพื้นที่อันตราย ทราบดีว่ารัฐบาลไทยให้ความสําคัญสูงสุดในสวัสดิภาพและความปลอดภัยของคนไทยในอิสราเอล ซึ่งมีประมาณ 30,000 คน รัฐบาลอิสราเอลได้ติดตาม ประเมินสถานการณ์ และจัดแผนให้การช่วยเหลือคนไทย ซึ่งขณะนี้มีคนไทย 16 คน ถูกลักพาตัว ซึ่งรัฐบาลห่วงกังวลต่อความปลอดภัยของคนไทยเหล่านี้ ทางรัฐบาลอิสราเอลพร้อมให้ความช่วยเหลือเพื่อให้คนไทยทั้ง 16 คน ได้รับการปล่อยตัว
จากนั้น เวลา 09.20 น.ภายหลังการหารือ นายกฯ แถลงว่า ได้เรียนเชิญเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย มาอัปเดตสถานการณ์และขอร้องว่าให้ช่วยคนไทยอย่างไรบ้าง โดยเรื่องแรกคนงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอลได้ขอร้องผ่านเอกอัครราชทูตไปขอให้นำกลับมายังประเทศไทยโดยเร็วที่สุด ซึ่งทางอิสราเอลขอความเห็นเช่นกัน เนื่องจากมีขั้นตอนหลายอย่าง แต่ได้รับปากว่าจะช่วยอย่างเต็มที่ เนื่องจากปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตเป็นพันศพ จำเป็นต้องมีการชันสูตรและพิสูจน์ทราบ แต่ยืนยันว่าจะให้ความสำคัญอย่างเต็มที่ เนื่องจากขั้นตอนการพิสูจน์ทราบอัตลักษณ์มีความสำคัญ เพราะมีการเสียชีวิตแล้ว จะได้เงินค่าตอบแทน รวมทั้งบุตรธิดาด้วยที่จะได้รับค่าตอบแทนตลอดชีวิต ดังนั้นต้องทำให้ถูกต้องก่อนนำศพกลับมาประเทศไทย ขอร้องว่าให้ใจเย็นๆ เข้าใจความรู้สึกของครอบครัวดี และรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างเต็มที่
นายเศรษฐา กล่าวว่า ในการหารือกับเอกอัครราชทูตฯ ได้ขอร้องไปทางอิสราเอลว่ามีคนไทยจำนวนหนึ่งที่แสดงเจตจำนงกลับประเทศไทยกว่า 6,000 คนแล้ว ซึ่งความเร็วรวดในการอพยพมายังที่ปลอดภัยต้องยอมรับว่าข้อมูลยังสับสนอยู่ แต่ที่แน่นอนคือจะสามารถอพยพได้วันละ 200 คน ซึ่งทางเอกอัครราชทูตยืนยันว่า มีเครื่องบินมารับเท่าไรก็พร้อมที่จะนำส่งกลับออกมาทันที จุดใหญ่วันนี้คือเครื่องบินที่จะต้องไปรับกลับมาให้ได้ วันนี้คณะทำงานฯจะมีการประชุมเพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อนำคนไทยกลับมาได้โดยเร็ว ซึ่งเอกอัครราชทูตฯให้ความมั่นใจว่า รัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญสูงสุดในการลำเลียงคนออกมาจากจุดต่างๆ มายังจุดปลอดภัยและพร้อมส่งกลับ รวมทั้งระหว่างรอก็มีประชาชนที่ประสบปัญหาด้านจิตใจ ซึ่งรัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญในการเข้ามาดูแลอย่างดีเท่าที่จะทำได้
นายกฯ กล่าวว่า ปัญหาที่ยังมีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียว่ามีคนไทยถูกบังคับให้ทำงานอยู่ที่พื้นที่ที่เกิดภาวะสงคราม ซึ่งเอกอัครราชทูตฯรับทราบถึงปัญหาดังกล่าว และพยายามหาความจริงให้ได้ และเห็นด้วยกับตนร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะมาบังคับให้ทำงานในภาวะสงครามไม่ได้ ไม่ควรจะให้เกิดในช่วงเวลาเช่นนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เราต้องลืมเรื่องผลประโยชน์ไปก่อน และเอาความปลอดภัยของประชาชนคนไทยมาเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
“เอกอัครราชทูตฯยืนยันว่าภาวะสงครามไม่ได้ลดหย่อนลง ความเข้มข้นยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมก็ต้องขอร้องและวิงวอน ซึ่งความจริงก็คือการกดดันเอกอัครราชทูตฯ ท่านว่าคนของเราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือเป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาทของใครทั้งนั้น แต่เรากลายเป็นชาติที่สูญเสียมากเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐ ถ้าไม่นับอิสราเอล เรามีผู้เสียชีวิต ณ เวลานี้ 21 คน ถือว่าสูญเสียมาก และยังไม่แน่ใจว่าจะมีแค่นี้หรือไม่” นายกฯ ระบุ
นายเศรษฐา กล่าวว่า ในการหารือและขอร้องเอกอัครราชทูตฯเป็นเรื่องสุดท้ายคือเรื่องของตัวประกัน ขอให้ดูแลและขอร้องให้เร่งเจรจาเพื่อนำตัวออกมาให้ได้ และตัวประกันไม่ได้ของชาติไทยเพียงชาติเดียว ตัวประกันทุกชาติก็ไม่ได้เป็นส่วนของข้อพิพาทตรงนี้ เป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะดูตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศฉบับใดก็ตามคนเหล่านี้ต้องถูกปล่อยออกมาโดยเร็วที่สุด และต้องให้ความสำคัญที่สุด รัฐบาลไทยก็พยายามใช้ทุกเส้นทาง ทั้งเรื่องความมั่นคง คงไม่สามารถเปิดเผยได้ ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลทำอย่างเต็มที่
นายเศรษฐา กล่าวว่า วันนี้คณะทำงานฯจะเชิญตัวเเทนสายการบินเอกชนต่างๆ มาพูดคุยที่กระทรวงการต่างประเทศ หวังว่าจะมีความคืบหน้าออกมา เพราะมีขั้นตอนหลายอย่างในการบินข้ามประเทศ และน่านฟ้า เที่ยวบินพิเศษต่างๆ ที่จะบินผ่านเข้าไป จะต้องขออนุญาตก่อน ไม่ว่าน่านฟ้าประเทศไหน ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศพยายามอย่างเต็มที่ กระทรวงสาธารณสุขเองก็เตรียมที่พร้อมที่จะรับผู้ป่วยกลับมา กระทรวงแรงงานก็ช่วยประสานงานอย่างเต็มที่ ทำงานกันโดยตลอดไม่ได้หยุด ทั้งนี้ในเรื่องการขออนุญาตบินผ่านน่านฟ้า ของแต่ละไฟลท์ กำลังพยายามเจรจาในการลดขั้นตอนเพื่อเป็นการประหยัดเวลา เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่ปกติ เกิดภาวะสงคราม ก็หวังว่านานาชาติจะช่วยอำนวยสะดวกให้เรา เพราะปัจจุบันเครื่องบินที่จะไปนำคนไทยกลับมายังไม่เพียงพอกับความต้องการ และเห็นใจครอบครัวที่อยู่ในประเทศไทย ใจเขาใจเรา
เมื่อถามถึงข้อกังวลเกี่ยวกับเอกสารของคนไทยที่จะนำกลับ จะมีการลดขั้นตอนอย่างไรให้เกิดความรวดเร็ว นายกฯ กล่าวว่า ขอย้ำอีกครั้งความสำคัญสูงสุดของเราคือต้องพาคนไทยออกมาให้เร็วที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่าภาวะสงครามนี้จะยึดเยื้อนานขนาดไหน จึงสั่งการท่านทูตไปว่าเรื่องเอกสารเป็นเรื่องรอง
เมื่อถามว่า ความคืบหน้าการนำคนไทยไปพักไว้ในประเทศที่สาม นายเศรษฐา กล่าวว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศกำลังคุยอยู่ซึ่งน่าจะมีประเทศอียิปต์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเมืองจิดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ก็พยายามคุยกันอยู่ ถ้าหากเข้าไม่ได้ก็จะพักคอยไว้ แล้วหากมีสายการบิน สามารถบินเข้าออกได้ก็ให้รับมาเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว
“ยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางที่สามารถทำได้ ซึ่งจากการพบกับทูตอิสราเอลเมื่อสักครู่ ผมมีความสบายใจขึ้นมานิดนึง เพราะท่านทูตยืนยันว่าไม่ต้องห่วงตอนนี้พร้อมหมด ใครจะมาถ้ามีเครื่องบินพอก็สามารถออกมาได้หมด ซึ่งสามารถขนย้ายคนมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว และในพื้นที่สู้รบ (red zone) 0 – 4 กิโลเมตร ซึ่งในฉนวนกาซา 99 % ของคนไทยหรือชาวต่างชาติที่เป็นผู้บริสุทธ์ได้ถูกอพยพออกจากพื้นที่สู้รบแล้ว ตอนนี้ต้องไปดูว่าพื้นที่โซน 4-9 กิโลเมตร จะทำอย่างไรต่อไปก็จะพยายามเต็มที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการสนับสนุนค่าเดินทางสำหรับผู้ที่ประสงค์จะเดินทางออกมาเองหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตรงนี้รัฐบาลรับผิดชอบให้ได้แน่นอน ไม่ใช่ส่วนหนึ่งแต่เป็นทั้งหมด ซึ่งเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบตรงนี้
ส่วนกรณีของสายสัญญาณโทรศัพท์ที่มีการร้องเรียนจากผู้ใช้แรงงานว่าโทรศัพท์ไม่ติด นายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้รับรายงานมา คาดว่าเป็นเรื่องของคู่สายที่มีการใช้กันเป็นจำนวนมาก มีคนพูดคุยกันมากก็ต้องรอต่อไป
เมื่อถามว่า จะมีโอกาสไปรับคนไทยที่กลับจากอิสราเอลหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ต้องดูเวลาอีกที เพราะวันจันทร์ที่ 16 ต.ค. มีภารกิจต้องเดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน และซาอุดีอาระเบีย วันนี้มีหลายอย่างที่อยากทำ มีคนเจ็บก็อยากไปเยี่ยม และจะพยายามดูจังหวะเวลาว่าง อย่างวันที่ 14 ต.ค. ก็ต้องลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ถ้ามีอะไรคือหน้าจะเชิญมาแถลงข่าวอีกครั้ง เพราะสื่อมวลชนก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ญาติที่น้องที่อยู่ประเทศไทยสบายใจ ตนตระหนักดีถึงใจเขาใจเรา มีคนเดือดร้อน และมีคนไม่สบายใจเยอะในเรื่องนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
PEA รณรงค์ประชาชนใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ
จากสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดด้านพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มราคาพลังงานในตลาดโลก และกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน PEA จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสนับสนุนการใช้พลังงานของประเทศอย่างคุ้มค่า
"ปรับเล็กเพื่อเปลี่ยนใหญ่" ยุทธศาสตร์ประหยัดพลังงานท่ามกลางวิกฤตโลก
ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้อและผันผวนอย่างรุนแรง นานาประเทศทั่วโลกไม่ได้เพียงแค่บริหารจัดการเชื้อเพลิงเพื่อความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังยกระดับ “มาตรการประหยัดพลังงานอย่างเข้มข้น” ให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและช่วยให้ประเทศอยู่รอด
ขึ้นอีก พรุ่งนี้ดีเซลพุ่งลิตรละ 50.54 บาท
แบกไม่ไหวขึ้นราคาน้ำมันอีก ! ดันดีเซล B7 ทะลุ 50 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันฯ เผยแบกหนี้กว่า 50,000 ล้าน จำเป็นต้องลดเงินชดเชยน้ำมันดีเซล 2.61 บาทต่อลิตร
สงครามในตะวันออกกลาง: ทรัมป์ต้องการงบประมาณด้านกลาโหม 1.5 ล้านล้านดอลลาร์
กองทัพอิสราเอลกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่าได้เริ่มโจมตี "โครงสร้างพื้นฐานของฮิซบอลลาห์" ในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอนแล้ว
'จตุพร' หวด 'อนุทิน' เดินเครื่องเอาจริง จับแก๊งไอ้โม่ง 57 ล้านลิตร!
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล
ผบ.ตร.แต่งตั้ง 'พล.ต.ท.ไตรรงค์' เป็นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งแต่งตั้งโฆษกสำนักงานตำรวจ

