โค้งสุดท้ายเดือด! 'ทักษิณ' ยกทัพใหญ่หาเสียงรอบ 2 'นายก อบจ.เชียงราย'

โค้งสุดท้าย หาเสียง ‘นายก อบจ.เชียงราย’ เดือด! ‘ทักษิณ’ ยกทัพใหญ่ช่วยเมียยงยุทธ สู้สีน้ำเงินรอบสอง 29 ม.ค. ก่อนปิดโรดแมปทัวร์ทั่วประเทศ

17 ม.ค. 2568 – ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวการหาเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย ที่เป็นการแข่งขันกันระหว่าง นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช อดีตนายก อบจ.เชียงราย ภรรยานายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา แกนนำพรรคเพื่อไทย กับนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ อดีตนายก อบจ.เชียงราย ที่แม้จะลงสมัครอิสระ แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายพรรคการเมืองสีน้ำเงิน ว่า กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยพบว่านางสลักจฤฎดิ์ และนายยงยุทธ ติยะไพรัช กับทีมงานหาเสียงเลือกตั้งได้ลงพื้นที่หาเสียงอย่างหนัก มีการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่-ปราศรัยย่อยทุกอำเภอในจังหวัดเชียงราย บางวันเปิดเวทีปราศรัยถึง 3 – 4 จุด เช่นเมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา มีการเปิดเวทีปราศรัยที่ ตำบลปล้อง, ตำบลหงาว อำเภอเทิง ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของบ้านใหญ่ตระกูลวันไชยธนวงศ์ ปรากฏว่ามีประชาชนไปฟังการปราศรัยเรือนหมื่นคน

และที่น่าสนใจก็คือ ในโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ก่อนวันเลือกตั้ง 1 ก.พ. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาที่เชียงราย เพื่อหาเสียงช่วยนางสลักจฤฏดิ์ในวันที่ 29 ม.ค. โดยจะขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงให้ถึง 3 จุด ในวันเดียว ที่อำเภอแม่สรวย -อำเภอพานและสนามฟุตบอลเชียงรายยูไนเต็ด ที่เป็นสโมสรฟุตบอลประจำจังหวัด หลังก่อนหน้านี้เคยมาช่วยหาเสียงให้แล้วเมื่อ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา

ขณะที่ วันนี้ (17 ม.ค.) นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาช่วยหาเสียงและขึ้นเวทีปราศรัยให้ด้วย

นายยงยุทธ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงให้นางสลักจฤฎดิ์ กล่าวถึงการหาเสียงในช่วงที่ผ่านมาว่า ประชาชนชาวเชียงรายให้การตอบรับ และตื่นตัวกับการเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย ครั้งนี้อย่างมาก ส่วนเรื่องความมั่นใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ คงต้องรอจนถึงช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง แต่การหาเสียงในช่วงที่ผ่านมา ได้ใช้รูปแบบการหาเสียงท้องถิ่น ที่แตกต่างจากการหาเสียงนายก อบจ. ในรูปแบบเดิมๆ เพราะได้นำเสนอนโยบายแนวความคิดหลายอย่างที่ประชาชนจับต้องได้ ไม่ได้พูดถึงแต่เรื่องการทำถนน แต่ได้นำเสนอแนวคิดเรื่องการพัฒนาจังหวัดโดยเชื่อมโยงกับส่วนกลาง-รัฐบาล ในรูปแบบเชียงรายโมเดล

นายยงยุทธ กล่าวว่า นโยบายเชียงรายโมเดลว่า จะทำให้เชียงรายเป็นโมเดล ให้เห็นถึงการช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ เช่นเรื่องการเกษตร ซึ่งหน่วยงานรัฐมีกระทรวง-กรมที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง มีผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ มีข้าราชการหลายหน่วยงานในจังหวัด แต่เกษตรกรก็ยังมีปัญหาเรื่องหนี้สินธกส. เรื่องราคาพืชผลการเกษตรที่ขายไม่ได้ราคา แต่ก็จะพบว่า ข้าราชการเองบางทีมาอยู่ที่จังหวัด พอทำงานได้สักพักย้ายไปจังหวัดอื่น แต่เกษตรกรยังอยู่ที่จังหวัด ยังประสบปัญหาเหมือนเดิม แล้วเจอกับปัญหาเดิมๆ เช่น บอกว่าที่ราคาสินค้าเกษตรขายไม่ได้ราคา เพราะผลิต-ปลูกมากเกินไป โดยไม่ได้มีแนวนโยบายใหม่ๆ มาแก้ปัญหา

จึงเสนอแนวทางว่า ต่อไปต้องปรับจากที่เกษตรกรเป็นต้นน้ำ -ผู้ผลิต ทาง อบจ.เอง ต้องเข้ามาอยู่กลางน้ำ หาพื้นที่ตลาดกลาง ทำmarket place ตลาดเปิดในจังหวัดในพื้นที่ต่างๆ เช่นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดอาทิ น้ำตก ภูเขา โดยให้เกษตรกรนำผลิตผลทางการเกษตรมาขายโดยไม่คิดค่าพื้นที่ขาย เป็นลักษณะ Farm from to Table จากเกษตรกรถึงผู้บริโภค-ลูกค้าโดยตรง แล้วนำเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วย เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร วันนี้อบจ. ต้องไม่ได้คิดแต่เรื่องทำถนน อย่างเดียว รวมถึง อบจ. ต้องทำหน้าที่อื่นๆด้วยเช่น เรื่องการสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง การส่งเสริมเรื่องการศึกษาเช่นการสนับสนุนให้ประชาชน นักศึกษาในจังหวัดได้มีโอกาสเรียนภาษามากขึ้น อบจ.ต้องปรับตัวเองให้เข้ากับโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศึกชายแดน เปลี่ยนเกม! ‘อนุทิน’ พลิกบีบ ‘ส้ม-แดง’

พรรคภูมิใจไทย พลิกเกมขี่กระแส ชาตินิยม ได้อย่างทันทีท่วงที เมื่อ “นายกฯ หนู”-อนุทิน ชาญวีรกูล พลิกสถานการณ์จากเสียงตำหนิเรื่องน้ำท่วมใต้และปัญหาสแกมเมอร์ล่าช้า มายืนบนพื้นที่ที่ตัวเองได้เปรียบ คือกระแสชาตินิยม และประเด็นความมั่นคง

ยุบสภา! ดร.อานนท์ ยก 5 ข้อผลดีภูมิใจไทย ส่วนพรรคประชาชนโง่แล้ว โง่อยู่ โง่ต่อไป

ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์เฟซบุ๊กว่าการยุบส

คอนเฟิร์ม ‘นายกฯอนุทิน’ ทูลเกล้าฯพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวันนี้ (11 ธค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชกฤษฎี กายุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการทั่วไป แล้ว