'ดร.ชิดตะวัน' เตือนระวังนรกบนดินซ้ำรอยตุรกีหากดันทุรังเปิดกาสิโน!

ดันทุรังเปิดกาสิโน จะสร้างนรกบนดินตามรอยตุรกี นักเศรษฐศาสตร์กางข้อมูล พบเปิดได้แค่ 6 ปี สุดท้ายรัฐสภาต้องออกกฎหมายปิดหมด หลังคอร์รัปชันเบ่งบาน แก๊งมาเฟียครองเมือง ศูนย์กลางแหล่งฟอกเงินดำ

06 มี.ค.2568 - รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักวิชาการที่ติดตามนโยบายสาธารณะรัฐบาลในเรื่องการจะออกกฎหมายให้มีการเปิดกาสิโน ในสถานบันเทิงครบวงจรฯ กล่าวถึงกรณีกระทรวงการคลัง อาจนำร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโน เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ที่อาจจะเป็นอังคารที่ 11 มีนาคมหรืออังคารสัปดาห์ถัดไป โดยเมื่อถามถึงกรณีที่เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า ตราบใดที่ประเทศไทยยังมีการคอร์รัปชันที่รุนแรง ตราบนั้นประเทศไทยจะมีธุรกิจกาสิโนไม่ได้เพราะมีตัวอย่างประเทศที่มีการคอร์รัปชันที่รุนแรงแล้วมีธุรกิจกาสิโน แต่ประสบความสำเร็จว่ามีหรือไม่ อย่างไรว่า การอนุญาตให้มีบ่อนกาสิโนในประเทศกำลังพัฒนาซึ่งมีการคอร์รัปชันที่รุนแรง เจ้าของกาสิโนจะประสบความสำเร็จ มีความมั่งคั่งอย่างมาก แต่ประชาชนส่วนใหญ่จะมีชีวิตที่ยากจนข้นแค้น และประเทศในภาพรวมจะได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวง จนไม่สามารถบูรณะให้มีพื้นฐานที่ดี อันจะสามารถเปลี่ยนผ่านไปเป็นประเทศรายได้สูงได้เลย

ดังเช่น ตุรกี ซึ่งเป็นประเทศมุสลิม ในปี 2533 ประธานาธิบดี Turgut Özal มีแนวคิดจะสร้างกาสิโนที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Monte Carlo เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก การตรากฎหมายเพื่ออนุญาตให้มีกาสิโน ส่งผลให้อุตสาหกรรมกาสิโนเติบโตอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี ตุรกีเป็นประเทศที่มีการคอร์รัปชันในระดับรุนแรงตลอดมา จากการสำรวจโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ปี 2567 พบว่า ในขณะที่เดนมาร์กและสิงคโปร์มีการคอร์รัปชันต่ำที่สุดในโลกลำดับที่ 1 และ 3 (ได้คะแนน 90 และ 84 ตามลำดับ โดยคะแนนที่สูง หมายถึงการคอร์รัปชันที่ต่ำ) ตุรกีและไทยอยู่ในลำดับที่ 107 จากจำนวน 180 ประเทศ และมีคะแนนเท่ากันที่ 34

“วิกฤติการคอร์รัปชันทำให้รัฐบาลตุรกีไม่สามารถกำกับดูแลธุรกิจกาสิโน ส่งผลให้เกิดการฟอกเงินและกิจกรรมทางอาญาอย่างกว้างขวาง ปรากฏการรายงานข่าวอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับคนตุรกีที่ถูกสังหารโดยมาเฟียด้วยมูลเหตุจากการพนันกาสิโน การฆ่าตัวตาย การปล้นจี้ชิงทรัพย์ ฯลฯ เป็นเหตุให้รัฐบาลต้องแก้ไขกฎระเบียบในปี 2539 ให้การดำเนินธุรกิจกาสิโนมีความเข้มงวดมากขึ้น เช่น การจำกัดเวลาให้บริการของบ่อนกาสิโน และการออกคำสั่งให้ธุรกิจกาสิโนจ่ายเงินรางวัลด้วยเช็ค

อย่างไรก็ดี รัฐบาลไม่สามารถทำให้การกระทำความผิดทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจกาสิโนลดลงได้เลย เพราะธุรกิจกาสิโนถูกควบคุมโดยขบวนการมาเฟียที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับทหาร ตำรวจ นักการเมือง และข้าราชการระดับสูง ท้ายที่สุดในปี 2539 เพียง 6 ปีหลังจากรัฐสภาอนุมัติให้มีธุรกิจกาสิโนในประเทศ รัฐสภาจึงออกกฎหมายเพื่อปิดกาสิโนทุกแห่งในประเทศ (Casino Ban Act of 1996)”รศ.ดร.ชิดตะวันกล่าว

รศ.ดร.ชิดตะวันกล่าวอีกว่า จากบริบทของประเทศที่ไม่มีกลไกของรัฐในการควบคุมและบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศตุรกีจึงเป็นสถานที่ซ่องสุมโดยมีกฎหมายรองรับของกลุ่มทุน นักการเมือง ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร เกิดเป็นขบวนการมาเฟีย รวมถึงเป็นแหล่งฟอกเงินดำ ซึ่งบุคคลที่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย รวมถึงนักการเมืองและข้าราชการที่คอร์รัปชัน มีความชอบธรรมที่จะเข้าไป เพื่อเปลี่ยนเงินเลวให้เป็นเงินดีได้โดยง่าย จะเห็นได้ว่า การเฟื่องฟูของธุรกิจกาสิโน ทำให้ขบวนการมาเฟีย ซึ่งโยงใยกับนักการเมือง และข้าราชการระดับสูง รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้รับผลประโยชน์มหาศาล แต่คนในประเทศได้รับความบอบช้ำจากปัญหาความยากจน ครอบครัวที่ล่มสลาย อาชญากรรมและการคอร์รัปชันที่พุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากวิกฤติของประเทศ ทำให้ชาวตุรกีจำนวนมากได้ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนให้สมาชิกรัฐสภาออกกฎหมายยุติธุรกิจกาสิโน แม้ว่าประธานาธิบดี Suleyman Demirel ผู้นำประเทศในขณะนั้นจะ VETO ไม่เห็นด้วย โดยอ้างว่า อุตสาหกรรมกาสิโนสร้างรายได้และก่อให้เกิดการจ้างงานในประเทศ แต่ท้ายที่สุดก็มิอาจสู้พลังของประชาชนและสมาชิกรัฐสภาที่มีจิตสำนึกต่อแผ่นดินเกิดได้

“หวังว่า คนไทยที่รักและปรารถนาดีต่อแผ่นดินเกิด จะร่วมกันต่อต้าน ไม่ปล่อยให้รัฐบาลชุดนี้นำพาประเทศไทยไปสู่สภาพนรกบนดินดังเช่นที่เกิดขึ้นในประเทศตุรกี”นักเศรษฐศาสตร์ผู้นี้ระบุ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดึงสติ! อย่าปล่อย 'คอร์รัปชัน' กลายพันธุ์เป็นวัฒนธรรมของชาติ

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "วันที่การโกงไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป" มีเนื้อหา ดังนี้

ระบบตรวจสอบต้องเข้มแข็ง! 'อาสพลธ์' ชี้ 'ปราบโกง' ให้ได้ผล ต้องมีระบบให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทั้งรัฐสภา-ประชาสังคม-ประชาชน ต้องสัมพันธ์กัน

ผมเชื่อว่า ประเทศไทยจะลดคอร์รัปชั่นได้จริง เมื่อระบบตรวจสอบเข้มแข็ง และประชาชนมีส่วนร่วม คณะกรรมาธิการจะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการต่อต้านคอร์รัปชันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงในเอกสาร แต่ต้องปรากฏผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน" นายอาสพลธ์ กล่าว

ไทยถึงทางสองแพร่ง! บี้ผู้นำเลือกปราบโกงชาติ หรือยอมจำนน

นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเทศไทยถึงทางสองแพร่ง ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันหรือยอมจำนน?

กระทุ้ง 'ผู้นำไทย' โชว์เจตจำนงปราบโกง ทำได้แน่ไม่แพ้ชาติอื่น

นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิสนับสนุนการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มองจีนปราบปรามทุจริตแล้วย้อนดูตัว

'ส้ม' ขยายแผล 'ระบอบน้ำเงิน' จำคุกอดีตป.ป.ช.สัญญาณเตือน 'ใช้อำนาจ'

เครือข่ายสีส้ม กำลังกลับมาเดินในแนวทางของตัวเองอีกครั้ง นั่นคือการแตะเรื่องที่เป็น "โครงสร้างใหญ่" ในประเทศ ท่าทีของ "เท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ