
4 ก.ค.2567 - ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง เลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ผลการประชุมในวันนี้มีมติ 2 เรื่องคือ การนิรโทษกรรมโดยใช้รูปแบบผสมผสานจะมีการดำเนินการนิรโทษกรรมโดยใช้กลไก 2 ส่วน คือ กลไกที่ให้ผู้ได้รับสิทธินิรโทษกรรมตามกฎหมาย และประสงค์ใช้สิทธิให้ยื่นคำร้องต่อหน่วยราชการในกระบวนการยุติธรรมที่คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาของหน่วยราชการนั้น ให้หน่วยราชการที่รับคำร้อง มีอำนาจรับคำร้องและพิจารณาหรือวินิจฉัยให้สิทธินิรโทษกรรมคดีที่เข้าองค์ประกอบที่จะได้รับการ นิรโทษกรรมตามบัญชีฐานความผิดแนบท้ายพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
1.หากคดีอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ให้พนักงาน โดยมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นเจ้าของคดีให้ยุติการสอบสวน
2.คดีอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของพนักงานอัยการ ให้พนักงานอัยการยุติการดำเนินคดีคดีที่อัยการส่งฟ้องแล้วและอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ให้พนักงานอัยการถอนฟ้อง
3.กรณีที่จำเลยถูกฝากขังในเรือนจำ ให้ศาลพิจารณาออกหมายปล่อย
4.คดีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด และผู้ต้องคดีเป็นนักโทษในเรือนจำ ให้ศาลพิจารณาออก
หมายปล่อย เพื่อให้กรมราชทัณฑ์ปล่อยตัวนักโทษ
5.คดีถึงที่สุด ผู้เคยต้องคำพิพากษาว่ากระทำผิด ประสงค์ขอให้ลบล้างประวัติให้ยื่นคำร้อง ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
6.ให้หน่วยงานตาม 5 ข้อ จัดทำรายงานเกี่ยวกับคดีที่จะให้มีการนิรโทษกรรม เสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา หากคณะกรรมการไม่มีความเห็นแย้งภายในเวลา 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือถือว่าคณะกรรมการเห็น ด้วยกับการนิรโทษกรรมตามเสนอ
กรณีผู้ได้รับสิทธินิรโทษกรรมใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อหน่วยราชการในกระบวนการยุติธรรมที่คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาแล้ว ได้รับการปฏิเสธไม่ดำเนินการ ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการนิรโทษกรรม
นายนิกร กล่าวว่า และกลไกที่ 2 ให้ผู้ได้รับสิทธินิรโทษกรรมตามกฎหมายขออุทธรณ์ กรณีที่หน่วยราชการปฏิเสธไม่ให้สิทธินิรโทษกรรม ให้คณะกรรมการนิรโทษกรรมแบบผสมผสานมีองค์ประกอบอาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานกรรมการ ,ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธานกรรมการ และคณะกรรมการดังกล่าวมีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้
1.พิจารณารายงานคดีที่จะให้มีการนิรโทษกรรมที่หน่วยงานราชการในกระบวนการยุติธรรมเสนอ หากมีความเห็นแย้งให้ตอบกลับหน่วยงานราชการในกระบวนการยุติธรรมภายในกำหนดเวลา๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานนั้น
2.พิจารณาอุทธรณ์กรณีผู้ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อหน่วยราชการในกระบวนการยุติธรรมที่
คดีอยู่ในอำนาจพิจารณา ได้รับการปฏิเสธไม่ดำเนินการ ให้คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการนิรโทษกรรมมีผลผููกพันหน่วยราชการดังกล่าวให้พิจารณาการให้นิรโทษกรรม
3.หยิบยกคดีที่ได้รับผลตามพระราชบัญญัตินี้แต่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องไม่ได้หยิบ
ยกขึ้นมาพิจารณาเพื่อส่งให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งกรณีที่คณะกรรมการเห็นเองหรือกรณีที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้องร้องขอ
4.พิจารณาชี้ขาดกรณีที่มีปัญหามาสู่คณะกรรมาการว่าคดีใดได้รับสิทธิตาม
พระราชบัญญัตินี้หรือไม่ จากการเสนอของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงกรณีที่คณะกรรมาการพบเห็นเอง
5.จัดทำรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ประจำปีเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อรัฐสภา
เพื่อทราบ และเผยแพร่ต่อสาธารณชน
6.สื่อสารสร้างความเข้าใจสาธารณะเพื่อนำไปสู่การสร้างความปรองดอง
และ7.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้
นายนิกร กล่าวว่า มีเรื่องหลักๆคือการไม่ให้กระทำความผิดซ้ำ การคืนสิทธิ์บางอย่างให้ นอกจากนี้ ยังจะมีการพิจารณาเรื่องฐานความผิดอะไรบ้าง มีกี่อย่างที่จะนิรโทษกรรมให้
เมื่อถามถึง วาระการพิจารณาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นายนิกร กล่าวว่า คดีนี้จะมีการพิจารณาทีหลัง เพราะเดิมจากที่ศึกษามาใน 17 ฐานความผิดนั้นไม่มี แต่จากที่ทางศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเสนอมา เราก็นำมารวมอยู่ด้วยและจะต้องมีการตัดสินใจอีกครั้งว่าจะรวมหรือไม่รวมแต่ขณะนี้ข้อมูลครบหมดแล้ว เข้าใจว่าสัปดาห์หน้าก็จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ แต่หากไม่ได้พิจารณาในสัปดาห์หน้าก็จะเป็นอีกสัปดาห์หนึ่ง
เมื่อถามว่า น่าจะเคาะได้เลยใช่หรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า น่าจะเคาะได้ ตอนนี้ตนเริ่มทำรายงานในส่วนของอนุกรรมาธิการและสั่งพิมพ์แล้ว เหลือเพียงแค่ชุดใหญ่ ตั้งใจไว้ว่าสิ้นเดือน ก.ค.จะสามารถเสนอเข้าสู่ที่ประชุมของสภาฯ ได้ แต่หากไม่ทันก็อาจจะขยับไปไม่เกิน 2 สัปดาห์
เมื่อถามย้ำว่า จะเคาะเรื่องความผิดมาตรา 112 เลยใช่หรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า คณะกรรมาธิการพูดว่าจะมีการพิจารณาเรื่องนี้ เพราะตอนนี้โครงสร้างเสร็จหมดแล้วและการร่างพ.ร.บ.นี้ต้องมีบัญชีแนบท้ายที่ว่าการจะนิรโทษกรรมจะรวมฐานความผิดอะไรบ้างเพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ ส่วนที่ประชุมสภาฯ จะเอาอย่างไรก็แล้วแต่ ย้ำว่ากมธ.ชุดนี้มีหน้าที่แค่ชี้แนวทางในการทำร่างกฎหมาย ไม่ได้มีหน้าที่ยกร่าง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สว.พิสิษฐ์ ซัดกลับ 'สมชาย' ปูดสอดไส้นิรโทษฮั้ว สว. ยันไม่คิดล้างผิดตัวเอง
สว.พิสิษฐ์ โต้ “สมชาย แสวงการ” หลังตั้งข้อสังเกตร่างกฎหมายนิรโทษกรรมอาจสอดไส้ล้างผิดคดีฮั้วเลือก สว. ยืนยันไม่มีการแก้ไขในประเด็นดังกล่าว และไม่คิดนิรโทษกรรมตัวเอง
ประธาน กมธ.สร้างเสริมสันติสุข วุฒิสภา ยืนยันไม่มีสอดไส้นิรโทษกรรม 'คดีฮั้ว สว.'
พล.ต.อ.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสันติสุข วุฒิสภา กล่าวว่า ในการพิจารณาของ กมธ.ฯ ไม่พบเนื้อหาหรือสาระสำคัญที่ระบุถึงการนิรโทษกรรมคดีฮั้ว สว. และในบัญชีแนบท้ายไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. ยังยืนยันหนักแน่นว่ารับประกันได้ว่าไม่มี โดยในบัญ
กระจ่าง! ไม่นิรโทษ 'ฮั้วสว.' เปิดบัญชีท้าย 'พรบ.สร้างเสริมสันติสุข'
นายถาวร เสนเนียม อดีตรมช.คมนาคม และอดีตรมช.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สืบเนื่องจากการที่สื่อบางสื่อและมีผู้เขียนเฟซบุ๊กกังวลในเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรือร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
'สมชาย' ข้องใจ 'พ.ร.บ.นิรโทษกรรม' สอดไส้ล้างผิด 'คดีฮั้ว สว.'
นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ส่วนตัวสนับสนุนหลักการของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข
สอน‘เท้ง’อย่าล่มเรือแก้รธน.
"นิกร" สอน "เท้ง" เป็นผู้นำฝ่ายค้านต้องรับผิดชอบความหวัง ปชช. อย่าล่มเรือแก้ รธน. เป็นกัปตันที่ดีต้องดูแลลูกเรือตัวเอง
'นิกร' สวน 'เท้ง' สักแต่พูด กล่าวหาภูมิใจไทย ร่าง รธน. ฉบับสีน้ำเงิน ยืนยัน 'เนวิน' ไม่มีเอี่ยว
นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะหนึ่งในผู้ยกร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยแถลงตอบโต้พรรคประชาชนว่า ตนจำเป็นต้องแถลงเพราะถูกโจมตีอีกแล้วจากพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งจริงๆแล้วน่าจะเดินคนละเส้นทาง

