วิกฤตชายแดนไทย–กัมพูชา ไม่ได้เป็นเพียงเหตุปะทะทางกายภาพเท่านั้น หากแต่กลายเป็นเครื่องฉายภาพ ความอ่อนแอทางจิตวิญญาณ ของรัฐบาลไทยอย่างถึงที่สุด
คำพูดของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.กลาโหม ที่หลุดคำว่า “no man’s land” ออกมาจากปาก ถือเป็นสิ่งที่ ไม่ควรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย
แผ่นดินไทยไม่มีตรงไหนที่ไม่มีคนอยู่ และไม่มีส่วนไหนที่ไร้เจ้าของ รัฐบาลไทยควรยืนกรานอย่างไม่สะทกสะท้านว่าทุกตารางนิ้วคือ อธิปไตยของชาติ
แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือคำว่า no man’s land ไม่ได้เกิดจากความหลุดปากของภูมิธรรมเพียงลำพัง หากแต่มาจาก ทัศนคติของผู้อยู่เบื้องหลังอำนาจรัฐนี้ทั้งเครือข่าย
ทักษิณ ชินวัตร บิดาของนายกรัฐมนตรีและผู้มีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสมเด็จฮุนเซน เคยกล่าวก่อนหน้าภูมิธรรมว่า “พื้นที่ตรงนั้นมีแต่ป่า” และ “ให้เปลี่ยนจากการยิงกันเป็นการเตะตะกร้อ”
วาทกรรมนี้ไม่เพียงลดทอนความสำคัญของพื้นที่ แต่สะท้อนถึง สายสัมพันธ์ของอำนาจเงาที่ผลาญความมั่นคงชาติ และเป็นเสียงสะท้อนถึงวิธีคิดที่ทำให้ เขมรได้เปรียบบนแผ่นดินไทย
เมื่อผู้นำเงาของรัฐบาลไทยมองว่า “ไม่มีอะไรเป็นประเด็น” และเชื่อว่าตน “คุยกับฮุนเซนแล้วเรียบร้อย” แต่ความจริงกลับปรากฏว่า ฝ่ายกัมพูชายังเดินหน้าบุก
ยิ่งชัดเจนว่า เครือข่ายอำนาจนี้ไม่เพียงไร้ประสิทธิภาพ แต่ยังพาชาติไทยเข้าสู่หล่มภัยของการเสียศักดิ์ศรี
ในขณะที่สถานการณ์ปะทะรุนแรงที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เกิดขึ้น แม้ทหารไทยไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ ความเงียบของทักษิณนั้นกลับดังสนั่น
ชายผู้เคยกล่าวว่า “เสือกทุกเรื่อง” กลับเลือกที่จะ “เงียบทุกกรณี” เมื่อถึงเวลารับผิดชอบต่อแผ่นดิน
ภายหลังเกิดกระแสวิจารณ์ถล่มล้นต่อคำว่า โนแมนแลนด์ และคำพูด “พื้นที่ตรงนั้นมีแต่ป่า” ล่าสุด ภูมิธรรมในฐานะรองนายกฯและรมว.กลาโหม ได้ออกแถลงการณ์ส่วนตัว เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2568
โดยระบุว่า ข้อเสนอเพื่อสันติภาพของไทย “ถูกปฏิเสธ” โดยฝั่งกัมพูชา และกัมพูชายัง “เพิ่มกำลังทหาร” ทำให้ไทยจำเป็นต้อง “เพิ่มมาตรการและเสริมกำลังด้วยเช่นกัน”
ในแถลงการณ์ฉบับนั้น ภูมิธรรมเน้นย้ำ 4 จุดยืน ได้แก่ 1.ไทยจะไม่ยอมให้มีการละเมิดอธิปไตย 2.สนับสนุนกองทัพปฏิบัติหน้าที่เต็มที่ 3.ไม่รับอำนาจศาลโลก และดันให้เจรจาทวิภาคีตาม MOU 2543 4.เรียกร้องให้ปรับกำลังกลับที่ตั้งเดิมตามปี 2567
พร้อมย้ำท้ายว่า “รัฐบาลและกองทัพพร้อมจะปกป้องอธิปไตยของประเทศอย่างถึงที่สุด”
คำพูดในแถลงการณ์นี้อาจฟังดูแข็งแรงขึ้นในเชิงภาษา แต่ ไม่มีข้อความใดที่ปฏิเสธคำว่า no man’s land อย่างตรงไปตรงมา
ไม่มีแม้คำกล่าวขอโทษ หรือแสดงความเสียใจที่ไปกล่าวในลักษณะลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่ชายแดน
แถลงการณ์นี้จึงกลายเป็นเพียงการ “รีแบรนด์คำพูด” ไม่ใช่การเปลี่ยนท่าทีทางอุดมการณ์
แถลงการณ์ของภูมิธรรม เปรียบเสมือนการพยายามดึงคืนศักดิ์ศรีจากสิ่งที่เขาทำหล่นไปด้วยคำพูดของตนเอง
แต่มันสายเกินไปแล้ว เพราะประชาชนไม่ลืมว่า ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน เขาเพิ่งบอกว่าตรงนั้น “ไม่มีคนอยู่” และ คล้าย no man’s land
รัฐบาลไม่อาจอ้างความรักชาติในวันศุกร์ หากเพิ่งกล่าววาทกรรมยอมจำนนในวันพุธ
แถลงการณ์หลังเผชิญแรงต้านจึงไม่ใช่บทพิสูจน์ความเด็ดขาด หากแต่ยืนยันว่า รัฐบาลนี้ ตื่นเพราะแรงประชาชน ไม่ใช่เพราะสำนึกเอง
ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามกล้าปั้นคำโกหกต่อสายตาชาวโลกอย่างหน้าตาเฉย ว่า “ไทยเป็นฝ่ายยิงก่อน” ทั้งที่เขาเองรุกเข้ามา
รัฐไทยกลับลังเล แม้แต่จะกล้าประกาศว่านั่นคือ “ดินแดนของเรา” โดยไม่มีคำขอโทษ
แม้ฝ่ายทหารพยายามชี้แจง แต่รัฐบาลกลับหลบอยู่หลังถ้อยคำลอยลม เช่น “ไทยรักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด” โดยไม่มีการกระทำที่แสดงถึงความไม่ขลาดนั้นเลย
ถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องใช้ เครื่องมือต่อรองที่มีอยู่ในมือโดยไม่ต้องยิงปืนแม้แต่นัดเดียว นั่นคือ “การปิดด่านชายแดน”
การปิดด่านคือการยืนยันว่า เมื่อเจรจาไม่เป็นผล ไทยจะไม่เปิดพื้นที่ให้คุณหาผลประโยชน์ใด ๆ บนความอ่อนแอของเราอีก
จังหวัดฝั่งกัมพูชาที่ติดไทยพึ่งพิงการค้าจากไทยสูง หากเราปิดด่านแม้เพียงไม่กี่วัน ระบบเศรษฐกิจชุมชนจะสะเทือนทันที
นี่คือการต่อรองที่ สงบ สุภาพ แต่เด็ดขาด และแสดงจุดยืนว่าไทย ไม่ใช่เบี้ยในกระดานของใคร
แม้การปิดด่านจะกระทบคนไทยบ้างในพื้นที่ แต่ราคาของการเสียศักดิ์ศรีของชาติ ย่อมสูงกว่าความไม่สะดวกชั่วคราว
ถ้ารัฐบาลยังเชื่อว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวของทักษิณกับฮุนเซนจะ “เคลียร์ได้” พวกเขาย่อมเป็นเพียงกลุ่มคนที่ ประเมินความมั่นคงด้วยการโทรศัพท์หาเพื่อน
แผ่นดินไทยไม่ใช่สนามตะกร้อ ไม่ใช่พื้นที่เล่นคำพูด และไม่ใช่ที่สำหรับคนที่ไม่กล้ายืนหยัด
อธิปไตยไม่ใช่สิ่งที่วัดจากเสียงนกเสียงกาในป่า แต่วัดจากใจของผู้นำ ว่ากล้าพูดหรือไม่ว่า “ตรงนี้คือของเรา”
อย่าให้คำว่า “โนแมนแลนด์” กลายเป็นหลุมศพของความรักชาติ เพียงเพราะผู้นำกลัวจะใช้คำว่า “แผ่นดินไทย” อย่างเด็ดขาด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บึ้มสนั่น 'กอทูเล' ตรงข้ามชายแดนท่าแซะชุมพร
กองทัพอากาศเมียนมาทิ้งระเบิด 3 ลูก ถล่มฐานกะเหรี่ยงกอทูเล ตรงข้ามชายแดนท่าแซะ จ.ชุมพร ฝ่ายมั่นคงจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
ชำแหละกัมพูชายับ! ซัดประชาธิปไตยล้มเหลว จับตา 5 ความฝัน 'ฮุน เซน'
อดีตนายทหารด้านความมั่นคงวิจารณ์กัมพูชาอย่างเผ็ดร้อน ชี้เป็นตัวอย่างของประเทศที่ประชาธิปไตยล้มเหลว ทั้งปัญหาสิทธิเสรีภาพ สื่อมวลชน และอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมวิเคราะห์ 5 เป้าหมายสำคัญของ “ฮุน เซน” ตั้งแต่เสริมกำลังชายแดน ฟื้นสัมพันธ์ทักษิณ ไปจนถึงความหวังเห็นพรรคประชาชนขึ้นเป็นรัฐบาลไทย ก่อนประเมินว่าหลายเรื่องอาจสวนทางกับความเป็นจริง
'นายกฯหนู' ดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' ย้ำจุดยืนไทย เจรจาได้แต่ห้ามบังคับ
'อนุทิน' เผยดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' คุยปมชายแดน ย้ำไม่ต้องการขัดแย้งกัน พร้อมเจรจาตามกรอบ แต่บังคับเมื่อไหร่หยุดทันที ลั่นไม่พูดเรื่องเปิดด่าน คำต้องห้ามเดี๋ยวคนไทยโกรธตาย
อดีตบิ๊ก ศรภ.ชำแหละเขมร! ประเทศที่ประชาธิปไตยล้มเหลวทุกมิติ
พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.)

