'สว.สมชาย' ตอกย้ำ iTV ยังเป็นหุ้นสื่อมวลชน

24 ม.ค.2567 - นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุีกในหัวข้อ "ทำไมหุ้นitv ยังเป็นหุ้นสื่อมวลชนและพิธาน่าจะมีลักษณะต้องห้ามและอาจขาดคุณสมบัติสส (ตอนที่2)" มีเนื้อหาว่า ศาลรัฐธรรมนูญ : เสาหลักนิติรัฐนิติธรรม

รัฐธรรมนูญจึงบัญญัติให้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร

การวินิจฉัยคดีการถือหุ้นสื่อITV ของนายพิธาในวันนี้ จึงเป็นคำวินิจฉัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตความเป็นไปของบ้านเมือง ด้วยเหตุที่มีผู้พยายามบิดเบือน ปั่นกระแส กดดันเพื่อทำให้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นไปตามแนวทางที่พวกเขากดดัน โดยการออกคลิปปกปิดข้อเท็จจริงและเลือกชูเฉพาะข้อเท็จจริงบางประการ เพื่อเป็นประโยชน์ส่วนตน พร้อมทั้งผูกนิตินิยายสร้างวาทกรรมนิติสงครามขึ้น กดดันคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ!
จึงจำเป็นต้องเปิดข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย แนวทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในคดีการถือหุ้นสื่อหุ้นสัมปทานรัฐที่ผ่านมา แนวทางคำวินิจฉัยศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง เพื่อย้ำให้เห็นความจริงอีกด้านที่สังคมควรรับรู้ไว้ โดยไม่ประสงค์ก้าวล่วงคำวินิจฉัยในคดี

เพียงต้องบันทึกย้ำ ความเห็นส่วนตัวทางข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ไว้ว่า “บริษัทITV ยังเป็นกิจการสื่อมวลชน นายพิธาจึงน่าจะขาดคุณสมบัติ ความเป็น สส.เพราะมีลักษณะต้องห้ามมิให้ถือหุ้นสื่อ” ด้วยเหตุเพิ่มเติมอีก2ประการ รวมกับความเห็น4ประการเดิมที่ได้เปิดเผยไปแล้ว https://www.thairath.co.th/news/politic/2757347 https://www.thaipost.net/hi-light/522130/
ดังนี้

1.รัฐธรรมนูญ 2550 /2560 มีหลักการเขียนไว้ชัดเจน และมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นแนวทางต่อเนื่องมาตลอด ว่า ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองถือหุ้นใดๆในกิจการสื่อมวลชนทุกประเภท ไม่ว่า จะมีหุ้นมากน้อยเพียงใด หรือจะมีอำนาจบริหารกิจการหรือไม่

สรุปว่า ห้ามถือหุ้นสื่อไม่ว่าจะมีมากน้อยเพียงใด คือ ถือหุ้นสื่อ1หุ้นก็ไม่ได้

นอกจากนั้นในการถือธุรกิจ1หุ้น มีนัยยะสำคัญ และส่งผลในทางชี้ขาดเมื่อมีข้อพิพาทหรือสนับสนุนไปทางใดทางหนึ่งได้เสมอ การอ้างว่า ถือหุ้นเพียงเล็กน้อยไม่มีอำนาจครอบงำการบริหารจึงฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

2.การประกอบอาชีพและกิจการสื่อมวลชน ไม่จำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตจากกสทช.ทุกราย ปัจจุบันมีผู้ประกอบกิจการสื่อทางช่องทางต่างๆทั้งโทรทัศน์ วิทยุ สื่อออนไลน์ ทุกแพลตฟอร์เช่น tiktok facebook youtuber ฯลฯ เป็นผู้ประกอบกิจการสื่อที่ไม่มีและไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตจาก กสทช. #เชื่อมั่นในศาลรัฐธรรมนูญ #เชื่อมั่นในนิติรัฐนิตธรรม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กรณ์' ย้ำ 3 ประเด็น ปกป้องวินัยการคลัง ไม่ให้เศรษฐกิจไทยล่มสลาย เตรียมยื่นศาลตัดสิน พรก.กู้เงิน

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เช้านี้ผมให้ข้อมูลเพิ่มเติมกรณีพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมายของการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

จับตา! กกต. จ่อถก 'คดีฮั้ว สว.' ลุยสางเรื่องร้องเลือกตั้ง สส. ให้จบ

'แสวง' เผยคดี 'ฮั้ว สว.' ถึงมือ กกต.ใหญ่แล้ว แจงเร่งสางคำร้องเลือกตั้ง สส. ให้สิ้นกระแสความ ท้าเปิดชื่อจังหวัด-หน่วยที่อ้างคะแนนไม่ครบ

ปชน. มีมติส่งศาลรธน. ตีความ พรก.กู้เงิน 'เท้ง' อ้อมแอ้มไม่อยากขยายขอบเขตอำนาจศาล

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวถึงจุดยืนของพรรคประชาชนต่อกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติ ออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า ที่ประชุมพรรคประชาชนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งมีการหารือกันอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลทำนั้น

กู้ 4 แสนล้านบาท! โจทย์ของชาติ ต้องไม่ถูกลากเป็นเกมการเมือง

ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันหลายด้าน ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น ต้นทุนการผลิตที่ขยับขึ้น และราคาพลังงานที่กดทับต้นทุนของแทบทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงร้านค้ารายย่อยในชุมชน

'อนุทิน' เมิน ปชป. ร้องศาลรธน. เบรก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เหน็บคนยื่นก็เคยกู้

นายกฯ เผยทูลเกล้าฯเเล้ว เมินฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เรียบร้อยแล้ว - ตอกกลับคนยื่น ก็เคยกู้มาก่อนในชื่อ ‘ไทยเข้มแข็ง’ ย้ำรอบนี้ กู้สกุลเงินบาท ส่งตรงถึงมือประชาชน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายที่ให้สัญญาไว้ ชี้ไม่กระทบคนละครึ่ง-บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

'กรณ์' ชี้ชัดข่าวดี 'อนุทิน' ปลื้มมูดี้ส์มองไทยน่าลงทุน เท่ากับยืนยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกฯอนุทิน เผยข่าวดีบริษัทจัดอันดับเครดิต มูดี้ส์ฯ ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยจากเชิงลบเป็นมีเสถียรภาพและน่าลงทุน โดยนายกรณ์ ระบุว่า ผมถือว่านี่เป็นข่าวดีของประเทศครับ