การเมืองมกรา’68 พรรคร่วมร้อนรุ่มแตกหัก ‘ทักษิณ’ หนาวสะท้านชั้น 14

ทักษิณขยี้หนัก โชว์ภาพตีกอล์ฟขนาบข้างทุนผูกขาด ส่อสื่อสัญญาณรุก “พีระพันธุ์-รวมไทยสร้างชาติ” คาดชะตากรรมไม่แตกต่าง “ประวิตร-พปชร.” ประเมินปี 68 ปมชั้น 14 ทำการเมืองร้อนแรง

23 ธ.ค.2567- นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ว่า การเมืองตั้งแต่มกราคม 2568 เป็นต้นไปจะร้อนแรงและบีบรัดพรรรคร่วมรัฐบาลกับทักษิณ ชินวัตร มากขึ้น ด้วยปัจจัยหลักอยู่ที่การตรวจสอบไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และแพทยสภาในกรณีชั้น 14 รพ.ตำรวจ

ขณะที่แพทยสภาตั้งประเด็นตรวจสอบจริยธรรม โดยให้แพทย์จาก รพ.ตำรวจและราชทัณฑ์ ชี้แจงภายในวันที่ 15 ม.ค. 2568 ราวกับแพทย์รู้ทันพฤติกรรมแพทย์ด้วยกัน ส่วน ปปช.ตั้ง ปปช.ทั้งชุดเป็นคณะกรรมการไต่สวนเจ้าหน้าที่เกียวข้อง 12 คน อย่างไรก็ตาม ยังมี ปปช.บางคนพยายามใช้อำนาจช่วยเหลือทักษิณ โดยหวังเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบการสอบสวนจากนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ ที่เป็นประธานอนุไต่สวนตรวจสอบเบื้องต้น ไปเป็นคนอื่น ซึ่งไม่พ้นกระแสสังคมจับจ้องและเฝ้าดูอยู่อย่างไม่คลาดสายตา

“ข่าวสารแบบนี้ คน ปปช.ย่อมรู้ดีว่า หมายถึงใครใน ปปช.ที่พยายามต่อรองให้นายเอกวิทย์ เสียสละไม่ต้องรับผิดชอบการตรวจสอบไต่สวน โดยหวังให้ ปปช.คนอื่นมารับผิดชอบแทน เพื่อหวังเปลี่ยนเรื่องราวชั้น 14 ไปเป็นผลดีกับทักษิณ”

นายจตุพร กล่าวว่า กรอบการตรวจสอบของ ปปช.นั้นมีเวลาถึง 2 ปี ดังนั้นถ้าให้นายเอกวิทย์ ผู้เคยทำหน้าที่มาเบื้องต้นแล้ว ยิ่งจะทำให้เวลาตรวจสอบได้ผลเร็วขึ้น เพราะถ้าเนิ่นนานความยุติธรรมย่อมจางหายไปได้ การตรวจสอบทั้ง ปปช.และแพทยสภาในกรณีชั้น 14 มีเป้าหมายไม่แตกต่างกัน เพราะแพทยสภาตรวจสอบด้านจริยธรรมของแพทย์ที่ทำการรักษาว่าจริงหรือไม่ ขัดจรรยาบรรณหรือไม่ ขณะที่ ปปช. ตรวจสอบเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง 12 คนเพื่อดำเนินคดีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

นอกจากนี้ยังมีข้อหาอีกส่วนหนึ่งกรณีนำนักโทษไปคุมขังนอกเรือนจำโดยไม่ขออนุญาตจากศาลก่อน ดังนั้น ตั้งแต่มกราคม 2568 เป็นต้นไปจะเห็นการซ่อนเรื่องราวต่างๆ ไว้คงคลี่คลายให้ชัดเจนขึ้น ส่วนทักษิณต้องการออกนอกประเทศตามปกติเพื่อไปร่วมประชุมที่เกาะลังกาวีก็คงไม่ง่ายดายนัก

นายจตุพร กล่าวถึงสื่อมวลชนมาเลเซียอ้างนายอันวาร์ นายกฯ มาเลเซีย จะนัดประชุมกับประธานาธิบดีอินโดนีเซียและทักษิณ ชินวัตร ที่เกาะลังกาวีในสัปดาห์หน้า แต่ทักษิณ ติดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศในคดี ม.112 ที่น่าสนใจคือศาลจะอนุญาตหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เมื่อทักษิณหนีคุกลี้ภัยอยู่ต่างประเทศสามารถเดินทางไปประเทศต่างๆ ได้ทั่วโลก แต่หลังจาก 22 ส.ค. 2566 ทักษิณกลับมาไทยแล้วก็อยู่ได้เฉพาะในไทยเพราะติดคดี ม.112 เมื่อได้ประกันตัวศาลมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ  อีกอย่าง ทักษิณเคยมีพฤติการณ์หลอกศาลไปดูกีฬาโอลิมปิกที่จีนแล้วหลบหนีนานถึง 17 ปี ดังนั้น เมื่อศาลเคยถูกหลอกมาแล้ว จะอนุญาตให้ออกนอกประเทศอีกหรือไม่ จึงอยู่ที่ดุลยพินิจของศาลจะวินิจฉัย

ส่วนการเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่นั้น นายจตุพร คาดว่า ยังเป็นพื้นที่ที่ผู้สมัครจากพรรคประชาชนจะเอาชนะได้ยาก อย่างไรก็ตาม การแข่งขันทางการเมืองในทุกพื้นที่ หากพรรคประชาชนอยากชนะแล้ว ส่วนสำคัญต้องจัดผู้สมัครที่มีความพร้อมในฐานเสียงส่วนตัวเบื้องต้นระดับหนึ่งไว้เป็นทุนการแข่งขัน ซึ่งเมื่อนำความนิยมของพรรคมาเติมแล้ว อาจได้ชัยชนะโดยไม่ลำบากนักกับการหาเสียง

ส่วนการเมืองสนามใหญ่ยังน่าสนใจกับภาพการออกรอบตีกอล์ฟของทักษิณที่ขนาบข้างด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทยและรองนายกฯ นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ และ นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คงเป็นการส่งสัญญาณถึงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และ รมว.พลังงาน สิ่งสำคัญยังจะทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติสั่นคลอนด้วย ดังนั้นเสถียรภาพภายในพรรคคงไม่แตกต่างจากพรรคพลังประชารัฐถูกกระทำจนแตกแยกยับเยินไปแล้ว

“มีข่าวดังมากขึ้นถึงอนาคตของนายพีระพันธุ์ ว่าอาจถูกปรับออกจากรัฐมนตรี เพราะไม่ตามใจทุนผูกขาดด้านพลังงาน อีกอย่างการทำงานที่ยึดหลักการมั่นคงจึงเป็นคนที่เอาไว้ร่วมรัฐบาลไม่ได้เช่นกัน ดังนั้น ความเป็นไปได้ทางการเมืองคือ พรรครวมไทยสร้างชาติอาจถูกให้ออกจากการร่วมรัฐบาล หรือปรับเอาส่วนของนายพีระพันธุ์ออกไปเท่ากับแบ่งครึ่งพรรค ซึ่งเป็นชะตากรรมเดียวกันกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และพรรคพลังประชารัฐ”

นายจตุพร กล่าวว่า อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร มาเป็นนายกฯ แม้ได้รับเสียงนิยมจากการสำรวจของมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพโพลก็ตาม แต่การทำโพลของสำนักนี้ยังน่ากังขา อีกอย่างโฆษกรัฐบาลออกมาสำทับรับลูกโพลของอุ๊งอิ๊งอีกว่า ประเทศไทยในปี 2568 จะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นทุกตารางนิ้ว ซึ่งเป็นแค่คำพูดของนักการเมืองโดยขาดความน่าเชื่อถือ

อย่างไรก็ตาม การที่อุ๊งอิ๊งมาเป็นนายกฯ นั้น สิ่งสำคัญทำให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ ที่ดูดีขึ้น และกระตุ้นให้ผู้คนคิดถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มากยิ่งขึ้นด้วย แล้วพรรคเพื่อไทยและนายกฯ อุ๊งอิ๊งไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือกับโพลนิยม 15% ดังนั้น การเมืองตั้งแต่มกราคม 2568 เป็นต้นไปจะร้อนแรงขึ้น เพราะบ้านเมืองมาถึงจุดเสื่อมและจะทลายลามไปถึงส่วนต่างๆ แล้วลากดึงให้ทรุดตามไปด้วย

ส่วนการเสนอนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาตินั้น นายจตุพร กล่าวว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยควรมีความกล้าและเร่งเสนอชื่อเข้า ครม.อนุมัติโดยเร็ว เพราะฝ่ายที่คัดค้านจะได้ขยับออกมาต่อต้านได้เร็วขึ้น ดังนั้น ในวันอังคารประชุม ครม.ถ้ามั่นใจแล้ว ควรเสนอแต่งตั้งให้เรียบร้อย ซึ่งไม่รู้ว่ากลัวอะไรกันจึงปล่อยไว้จนเนินนาน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลื้ม 'ภูเก็ต' คว้าอันดับ 1 ครองใจนักท่องเที่ยวแคนาดา

น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลรู้สึกปลื้ม หลังจากจังหวัดภูเก็ตได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากนักท่องเที่ยวชาวแคนาดาในงาน Air Canada Vacations Toronto Product Launch

'อนุทิน' ขอบคุณ 'เนเน่' สร้างชื่อเสียงประเทศ ทำคนไทยมีความสุข

นายกฯ ขอบคุณและดีใจไปกับ 'เนเน่' ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ทำคนไทยมีความสุขมีกำลังใจ เชื่อถ้ามีคนพูดคำว่าไทยแลนด์ 1 ล้านครั้ง ไปได้ไกลแน่นอน

นายกฯ ถกทีมไทยแลนด์ ชูจุดแข็ง 'รัฐบาล' เสถียรภาพสูงมาก ไม่หากินผิดกม.

นายกฯ ประชุมทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต ยัน ครม. ชุดนี้ ไม่มีใครหากินผิดกฎหมาย ย้ำจุดแข็ง รัฐบาลมีเสถียรภาพสูงมาก ด้าน ‘ทีมโรดโชว์’ ชมเปาะ นโยบายเพิ่มความมั่นใจนักลงทุน

'ไหม' จวก 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส2' ไม่ช่วยกระตุ้นศก. แซะหั่นแจกอีก 2 ด. แค่กระตุ้นความนิยมรบ.

'ศิริกัญญา' จวก 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2' ปลดล็อกงบกู้ 2 แสนล้าน แต่หั่นเหลือเดือนละ 500 บ. แซะ แจกเงินกู้วิกฤตศรัทธา

'จุติ' หนุนต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เดินหน้าปฏิรูปภาษี-ปราบทุจริต-ลดงบซ้ำซ้อน ช่วยประหยัดงบปีละ 1 แสนล.

‘จุติ’ หนุนต่ออายุอีก 2 เดือน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กระตุ้นการบริโภค พร้อมเดินหน้าเร่งปฏิรูปภาษี-ปราบทุจริต-ลดงบซ้ำซ้อน ประหยัดเงินปีละ 1 แสนล้าน

รัฐบาล ย้ำดูแลค่าครองชีพต้องมองทั้งระบบ ชี้มาตรการน้ำมัน-ราคาสินค้า มีเป้าหมายต่างกัน

รัฐบาล ย้ำดูแลค่าครองชีพต้องมองทั้งระบบ ชี้ราคาน้ำมันส่งผลทั้งค่าขนส่ง ราคาสินค้า แต่ละมาตรการมีเป้าหมายต่างกัน ใช้เงินรัฐต้องตรงจุด คุ้มค่า ย้ำวงเงินกู้ไม่จำเป็นต้องใช้ให้หมด