25 ส.ค.2567 - ฟองสนาน จามรจันทร์ เจ้าของนามปากกา "แม่หมอสมัครเล่น" นักโหราศาสตร์ชื่อดัง ทำนายดวงชะตา นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ "อุ๊งอิ๊ง" หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 และคนที่ 31 ของประเทศ

ฟองสนาน ระบุว่านางสาวแพทองธาร เกิดวันที่ 21 สิงหาคม 2529 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ทราบเวลาเกิดที่แน่นอน จึงกำหนดลัคนาไม่ได้ อย่างจะมีดวงชะตาด้านบวก คือ 1.รูปดวงชะตาปรากฎรูปโลงผี บ่งบอกอาการแคล้วคลาด และได้อะไรเกินกว่าที่คิด
2.พระเสาร์(๗) ที่ราศีพิจิก ได้มาตรฐานราชาโชคทำให้โชคระดับพระราชาหล่นมาในชีวิตง่ายๆ แบบไม่คาดฝัน ยิ่งหากลัคนาสถิตราศีเมษหรือราศีกุมภ์ราศีใดราศีหนึ่ง แล้ว ราชาโชคดวงนี้จะเป็นตัวตัดสินว่าเรื่องงานเมื่อบุญญาวาสนามา เทวดาก็กีดกันไม่ได้ คล้ายๆคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่หาเสียง 49 วันได้เป็นนายกรัฐมนตรี
เพียงแต่มีเงื่อนไขว่าได้แล้ว จะนำความเดือดร้อน-พลิกผันตามมาเพราะอำนาจของพระเสาร์หัวหน้าดาวร้าย
3 แต่ไม่ว่าลัคนาจะสถิตราศีอะไร พระอาทิตย์(๑) ตัวแทนการเมือง-ดาวยศศักดิ์ ได้มาตรฐานเด่น เป็นเกษตราธิบดีที่ราศีสิงห์ เล็งพฤหัสบดี(๕) เป็นคู่มิตรใหญ่ จึงมีตำแหน่งทางการเมือง อีกทั้งทำให้พฤหัสบดีเพ็ญหรือสุกสว่างด้วย
ขณะที่ "ด้านลบ" ฟองสนาน เตือนว่า 1. ระวังความมุทะลุกล้า- รวดเร็วจนลุกลี้ลุกลน(อังคาร ๓ ถึงราหู ๘)
2. ระวังวาจาเป็นพิษจากการพูดเผ็ดร้อน-โต้แย้ง-วิวาทะด้วยคำพูด อีกทั้งต้องระวังเอกสารลายเซ็นจะลงนามอะไรต้องกลั่นกรอง-ตรึกตรอง เพราะเป็นพิษได้ง่าย(อังคารกาลกิณี ๓ ถึง ๔)
3. ระวังคดีความ และระวังการใช้อำนาจ มีแล้วต้องไม่มัวเมา จุดนี้เป็นประเด็นที่จะทำให้ตกจากตำแหน่งได้แบบคาดไม่ถึง(พระเสาร์ ๗ ถึงพระอาทิตย์ ๑)
4. ระวังภัยจากการคบคนประเภทคนชั่ว(พระราหู ๘ เล็งพระศุกร์ ๖)
ฟองสนาน ระบุอีกว่า ส่วนชะตาจร ที่ทำให้ได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 และเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของประเทศแล้วจะมีลีลาการได้ที่มีทั้งบวกและลบที่จะตามมาคือ
1. วันสภาลงมติเลือกให้เป็นนายกฯดาวตบะบารมีได้แสงจากบุญเก่าเป็นตัวหลักที่ทำให้ได้ตำแหน่ง(พระราหูเดชจร 8 เดินในราศีมีนทับพระราหูศรีเดิม ๘ ที่สถิตราศีมีน)
แต่การได้ตำแหน่งครั้งนี้เป็นงานหิน-งานหนักราวแบกอิฐหินปนทรายแบบ..หินลาภาจักได้ ..(ทักษาจรตกภูมิเสาร์)
2.ได้ตำแหน่งขณะกรรมเก่าแรงและรอเกิดตลอด ไปถึง 14 กุมภาพันธ์ 2569 ตามโฉลก..โทษทุกข์แต่ปางเพรง ก็จะก่อจะเกิดมี สิ่งสินระส่ายทรัพย์ ภ-ยทับระทมทวี เกรงชีวิตชนม์ชี- วพินาสประลัยตู(พระเสาร์จร 7 ถึงพระเสาร์ดวงเดิม ๗)
3.ได้ตำแหน่งแล้วด้านลบตามมาด้วยอาการรอเกิดเมื่อดวงชะตาตกคือถูกบีบหน้าเขียว-หน้าเหลือง หรือเรื่องยุ่งยากจะตามมา(ได้ตำแหน่ง ขณะที่พฤหัสบดีหัวหน้าดาวดีตรึงกับพระเสาร์หัวหน้าดาวร้าย)
"อาการนี้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์เคยได้มาแล้วคือชนะคดีไอทีวี ได้กลับมาทำหน้าที่สส. แล้วถูกยุบพรรคและตัดสิทธิ์ทางการเมืองสิบปี" ฟองสนานระบุ....อ่านฉบับเต็ม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คู่มือทบทวนชีวิตช่วงพระเสาร์จร(7)เดินถอยหลังสำหรับคนทุกลัคนาราศีตอนที่2
มาต่อกันถึงผลของการที่พระเสาร์จร (7) เดินถอยหลังในราศีมีน คือวาระเหมาะที่จะทบทวน-ปรับปรุง-แก้ไขเรื่องต่างๆ ที่พระเสาร์เป็นตัวแทนของคนทุกลัคนาราศีต่อจากตอนที่แล้ว
คู่มือทบทวนชีวิตช่วงพระเสาร์จร(7)เดินถอยหลังสำหรับคนทุกลัคนาราศี
พระเสาร์จร (7) เดินถอยหลังในราศีมีน ระหว่าง 27 ก.ค.-30 พ.ย.69 แค่พระเสาร์ซึ่งเป็นดาวดวงสำคัญของดวงเมืองเริ่มเดินถอยหลังในราศีมีนตั้งแต่ 27 กรกฎาคม 2569 อาการก็เริ่มส่งสัญญาณจะเปลี่ยนแปลงใหญ่ในนโยบายสำคัญของรัฐบาล
ลุ้นพายุลูกแรกเข้าเมือง
ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์และดาวจรที่บ่งบอกพายุหมุนเขตร้อนจะเข้าเมือง พระเสาร์จร (7) เดินถอยหลังในราศีมีน ระหว่าง 27 ก.ค.-30 พ.ย.69 พฤหัสบดีจร (5) เดินในราศีกรกฎ ระหว่าง 1 มิ.ย.-19 ต.ค.69
ช่วงดาวตัวแทนรัฐบาลเดินวิปริต
ภาพดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ พระเสาร์จร (7) เดินผิดปกติในราศีมีนระหว่าง 27 ก.ค.-30 พ.ย.69 แม้ภายในวันเกิดที่ 13 กันยายน 2569 ดาวประจำชีพคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะมีภูมิต้านทานสูงอยู่ แต่ต้องจับตาปรากฏการณ์หนึ่งที่กำลังรอเกิดกับรัฐบาลและบ้านเมือง
เถลือกไถลแต่ลางบวกเศรษฐกิจโผล่เป็นระยะ
ผู้เขียนเคยเรียกร้องและขอทีมงานเศรษฐกิจมืออาชีพ ที่ไม่ใช่สมัครเล่นจากรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อพาเมืองตีฝ่าสงครามเศรษฐกิจโลกที่เริ่มก่อตัวมาตั้งแต่กลางกรกฎาคม 2565 และซ้อนวิกฤตเศรษฐกิจที่เมืองจะพานพบเนื่องจากปัญหาของเมืองเองน้องๆ ต้มยำกุ้งที่จะเริ่มตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป
เชียร์ 3 อดีตนายกฯชินวัตร เดินเกมเศรษฐกิจ ชูเป็น 'ทูตเศรษฐกิจภาคประชาชน'
อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย มองการพบปะผู้นำอาเซียนของ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร” เป็นโอกาสสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ย้ำไม่ใช่การวัดพลังการเมือง แต่เป็นการใช้คอนเนกชันส่วนตัวช่วยเปิดตลาดใหม่ ดึงการลงทุน พร้อมวอนกลุ่มที่จับตาเลิกมองด้วยอคติ หันมามองผลลัพธ์ต่อประชาชน

