จุดเปลี่ยนคดีทักษิณ-พท.! จับตาสมัคร ตุลาการ ศาลรธน. ใหม่ 2 คน

จับตาเลือกปธ.ศาลรธน.-ตุลาการฯใหม่ 2 คน เริ่มสมัครพรุ่งนี้ จุดเปลี่ยนคดีทักษิณ-พท.ล้มล้างปกครองฯ พ่วงยุบพรรค ในกำมือสว.สีน้ำเงิน  คาดประมุขศาลฯคนใหม่ แทน’นครินทร์’มาจากสายศาลฎีกาฯ 

10 พ.ย.2567-ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของศาลรัฐธรรมนูญที่ตอนนี้กำลังจะมีการพิจารณาคำร้องคดีสำคัญเช่น คำร้องคดี นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ร้องขอให้ศาลรธน.วินิจฉัยสั่งการให้ ทักษิณ ชินวัตร ผู้ถูกร้องที่หนึ่งและพรรคเพื่อไทย ผู้ถูกร้องที่สอง หยุดพฤติการณ์ที่เข้าข่ายล้มล้างปกครองฯ ที่ยื่นไปรวมหกประเด็น รวมถึงจะยื่นประเด็นใหม่เพิ่มเติมกรณีเรื่อง MOU44 ซึ่งเป็นการยื่นตามช่องทางรธน.มาตรา 49 โดยคาดว่า ศาลรธน.จะพิจารณาว่าจะลงมติรับหรือไม่คำร้องดังกล่าวในวันพุธที่ 13 พ.ย.นี้หรือวันพุธหน้า 20 พ.ย.  เพราะปรากฏว่าในวันที่ 16 พ.ย.นี้ ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ จะอยู่ครบวาระการเป็นตุลาการศาลรธน.  ทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง ประธานศาลรธน.และตุลาการศาลรธน. เช่นเดียวกับ นายปัญญา อุดซาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ก็จะต้องพ้นจากตำแหน่งวันที่ 24 พ.ย. จึงทำให้ต้องมีการรับสมัครเลือกตุลาการศาลรธน.คนใหม่ รวมถึงต้องเลือกประธานศาลรธน.คนใหม่เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญ บัญญัติให้ ตุลาการศาลรธน.ที่แม้จะครบวาระการทำหน้าที่แล้ว แต่ยังต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่าจะมีตุลาการศาลรธน.คนใหม่มาทำหน้าที่แทน ซึ่งแตกต่างจากคณะกรรมการป.ป.ช. ที่ต้องพ้นจากตำแหน่งไปเลยหากครบวาระ ไม่สามารถอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้

โดยมีรายงานว่า นางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกาในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรธน. ได้ออกประกาศรับสมัครตุลาการศาลรธน.สองตำแหน่งแล้ว โดยจะเริ่มรับสมัครกันวันแรกในวันพรุ่งนี้ จันทร์ที่ 11 พ.ย.ถึงจันทร์ที่ 25 พ.ย. เป็นเวาลาสองสัปดาห์ ที่อาคารัฐสภา

อย่างไรก็ตาม แม้คณะกรรมการสรรหาฯ คัดเลือกจนได้รายชื่อสองคนส่งไปที่วุฒิสภา แต่สุดท้าย ก็อยู่ที่ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่าจะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบรายชื่อที่ส่งไปหรือไม่ ซึ่งอาจเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบก็ได้  ที่ทั้งหมดอยู่ที่สว.เสียงข้างมาก ที่ก็คือ สว.สีน้ำเงิน ที่มีร่วม 167 คนจาก 200 คนว่าจะเอาด้วยกับรายชื่อที่ส่งมาหรือไม่ หรือจะตีตกไม่โหวตเห็นชอบทั้งสองชื่อก็สามารถทำได้

ซึ่งการสรรหาและลงมติคัดเลือกตุลาการศาลรธน.สองตำแหน่งครั้งนี้ เริ่มถูกจับตามองว่า จะมีผลต่อการพิจารณาคำร้องคดีที่พรรคเพื่อไทย และนายทักษิณ ถูกร้องว่า ล้มล้างการปกครองฯ หรือไม่ เพราะคดีนี้ หากสุดท้าย คำวินิจฉัยกลางของศาลรธน. มีคำวินิจฉัยที่เขียนออกมาตอนใดตอนหนึ่งว่า นายทักษิณ และพรรคเพื่อไทย มีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองฯ รวมถึงนายทักษิณเข้าไปครอบงำพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลในการจัดตั้งรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร จะทำให้มีคนไปร้องกกต. เพื่อให้ส่งศาลรธน.ยุบพรรคเพื่อไทยและหกพรรคการเมืองที่ไปร่วมหารือกับทักษิณที่บ้านจันทร์ส่องหล้าตามมา ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในเรื่องการถูกยุบพรรคตามมา 

ทำให้ ต้องดูผลการลงมติของตุลาการศาลรธน. ทั้งเก้าคนตั้งแต่ตอนลงมติว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องว่า ผลจะออกมาอย่างไร และตุลาการศาลรธน.แต่ละคนลงมติอย่างไร โดยเฉพาะนายนครินทร์ ประธานศาลรธน. และนายปัญญา ที่ต้องดูว่าจะลงมติให้รับหรือไม่รับคำร้อง ที่หากนายนครินทร์ กับนายปัญญา ลงมติไม่ให้รับคำร้องทั้งสองคน ทำให้คาดว่า ฝ่ายนายทักษิณกับพรรคเพื่อไทย จะไม่มีการดึงเวลาการสู้คดี ล้มล้างการปกครองออกไปก็ได้  เพราะอาจมองว่า ทั้งสองคน ก็คงต้องลงมติตอนตัดสินคดีในทางที่เป็นคุณกับผู้ถูกร้องคืออาจวินิจฉัยว่า คำร้องไม่มีมูลฯ  แต่หากทั้งสองคน ลงมติให้รับคำร้องไว้พิจารณา ก็คาดว่าจะทำให้ฝ่ายผู้ถูกร้อง จะไม่ดึงเรื่องการสู้คดีแต่จะปล่อยไปตามสถานการณ์ แล้วไปลุ้นให้สว.สีน้ำเงินโหวตเห็นชอบตุลาการศาลรธน.ใหม่สองคน ที่จะเข้าไปพิจารณาคดียุบพรรคที่อาจถูกร้องตามมา

หากคำวินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครองออกมาไม่เป็นคุณกับผู้ถูกร้อง ที่ทางทักษิณกับเพื่อไทยรวมถึงหกพรรคการเมือง  อาจหวังให้คดีอาจพลิกได้ เพราะเป็นตุลาการศาลรธน.ใหม่ ที่อาจมีแนวทางคำวินิจฉัยส่วนตนที่ไม่จำเป็นต้องยึดคำวินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครองฯ ก็ได้ เพราะถือว่ามาทำหน้าที่ใหม่ 

ขณะเดียวกัน ต้องคอยติดตามว่า การเลือกประธานศาลรธน.คนใหม่ ที่จะมาแทน นายนครินทร์ สุดท้ายแล้ว ตุลาการศาลรธน.คนใดจะมาเป็นประธานศาลรธน.คนใหม่ ที่ตอนนี้มีการคาดการณ์กันว่า ประธานศาลรธน.คนใหม่ น่าจะเป็นตุลาการศาลรธน.ที่มาจากสายอดีตผู้พิพากษาซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา คัดเลือกและส่งชื่อไปเป็นตุลาการศาลรธน.

อนึ่งคณะกรรมการสรรหาฯ ตุลาการศาลรธน.ใหม่สองคน ประกอบด้วย นางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกาในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรธน.,ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา-ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ-หัวหน้าพรรคประชาชน , ประธานศาลปกครองสูงสุด นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ , นางสุพัตรา ศรีไมตรีพิทักษ์ตัวแทนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง -นายอรรถยุทธ ศรีสมุทร ตัวแทนจากผู้ตรวจการแผ่นดิน ,นายชาญนะ เอี่ยมแสง ตัวแทนจากคณะกรรมการป.ป.ช. ,นายเจษฎา กตเวทิน ตัวแทนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นต้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาล รธน. เรียกเอกสารหลักฐานจาก รมว.กลาโหม เพื่อวินิจฉัยคดีต่อต้านเกณฑ์ทหารของ 'เนติวิทย์'

ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาในคดที่ กรณีพ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 27 และมาตรา 45 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 31 หรือไม่ 

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา

'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.

'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่