รีรันคำวินิจฉัย 32 หน้า 'ก้าวไกล' ล้มล้างการปกครองฯ สู่ 7 สิงหายุบไม่ยุบพรรค!

6 ส.ค.2567 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 7 ส.ค.2567 เวลา 15.00 น.  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคดีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ร้อง) โดยนายทะเบียนพรรคการเมือง ยื่นคําร้องกรณีมีหลักฐาน อันควรเชื่อว่าพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้อง) มีพฤติการณ์กระทําการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าลักษณะกระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคผู้ถูกร้องตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏตามคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567

จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคผู้ถูกร้อง เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลผู้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคผู้ถูกร้อง และห้ามมิให้ผู้ซึ่งดํารงตําแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคผู้ถูกร้องและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือ เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ ภายในกําหนด 10 ปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคําสั่งยุบพรรคผู้ถูกร้อง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคสอง และมาตรา 94 วรรคสอง

สำหรับคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 กรณี นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ พรรคก้าวไกล ใช้สิทธิหรือเสรีภาพล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 หรือไม่

จากกรณีผู้ถูกร้องทั้งสองร่วมกันเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร และรณรงค์ให้ยกเลิกมาตรา 112 ในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อปี 2566

โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 31 ม.ค.2567 ว่า การกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองเป็นการใช้สิทธิ หรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง และสั่งการให้ผู้ถูกร้องทั้งสองเลิกการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นเพื่อให้มีการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

อีกทั้งไม่ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วยวิธีการซึ่งไม่ใช่กระบวนการทางนิติบัญญัติโดยชอบ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสอง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 74

ต่อมาคำวินิจฉัยดังกล่าว จำนวน 32 หน้า ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 ก.พ.2567 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

61 ปี 7 สิงหา จากเสียงปืนในป่าเขา...เส้นทางการต่อสู้ที่ยังไม่สิ้นสุด ​

ในวาระครบรอบ 61 ปี 7 สิงหา "วันเสียงปืนแตก" ผม "ขอกราบคารวะสดุดีหัวใจและจิตวิญญาณอันเด็ดเดี่ยวของมิตรสหายทุกคน ที่ได้เสียสละชีวิต และชื่นชมมิตรร่วมรบที่ยังมีชีวิตอยู่ ในสมรภูมิแห่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมที่ดีงาม ด้วยศรัทธาอันไม่เสื่อมคลาย” ภารกิจเพื่อมวลชนคนยากไร้ การสร้างสรรค์สังคมที่เป็นธรรมนั้นเป็นภา

'เท้ง' ลั่นก้าวสู่ปีที่ 3 'ปชน.' สานต่อภารกิจ 'อนาคตใหม่-ก้าวไกล' ซัดระบอบสีน้ำเงิน ทำหลักนิติรัฐ-นิติธรรมสั่นคลอน

'ณัฐพงษ์' โพสต์ 2 ปี พรรคประชาชน กับภารกิจสร้างอนาคตใหม่ที่ดีกว่า สร้างประเทศไทยให้ก้าวไกล เพื่ออำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

พรรคส้มเพิ่งตื่น ตั้งกรรมการพิสูจน์ข้อเท็จจริงปม 'แก้วตา' ถูกคนในพรรคคุกคามทางเพศ

น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีน.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ (แก้วตา) อดีตสส.กทม. พรรคประชาชน ถูกคุกคามทางเพศ ว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการโดยไม่มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาชุดที่ผ่านมาขึ้นมา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เสียหายรู้สึกสบายใจที่สุด วางใจที่สุด และปลอดภัยที่สุด

ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า

'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น 'ปชน.' ชง อสส. ฟ้องศาล ฟันแก๊งฮั้ว สว.

'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น สส.ปชน. ชงอัยการสูงสุดส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ลากคอขบวนการฮั้ว สว. ผิดมาตรา 49 พร้อมฟันกกต. ผิด 157 ด้าน 'ภัณฑิล' ย้ำต้องคุ้มครองพยาน ไม่ใช่ข่มขู่