‘สุวัจน์’ มองบ้านเมืองมีปัญหาเยอะ ต้องรีบแก้ไข ชี้ความขัดแย้งพรรคร่วมแค่ลิ้นกับฟัน

‘สุวัจน์’ มั่นใจรัฐบาลมีเสถียรภาพ 322 เสียง ชนะศึกซักฟอก  ชี้ปัญหาพรรคร่วมเปรียบแค่ลิ้นกับฟัน พร้อมชมนายกฯ เป็นคนรุ่นใหม่ทันสมัย สามารถนำพารัฐบาลได้ ยันหากต้องตัดสินใจทางการเมืองจะคิดให้รอบคอบ

9 ก.พ.2568-ที่บ้านราชวิถี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงความคาดหวังเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปีนี้ว่า ตนทำงานการเมืองมา 38 ปี เห็นว่าขณะนี้บ้านเมืองมีปัญหาเยอะทั้งเรื่องเศรษฐกิจภายในและภายนอก จึงยืนยันว่าจะใช้ประสบการณ์ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองให้มากที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาประเทศ เพราะต้องการให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นประชาชนมีความสุข โดยไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งทางการเมือง และเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาที่ทุกคนต้องรวมพลังกัน โดยเฉพาะความทันสมัยของนักการเมืองรุ่นใหม่ หากสามารถรวมพลังได้เชื่อว่าประเทศจะสามารถผ่านวิกฤติไปได้

นายสุวัจน์ กล่าวถึงจุดแข็งของรัฐบาลคือเสถียรภาพของพรรคร่วมที่มี 322 เสียง 74 ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งมากว่า 70 เสียง ขณะที่ฝ่ายค้านมี 171 เสียง ทำให้รัฐบาลมีเสียงมากกว่าฝ่ายค้าน 151 เสียง ซึ่งมีผลต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นคะแนนที่ค่อนข้างปลอดภัย รวมถึงการเสนอญัตติและร่างกฎหมายต่างๆไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

“ ดังนั้นพูดถึงเสถียรภาพของรัฐบาลในสภาแน่นปึ้กไม่มีปัญหา แต่ว่าก็ต้องคอยดูแลเสถียรภาพนอกสภา เรื่องปัญหาเศรษฐกิจ หรือชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนต้องแก้ไขให้เรียบร้อย จึงคิดว่าจุดแข็งของรัฐบาลคือเสถียรภาพ ”

อย่างไรก็ตาม จุดที่ไม่แข็งของรัฐบาลและสิ่งจะต้องร่วมมือกัน คือเรื่องเศรษฐกิจที่จะต้องเร่งเครื่อง นายกรัฐมนตรีต้องกำชับการทำงานด้านเศรษฐกิจและบทบาทของไทยในเวทีโลก เพื่อที่ไทยจะได้ตั้งรับฟังสถานการณ์เศรษฐกิจ  รัฐบาลทำงานได้ดีมีเสถียรภาพ เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นคนรุ่นใหม่ ทันสมัย มีประสบการณ์ทางการเมือง จึงเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ดังกล่าวจะทำให้นายกรัฐมนตรีสามารถแก้ไขปัญหาและนำพารัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างลุล่วง โดยขอเป็นกำลังใจในฐานะนักการเมือง พร้อมสนับสนุนภารกิจของนายกรัฐมนตรี

ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านนั้น นายสุวัจน์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบประเด็นในการอภิปราย แต่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะผ่านไปได้ด้วยเสถียรของพรรคร่วมยังดี ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจในสิ่งที่ฝ่ายค้านอภิปราย พร้อมกันนี้นายสุวัจน์ ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ในพรรคร่วมรัฐบาลที่มีหลายพรรคว่า เปรียบเสมือนลิ้นกับฟัน แต่เท่าที่ได้คุยกับหัวหน้าพรรคการเมืองยังไม่มีประเด็นอะไรที่รุนแรงหรือไม่เข้าใจกันมีเพียงเรื่องเล็กน้อยที่เคลียร์กันได้ ยืนยันไม่มีปัญหาอะไรที่จะกระทบเสถียรภาพหรือเสียงโหวตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ถามถึงการรวมกับพรรคเพื่อไทย นายสุวัจน์กล่าวว่า ปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 70 อายุมากแล้ว เตรียมตัวเคาท์ดาวน์ เวลาทางการเมืองเหลือน้อย หากมีเรื่องอะไรที่ต้องตัดสินใจทางการเมืองก็จะคิดให้รอบคอบ จะตัดสินใจในแนวทางที่มั่นใจว่า จะเกิดประโยชน์สูงสุด มีพลังทางการเมืองที่จะสามารถทำงานให้กับประเทศและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอนาคตทางการเมืองหากมีอะไรก็จะตัดสินใจร่วมกัน แต่จะไปอยู่ในจุดไหนต้องดูสถานการณ์ทางการเมืองด้วย และส่วนตัวไม่มีทายาททางการเมืองที่จะส่งต่อ มีแต่นายแพทย์ วรรณรัตน์ ชาญนุกูล และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ช่วยดูพรรคชาติพัฒนา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปชป.' จี้รัฐบาลเปิดข้อมูลแลนด์บริดจ์ ชุมพร–ระนอง 1 ล้านล้าน ถามเอกชนลงทุนจริงหรือรัฐแบกความเสี่ยง

รองโฆษกปชป. จี้รัฐบาลเปิดข้อมูลโครงการ Land Bridge ให้ครบ ทั้งรูปแบบ PPP เอกชนที่ยืนยันลงทุน สมมติฐานปริมาณตู้สินค้า ภาระเวนคืน และแผนรองรับหากเอกชนถอนตัว ชี้โครงการระดับ 1 ล้านล้านบาทต้องตอบให้ชัดว่าใครลงทุน ใครใช้ ใครได้ประโยชน์ และหากไม่เป็นไปตามคาด ใครเป็นคนจ่าย

'ศุภจี' โชว์ภาพเบื้องหลังเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ หารือ 'แทมมี่ ดักเวิร์ธ' สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ

ศุภจี เผยภาพระหว่างเดินทางเยือนสหรัฐฯ การเจรจาการค้า ก่อนและหลังเข้าพบคุณแทมมี่ ดักเวิร์ธ สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ

ไม่รั่วสตางค์เดียว! ‘อนุทิน’ยัน‘พรก.กู้เงิน4แสนล้าน’นายกฯต้องรับผิดชอบ

"นายกฯ อนุทิน" ลั่น พ.ร.ก.กู้เงินฯ ประกาศใช้แล้ว หลังจากนี้จะดีจะร้ายนายกฯ เป็นผู้รับผิดชอบ ย้ำจะสอดส่องดูแลใช้งบให้เกิดประโยชน์ต่อ ปชช. รับรองไม่รั่วไหลแม้สตางค์แดงเดียว

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง

เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%

โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.