
22 ก.พ.2568-ผศ.ดร.สานิต ศิริวิศิษฐ์กุล หัวหน้าศูนย์สำรวจความคิดเห็น นอร์ทกรุงเทพโพล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2568 โดยได้สอบถามถึงกรณี “การแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ของรัฐบาล” โดยมีผู้สำรวจรวมทั้งสิ้น 1,500 ราย จากทั่วทุกภูมิภาค โดยการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้นเป็นปัญหาที่ประชาชนชาวไทยได้รับผลกระทบมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาพรวมมองว่ารัฐบาลไทยสามารถ “แก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ได้ถูกทาง” จากการดำเนินการทุกมาตรการในการแก้ปัญหา เช่น การร่วมมือกับทุกหน่วยงานเพื่อเร่งรัดในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติออนไลน์ การตัดสัญญาณในระบบสื่อสารโทรคมนาคมต่างๆ การตัดไฟฟ้า ตัดอินเตอร์เน็ต และระงับส่งน้ำมัน รวมไปจนถึง การร่วมมือกันกับประเทศเพื่อนบ้าน และอื่นๆ เป็นต้น เพื่อต้องการตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นปัญหามาอย่างยาวนานให้หมดสิ้นไป
ทั้งนี้ได้สอบถามผู้สำรวจว่า มีความวิตกกังวลต่อ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” มากน้อยเพียงใด ซึ่งผู้ให้สำรวจ มีความวิตกกังวล 57% แบ่งเป็น วิตกกังวลมาก 45.7% และ ค่อนข้างวิตกกังวล 11.3% ขณะที่ผู้ให้การสำรวจ บางส่วน ค่อนข้างไม่วิตกกังวล 19.7% และ ไม่วิตกกังวลเลย 23.3%
ผศ.ดร.สานิต ได้ถามต่อว่า มาตรการ การแก้ปัญหา “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ของรัฐบาล “แพทองธาร” มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด โดยผู้ให้การสำรวจส่วนใหญ่มองว่ามีประโยชน์ 61.2% แบ่งเป็น มีประโยชน์มาก 35.4% และค่อนข้างมีประโยนช์ 25.8% ขณะที่ผู้ให้สำรวจบางส่วนมองว่าค่อนข้างไม่มีประโยชน์ 20.2% และไม่มีประโยชน์เลย 18.6%
พร้อมกันนี้ได้ถามถึง รัฐบาลควรดำเนินมารตรการ การแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใดบ้าง ซึ่งผลการสำรวจออกมาดังนี้ 1.ออกหมายจับข้าราชการ และชาวต่างชาติที่มีส่วนเกี่ยวข้อง 18.9% 2.หาตัวและลงโทษข้าราชการไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้อง 3. ขอความร่วมมือกับประเทศจีน 4. ขอความร่วมมือกับประเทศเพื่อบ้าน 12.5% 5. ตัดไฟ 9.9% 6. ใช้กำลังทหารเข้าจัดการ 9.6% 7.ตัดอินเตอร์เน็ต 7.4% 8. สร้างรั้วกั้นตลอดแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน 6.5% 9. ระงับการส่งน้ำมัน 5.7% และ อื่นๆ 3.1%
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไทยรายงานสหรัฐฯ แฉเมืองโอร์เสม็ด กัมพูชา เป็นแหล่งค้าอวัยวะมนุษย์ กักขังทรมานแรงงาน
ไทย-สหรัฐ ร่วมมือยกระดับการปราบปรามการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ คาดโอร์เสม็ดเป็นแหล่งค้าอวัยวะ
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง
รวบหนุ่มสแกมเมอร์วัย 23 สารภาพทำงานที่ปอยเปต ก่อนหนีกลับไทย ริอ่านรับงานเองเลยถูกซิว
เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 6 จับแก๊งคอลฯตัวแสบ อ้างว่า เป็นนายอำเภอดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ชักชวนเหยื่อให้ลงทุนเพื่อหารายได้พิเศษ หนุ่มใหญ่ อ.สวรรคโลก หลงเชื่อ โอนเงินลงทุน 90 กว่าครั้ง ในรอบ 2 ปี สูญเงินกว่า 8 ล้านบาท ตำรวจชุดสืบแกะรอย ตามรวบหนุ่มสแกมเมอร์วัย 24 ปี สารภาพ ทำงานแก็งคอลเซ็นเตอร์ที่เมืองปอยเปต-กัมพูชา ก่อนหนีกลับไทย ริอาจรับงานเองเลยถูกซิว
ข่าวดีสวนกระแส!! ข้าราชการ-พนักงานรัฐวิสาหกิจ เที่ยวสยามอะเมซิ่งพาร์ค ฟรี! 9-13 พ.ค. 69 สนุกไม่อั้น สวนน้ำ สวนสนุกทั้งวัน
สวนกระแสค่าครองชีพแพง สยามอะเมซิ่งพาร์คจัดให้... ข้าราชการ-พนักงานรัฐวิสาหกิจ เที่ยวฟรี!! สัปดาห์วันพืชมงคล 9-13 พ.ค. 69 เที่ยวจัดเต็มทั้งสวนน้ำและสวนสนุกไม่อั้นตลอดวัน
เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%
โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

