ลุกลาม! 'สว.' พร้อมใจชูสัญลักษณ์กากบาทค้านกาสิโน หากเห็นชอบ​ เจอร้องจริยธรรม​ 'ป.ป.ช.-ศาล​รธน.'

8 เม.ย.2568-ที่รัฐสภา สมาชิกวุฒิสภา​ (สว.) นำโดย​ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา​ แถลงคัดค้านการนำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ​ ที่มีกาสิโนรวมอยู่ด้วย​ เข้าสู่การพิจารณาของ สส. ว่า​ การนำกฎหมายเข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 9 เมษายนนี้ ตนมองว่าเป็นการเร่งรัด ขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ขัดต่อหลักนิติธรรมและหลักธรรมาภิบาลอย่างร้ายแรง เพราะกฎหมายดังกล่าว ไม่ได้มีการจัดทำประชามติ​ ถามประชาชนเลย​ ทั้งที่กฎหมายประชามติ​ ชัดเจนว่าหากเรื่องใดที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสำคัญของรัฐ หรือกิจการที่กระทบต่อประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติ และประชาชน ควรให้มีการจัดทำประชามติก่อน จึงถือเป็นการเพิกเฉย ต่อบทบัญญัติของกฎหมาย และขาดความชอบธรรม จากประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตย​

นายพิสิษฐ์ กล่าวถึงเหตุผลทางจริยธรรม​ ว่า การพนันเป็นอบายมุขที่ขัดต่อหลักศีลธรรมของสังคมไทย​ ซึ่งยึดมั่นในหลักพระพุทธศาสนาและการเปิดกาสิโน​ จะส่งผลกระทบต่อเยาวชน และกลุ่มเปราะบาง ทำให้เกิดปัญหาสังคม​ เช่น​ การติดพนัน​ หนี้สิน​ และอาชญากรรมในครอบครัว​

“ที่สำคัญคือกาสิโน​ ไม่ใช่เครื่องมือการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน​ รายได้จากภาษีการพนันไม่แน่นอน และต้องแลกมาด้วยต้นทุนทางสังคมที่สูง ต้องมีการใช้จ่ายทางด้านของสาธารณสุข​ ในบำบัดผู้ติดการพนัน​ ทั้งยังเสียภาพลักษณ์ของประเทศ นี่ไม่ใช่การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่แท้จริง”

ส่วนด้านของความมั่นคง​ กาสิโน​ก็อาจถูกใช้เป็นช่องทางการฟอกเงิน และสนับสนุนธุรกิจผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นภัยต่อกับระบบเงิน และความมั่นคงภายในประเทศ รวมทั้งการเปิดกาสิโนในประเทศที่ยังขาดระบบการดูแล​ อาจนำไปสู่การแทรกซึมของอาชญากรรมข้ามชาติ

ดังนั้น สว.จึงเสนอให้หยุดการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้​ และถอนออกจากระเบียบวาระทันที​ หากเดินหน้าต่อ ควรจัดให้มีการทำประชามติก่อน

“ควรจะหยุดไว้ก่อนที่ประเทศจะต้องสูญเสียสิ่งที่ไม่อาจประเมินค่าได้ในระยะยาว สุดท้ายหากพรุ่งนี้ สภาผู้แทนราษฎรโหวตรับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ขั้นตอนต่อไปวุฒิสภา จะเข้าชื่อยื่นร้องเรียนต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศาลรัฐธรรมนูญ ในส่วนความผิดจริยธรรมต่อไป ยืนยันว่า สว.ที่ คัดค้านตอนนี้ มีกว่า 90% มีเพียง​ 5-6 คนเท่านั้ั้ นที่ยังเห็นด้วย​” นายพิสิษฐ์ ทิ้งท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น​ สว.ได้ร่วมกันทำสัญลักษณ์ด้วยการทำมือเป็นรูปกากบาท​ แสดงให้เห็นถึงการคัดค้านกาสิโนในประเทศไทย​.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พรรคประชาชน บุก ป.ป.ช. ยื่นเอาผิด กกต. ลงมติคดีฮั้ว สว. จงใจมองไม่เห็นช้าง 3 ตัว

พรรคประชาชน บุกยื่น ป.ป.ช. ตั้งคณะไต่สวนคดีฮั้ว สว. ยันมีหลักฐานแน่น ตั้งแต่พฤติการณ์ยันพยานบุคคล ด้าน 'ไอติม' ชำแหละคดีนี้มีช้าง 3 ตัว หวังวิปรัฐบาล-วุฒิสภา เปิดทางบรรจุวาระถกแก้ รธน.รายมาตรา ต.ค.นี้ ระยะยาว

จันทร์นี้ระทึก! 'เลือกตั้งโมฆะ' หรือไม่ 'ศาลรธน.' ต้องยึด 3 หลักตีความเคร่งครัด

จันทร์นี้มีระทึก 'เลือกตั้งโมฆะ' หรือไม่ 'อดีตผู้พิพากษา' ย้ำ 9 ตุลาการศาลรธน. ต้องตีความโดยเคร่งครัด อย่าตีความขยายรัฐธรรมนูญ ชี้เสี่ยงบัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับ

จับตา! 3 ปรากฎการณ์ เขย่า 'ระบอบสีน้ำเงิน'

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จับตาท่าทีอนุรักษ์นิยมต่อระบอบสีน้ำเงิน" โดยระบุว่า

'ศรีสุวรรณ' บุกร้อง ป.ป.ช. เอาผิดจริยธรรมร้ายแรง 2 สว. กลับคำให้การคดีฮั้ว สว.

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึงคณะกรรรมการ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิด 2 สมาชิกวุฒิสภา ที่กลับคำให้การในคดีฮั้ว สว. อันถือได้ว่าเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือไม่

ส่องทรัพย์สิน 'ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์' รวย 347 ล้าน ที่ดิน-ตึกแถว-นาฬิกาหรูเพียบ

ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลายคน โดยมีรายชื่อน่าสนใจคือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เมื่อ 15 มี.ค.69

มติ ป.ป.ช. ฟันอดีตเลขาฯ สกสค. รวยผิดปกติ 35.9 ล้าน ชงยึดทรัพย์-ไล่ออก

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสมศักดิ์ ตาไชย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. ร่ำรวยผิดปกติ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 35,991,076.88 บาท