'ดีลลับบรูไน' แค่ข่าวลือหรือสัญญาณการเปลี่ยนขั้ว?

กระแสข่าวลือเรื่อง “ดีลลับบรูไน” กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงการเมือง หลังจากนายทักษิณ ชินวัตร ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปบรูไน ระหว่างวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ เพื่อเข้าร่วมประชุมอาเซียน ตามคำเชิญของนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน

แต่ท่ามกลางกระแสข่าวนี้ มีการอ้างว่าการเดินทางดังกล่าวอาจไม่ใช่แค่ภารกิจทางการทูตธรรมดา หากแต่แฝงไปด้วยการเจรจาทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลกำลังจะเผชิญกับ ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนมีนาคม

เป้าหมายหลักของศึกอภิปรายครั้งนี้ถูกระบุว่า พุ่งเป้าไปที่ กระทรวงมหาดไทย ภายใต้การนำของ "อนุทิน ชาญวีรกูล" หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ กระทรวงพลังงาน ที่มี "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ คุมอยู่

ข่าวลือนี้ ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของการ เปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมือง ด้วยการดึง พรรคประชาชน (ค่ายส้ม) เข้าร่วมรัฐบาลแทนพรรคภูมิใจไทยและพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมกับการเสริมทัพด้วยพรรคประชาชาติ, ประชาธิปัตย์ และกล้าธรรม นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงความเป็นไปได้ที่ สส. บางส่วนจากพลังประชารัฐ อาจเข้าร่วมเป็นรายบุคคล ผ่านการเดินเกมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

ที่น่าสนใจคือ มีการระบุว่า "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" อาจเดินทางไปบรูไนเพื่อพบกับ "ทักษิณ" คล้ายกับกรณีที่เคยเดินทางไปฮ่องกงก่อนหน้านี้ แต่ดีลล่มไป ก่อนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เรียกว่า “รัฐบาลข้ามขั้ว”

หากพิจารณาจากโครงสร้างอำนาจทางการเมืองในปัจจุบัน ดีลนี้มี อุปสรรคสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะบทบาทของ "ภูมิใจไทย" ที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับ "สว.สีน้ำเงิน" ซึ่งเป็นกลุ่มอำนาจสำคัญที่มีบทบาทต่อกฎหมายหลักของรัฐบาล หากภูมิใจไทยถูกดีดออกไป อาจทำให้การทำงานของรัฐบาลมีปัญหาทันที

ในขณะเดียวกัน พรรครวมไทยสร้างชาติของ "พีระพันธุ์" ยังมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแบ็กอัพหลัก ซึ่งต้องไม่ลืมว่า พล.อ.ประยุทธ์ เองคือกลไกสำคัญที่ช่วยเปิดทางให้ "ทักษิณ" ได้กลับประเทศไทย และที่สำคัญ ปัจจุบันพล.อ.ประยุทธ์ ยังดำรงตำแหน่ง "องคมนตรี" อีกด้วย

"ทักษิณ" จะเลือกสลัดทิ้งไปหรือรักษาสมดุลอำนาจนี้ไว้?

นอกจากนี้ หากพรรคประชาชน (ค่ายส้ม) จะเข้าร่วมรัฐบาลจริง คำถามที่ตามมาคือ พรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะ "ทักษิณ" จะกล้าตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับพรรคที่มีจุดยืนแข็งกร้าวในประเด็นมาตรา 112 หรือไม่ ขณะที่ตัวทักษิณเองก็ยังมีคดี 112 ค้างอยู่

เมื่อพิจารณาจากเงื่อนไขต่างๆ แล้ว โอกาสที่รัฐบาลใหม่จะเกิดขึ้นตามแนวทางของข่าวลือในระยะเวลาอันใกล้นั้นเป็นไปได้ยาก เว้นเสียแต่ว่าเงื่อนไขทางอำนาจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ

การตัดสินใจของทักษิณในช่วงเวลานี้จะขึ้นอยู่กับ 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่

1. การรักษาสถานะของลูกสาว แพทองธาร ชินวัตร ให้อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

2. ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี มาตรา 112 ของทักษิณเอง

3. กรณีป่วยทิพย์ “ชั้น 14”

4. ความเป็นไปได้ที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะได้เดินทางกลับประเทศไทย

ทุกปัจจัยล้วนเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ "ทักษิณ" ต้องคำนึงถึงก่อนตัดสินใจ หากปัจจัยเหล่านี้ยังไม่ถูกจัดการเรียบร้อย โอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนขั้วในระยะสั้นก็ดูจะเป็นไปได้ยาก

แต่หาก 4 เงื่อนไขหลักเหล่านี้ถูก "ปลดล็อก" ไปในทิศทางที่ "เอื้อต่อนายทักษิณ" อาจได้เห็นการจัดโครงสร้างรัฐบาลใหม่ โดยที่ "พรรคประชาชน" ได้เข้ามามีบทบาทร่วมกับเพื่อไทยอย่างแน่นอน

ด้วยเหตุนี้ “ดีลลับบรูไน” อาจไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันไปเสียทีเดียว แต่ก็ยังห่างไกลจากความเป็นจริงในเวลานี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ร่างเสร็จแล้ว ! ศุภชัย โพสต์ ร่างกฎหมาย ควบคุมอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน เสร็จแล้ว พร้อมเสนอสภาแก้ไข

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า พรรคภูมิใจไทยเตรียม ร่างพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ..)

นายกฯ ชมงานโอทอปศิลปาชีพ เป็นวันที่ 4 โดดขึ้นเวทีร้องเพลงร่วมกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–16 ส.ค.นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เจ้าของร้านทอง วอนรัฐบาลทบทวนมาตรการห้ามพกปืน

ภายหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เตรียมกำหนดมาตรการขั้นเด็ดขาดในการควบคุมอาวุธปืน และเตรียมเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ฉบับใหม่ ด้วยการสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระงับการต่อใบอนุญาตอาวุธปืนทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ป.3, ป.4 และ ป.12 จนกว่าจะมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นนั้น

'อนุทิน' ลั่นจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก!

'อนุทิน' ลั่นห้ามพกปืนทุกคน ใบอนุญาตหมดอายุ สั่งจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก เตือนนักการเมืองจริยธรรมหมดอนาคต แจงดรามายิงโจรในบ้าน ชี้เจตนารมณ์ ไม่อยากให้ใครอยู่ใกล้ปืน

นายกฯ ร่ายยาว ควบคุมอาวุธปืน เพิ่มโทษรุนแรงขึ้น จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน

“อนุทิน” เร่งออกกม.ปืนใหม่รุนแรงขึ้น จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน ลั่นห้ามต่อใบอนุญาต ป.3 ป.4 ป.12 จนกว่าจะมีมติ ครม.เป็นอย่างอื่น พร้อมสั่งตรวจทำเนียบฯเข้ม คนใกล้ชิด-คนติดตาม ไม่ใช่ตำรวจปฎิบัติหน้าที่ห้ามพกปืน ไม่รู้ภรรยาครอบครองปืน ชี้ ยิงโจรในบ้าน กม.ไม่คุ้มครอง แนะทิ้งกระสุนใช้เป็นของโชว์ เผยตัวเองเคยมีปืนแต่หายไป ได้แจ้งความแล้ว บอก "ทำความดีไว้" หลังถูกถามทำบุญใหญ่ประเทศ