'จตุพร' หวด 'อนุทิน' เดินเครื่องเอาจริง จับแก๊งไอ้โม่ง 57 ล้านลิตร!

4 เมษายน 2569 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ยอมรับมีไอ้โม่งกักตุนน้ำมันและทำหายไปจากระบบ 57 ล้านลิตร ต้องเดินหน้าลงโทษ จับขบวนการทำประชาชนเดือดร้อนมาติดคุกให้ได้

"ผมฝากนายกฯ ว่า เมื่อขยับเรื่องน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ต้องจับให้เห็น ขังให้เห็น ขยายผลให้เห็น แล้วแถลงมาตรการของประเทศไทย ไม่ต้องก็อปปี้อะไรของสิงคโปร์ แต่รวบรวมความเป็นหนึ่งเดียวกันของคนภายในชาติ”

อีกทั้งกล่าวว่า ความจริงแล้วนายกฯ ควรคิดขึ้นได้ตั้งพูดไม่มีไอ้โม่ง แต่รุ่งขึ้นตำรวจไปจับที่คลังน้ำมันอ่างทอง เมื่อขึ้นราคา 6 บาทน้ำมันก็เพิ่มขึ้นมาเฉพาะปั๊ม กทม.ส่วนต่างจังหวัดยังขาดแคลนตามเดิม ทั้งที่อ้างโรงกลั่นเพิ่ม 20 ล้านลิตร

เมื่อตรวจพบน้ำมันหาย 57 ล้านลิตรในคลังน้ำมันจุดเดียว ถ้าไม่ใช้กฎหมายพิเศษไปตรวจสอบทุกกระบวนการ เพราะเอาแต่การตรวจสอบทีละคลังก็ไม่เบ็ดเสร็จ ดังนั้น ย่อมยังมีการกักตุนน้ำมันรอขึ้นราคาให้ไปถึงราคาเป้าหมาย 60 บาทต่อลิตร โดยไม่เกี่ยวตลาดโลกหรือสิงคโปร์แต่อย่างใดเลย

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบพบกักตุนน้ำมันนั้น จึงเห็นชัดที่ผ่านมามีการรายงานข้อมูลเท็จให้นายกฯ และยิ่งเห็นชัดขึ้นถึงขบวนการปล้นประชาชนในยามสงครามก็มีอยู่จริง ดังนั้น เมื่อนายกฯ และรัฐมนตรีพูดในสิ่งที่ไม่เป็นความจริงแล้ว ความเสียหายและวิกฤตศรัทธาจะย้อนกลับมาถึงตัวเอง

นอกจากนี้ ปตท.เป็นองค์กรใหญ่มีทั้งโรงกลั่นและขายหน้าปั๊ม จึงได้ประโยชน์จากวิกฤตน้ำมันครั้งนี้ แม้องค์กรนี้รัฐถือหุ้นอยู่ 51 % แต่ส่วนที่ถือรวมกัน 49 % กลับใหญ่กว่า มีพลังต่อรองเหนือกว่า และได้กำไรเข้ากระเป๋าตัวเองมากกว่ารัฐได้รับ

ส่วนน้ำมันหายไป 57 ล้านลิตร เป็นเฉพาะคลังน้ำมันสุราษฎร์ธานีแห่งเดียวเท่านั้น ขณะเดียวกันกองทัพเรือรายงานมีเรือน้ำมันชลอความเร็วเรือในทะเล เพื่อรอให้ราคาน้ำมันขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การบังเอิญ แต่มีเส้นสนกลในให้ข้อมูลทั้งสิ้น

สิ่งสำคัญ ค่าการกลั่นน้ำมันที่เพิ่มจาก 2 บาทต่อลิตรพุ่งเป็นกว่า 17 บาทต่อลิตรแล้ว ทั้งที่เป็นน้ำมันล็อตเก่าซื้อก่อนเกิดสงครามมากลั่นทยอยขายในราคาสงคราม ซึ่งไม่เกี่ยวกับการอ้างราคาสิงคโปร์เลย ดังนั้น จึงเป็นแสวงหากำไรเอารัดเอาเปรียบประชาชนในยามเดือดร้อน

"คนไทยรับได้ ต่อให้น้ำมันลิตรละ 100 บาทถ้าซื้อมาจริงราคานั้น แล้วน้ำมันไม่มี มันก็มืดไปด้วยกัน ไม่มีใครขัดข้อง แต่การตั้ง คตร. (คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง) ขึ้นมาศึกษา คงไม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้กันนานนัก แค่สอง-สามวันคงจบแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือการตัดสินใจ”

พร้อมกับย้ำว่า ถ้าอยู่ในเหตุการณ์ที่คนไม่เชื่อมั่นรัฐบาลแล้ว ภายในเดือนพฤษภาคมมีโอกาสถูกน็อกสูงมาก แม้นายกฯ แถลงลากน้ำมันไปได้ถึงมิถุนายน แต่ถ้าอารมณืแปรปรวนของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเอาแน่นอนไม่ได้ อีกอย่างสหรัฐได้ปลดเสนาธิการทหารและ รมว.ยุติธรรม ดังนั้น สงครามตะวันออกกลางก็เหลือการใช้อาวุธนิวเคลียร์ชิ้นเดียวที่จะถล่มใส่อิหร่าน และสงครามจะขยายอีกหรือไม่

ถ้าสหรัฐใช้นิวเคลียร์แล้ว แสดงถึงการทำลายมนุษยชาติ และพาอิหร่านกลับสู่ยุคหินตามที่พูด หากใช้กันจริงโลกจะไม่เหมือนเดิมอีกเลย ส่วนทรัมป์ บอกสงครามจะอยู่ใน 3 สัปดาห์คือภายในเดือนเมษายนก็เป็นคำตอบชัดเจน ซึ่งไทยไม่ต้องรอผลเหตุการณ์ของเดือนพฤษภาคมแล้ว เพราะผลกระทบจะมาเร็วขึ้น

นายจตุพร กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ปุ๋ยใกล้ขาดแคลนและมีเหลือใช้ได้ภายในเมษายนนี้ ดังนั้น ความทุกข์ยากจะลุกลามหนักไปทั่วประเทศ ถ้ารัฐบาลไม่มีมาตรการเรื่องอาหารคอยรับมือแล้ว ทุกข์ซ้ำเติมจะเพิ่มความอดอยากยิ่งขึ้น ซึ่งสถานการณ์ใหญ่เช่นนี้จะพาให้ประเทศรอดได้อย่างไร

“สถานการณ์ในประเทศขณะนี้เปราะบาง ประชาชนมีความคาดหวังสูง คาดนางศุภจี (สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์) อยู่ลำบาก เพราะถูกแวดล้อมด้วยข้าราชการที่รับใช้กลุ่มทุน การให้ข้อมูลกับเธอก็คือทำร้ายเธอ ทำลายประชาชน แล้วประชาชนก็ชิงชังเธอ แต่ศุภจีเอาหน้าไปแบกรับไว้”

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อธิบดี ธพ. แจงเอาผิดโรงกลั่น ใบขนส่งน้ำมันไม่ถูกต้อง ชง 'ดีเอสไอ' เชือดขบวนการกักตุน

จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวจากการให้สัมภาษณ์ของอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนออกไปว่า โรงกลั่นน้ำมันไม่ได้มีความผิดฐานกักตุน เป็นเพียงการกรอกข้อมูลในเอกสารไม่ครบถ้วนนั้น

‘สิริพงศ์’เร่งเครื่องอุ้ม 7 กลุ่มขนส่ง ตรึงค่าโดยสาร-ลดผลกระทบน้ำมันแพง

“คมนาคม”ส่งสัญญาณบวก หลังถกคลัง เล็งเคาะมาตรการเยียวยา 7 กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง หลังมาตรการเดิมคุมดัชนีค่าโดยสารพุ่งไม่เกิน 10% ด้าน “เอกนิติ”รับลูกหาช่องใช้งบเหลือจ่ายตรึงค่าโดยสาร ถกต่อสัปดาห์หน้า รุกเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

กก.สอบกักตุนน้ำมัน พร้อมชงนายกฯสอบวินัยร้ายแรง จนท.รัฐ ละเว้นหน้าที่ ร่วมขบวนการ

'คณะกรรมการตรวจสอบช่องโหว่คดีกักตุนน้ำมัน' เผยมติสำคัญ หากตรวจสอบพบหน่วยงานรัฐ-เจ้าหน้าที่รัฐละเว้นปฏิบัติหน้าที่ เอื้อประโยชน์ ร่วมขบวนการกักตุนน้ำมัน ซ้ำเติมทุกข์ประชาชนช่วงวิกฤติตะวันออกกลาง พร้อมชงนายกฯ ตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรงและโทษอาญา ย้ำชัด ต้องสร้างระบบใหม่ในเรื่องกำกับดูแลพลังงาน เพื่อป้องกันเหตุน้ำมันขึ้นราคาในอนาคต แต่กลับมีไอโม่งคอยตุนเก็งกำไร

'ศุภจี'นั่งหัวโต๊ะเร่งสรุป ARTปิดดีลกับสหรัฐฯ

“ศุภจี”นั่งหัวโต๊ะ ประชุมคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้าสหรัฐอเมริกา กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสรุปประเด็นที่ยังมีข้อติดขัดภายใต้ ART ให้มีข้อสรุปโดยเร็ว และปิดดีลกับสหรัฐฯ ได้ก่อนที่จะประกาศผลการไต่สวนตามมาตรา 301 เพื่อสร้างความแน่นอนในเรื่องภาษี และส่งเสริมการค้าระหว่างกัน