‘ฮุน มาเนต’ โต้เดือด ‘แพทองธาร’ ปมเฟซบุ๊กไม่เป็นมืออาชีพ ลั่นผู้นำโลกก็ใช้!

ผู้นำกัมพูชาตอบโต้นายกรัฐมนตรีไทยกลางเวทีลูกเสือแห่งชาติ หลังถูกวิจารณ์ว่าทำการเมืองผ่านโซเชียลมีเดีย ชี้เฟซบุ๊กคือช่องทางที่รวดเร็วที่สุด เย้ยไทยเองก็โพสต์ขู่ตัดไฟ-เน็ต-สร้างรั้ว แล้วอย่างนั้นเรียกมืออาชีพหรือ

เดอะพนมเปญโพสต์รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่กรุงพนมเปญ นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชาได้ออกมาตอบโต้นายกรัฐมนตรีไทย แพทองธาร ชินวัตร อย่างตรงไปตรงมา กรณีที่ฝ่ายไทยวิจารณ์ว่าการใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางการเมืองระหว่างประเทศเป็นพฤติกรรม “ไม่เป็นมืออาชีพ”

ฮุน มาเนตกล่าวระหว่างพิธีปิดการประชุมลูกเสือแห่งชาติกัมพูชา ว่า การสื่อสารกับประชาชนผ่านโซเชียลมีเดียคือวิธีที่เร็วและตรงที่สุดในยุคปัจจุบัน และเป็นสิ่งที่ผู้นำทั่วโลกก็ทำกันอย่างปกติ

“นักการเมืองไทยกล่าวหาผมกับสมเด็จฮุน เซน ว่าทำการเมืองไม่เป็นมืออาชีพ เพราะใช้เฟซบุ๊ก พวกเขาหมายความว่าเราไม่ควรพูดผ่านเฟซบุ๊ก เพราะเห็นว่าไม่มีประสิทธิภาพ แล้วอะไรล่ะที่เรียกว่ามืออาชีพ” เขากล่าว

นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุด้วยว่า ฝ่ายไทยเองก็ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อแสดงจุดยืนในเรื่องละเอียดอ่อนเช่นกัน โดยบางครั้งถึงขั้นใช้ถ้อยคำลักษณะ “ข่มขู่” เช่น การขู่จะตัดไฟฟ้า ตัดอินเทอร์เน็ต หรือสร้างรั้วกั้นชายแดน โดยไม่แจ้งล่วงหน้าหรือหารือกันก่อน

“ขู่จะตัดไฟ ตัดเน็ต จะสร้างรั้ว นี่เรียกมืออาชีพหรือ ขอบอกให้ชัดเจน กัมพูชาไม่ได้เงียบ เราแค่อดทนมาก เพราะไม่อยากมีเรื่อง” ฮุน มาเนตกล่าวอย่างแข็งกร้าว

การตอบโต้นี้มีขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร แถลงข่าวเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยดำเนินการเจรจาต่างประเทศ “ผ่านช่องทางราชการตามหลักสากล” หลีกเลี่ยงการสื่อสารรายวันหรือการยั่วยุผ่านช่องทางอื่น เพื่อให้เกียรติประเทศคู่เจรจา และรักษาบรรยากาศที่เหมาะสมในการคลี่คลายข้อขัดแย้ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทร.ชี้ไทย-เขมรส่อรอบ3

วุฒิสภาจัดเสวนา เกาะกูดสู่ความมั่นคงชายแดน ทหารดีใจ สว.ประสานอนุมัติงบสร้างถนนบนเกาะกูด ใช้ขนปืนใหญ่ข่มกัมพูชา "บิ๊ก ทร." ชี้ในฐานะมุมมองนักการทหารเชื่อว่ามีโอกาสปะทะแนวชายแดนรอบใหม่ เพราะเขมรค่อนข้างสูญเสียเยอะ มีการเสริมเขี้ยวเล็บวันใดวันหนึ่งอาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบ

ทหารเรือจับตาชายแดนตราด ชี้มีโอกาสปะทุอีกรอบ ลั่นพร้อมโต้กลับ

“ผบ.กก.รฝ.1” เผยสถานการณ์ชายแดนยังต้องเฝ้าระวัง ประเมินฝ่ายตรงข้ามอยู่ระหว่างเสริมขีดความสามารถ และมีโอกาสที่สถานการณ์จะปะทุขึ้นอีก ย้ำกองทัพเรื