ยก 3 เหตุผลสำคัญ ทำไม 'อุ๊งอิ๊ง' เป็นผู้นำต่อไม่ได้ ลั่นคนไทยพร้อมปกป้องแผ่นดิน

23 มิ.ย.2568-นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “ทำไมอุ๊งอิ๊งเป็นผู้นำต่อไม่ได้”  เนื้อหาระบุว่า ถามว่าประชาชนรู้สึกอย่างไร ที่มีผู้นำไร้วุฒิภาวะ ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ในการพูดคุยกับประเทศที่บุกรุกประเทศไทย ถ้านำคลิปเสียงมาถ่ายทอดเป็นประเด็น และแยกแยะเนื้อหา

1.อุ๊งอิ๊งพูด ไม่อยากให้อังเคิลไปฟังฝั่งคนที่เป็นฝั่งตรงข้ามกับเรา เพราะว่าถ้าไปฟัง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นคนของฝั่งตรงข้ามหมดเลย เพราะตอนนี้ทางนั้นเขาอยากจะดูเท่  เท่ากับว่าผู้นำประเทศไทย ไปนินทาแม่ทัพ ที่กำลังเผชิญหน้ากับฝ่ายฮุนเซน ซึ่งถือว่าเป็นศัตรูของชาติ และไปตำหนิว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกับเรา ซึ่งแสดงว่าอุ๊งอิ๊งกับฮุนเซนเป็นพวกเดียวกัน ไปนินทาว่าเขาทำเพราะอยากดูเท่ห์  ต้องถามว่ามีผู้นำในโลกนี้ประเทศไหน นินทาแม่ทัพในสถานการณ์สู้รบให้ฝ่ายตรงข้ามฟัง เฉพาะประเด็นนี้ เขาลาออกกันแล้ว

2.ถ้าฟังในเนื้อหาการเจรจาของฮุนเซน เท่ากับว่าผู้นำไทยก็ฟังฮุนเซนตำหนิทหารไทย วิพากษ์วิจารณ์ทหารไทยให้นายกไทยฟัง โดยที่นายกไทยก็ไม่ปกป้องทหารไทยเลย

3.อุ๊งอิ๊งพูด ถ้าท่านอยากได้อะไร ก็ให้ท่านบอกมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะจัดการให้ แถมช่วงท้ายยังพูด เพราะฉะนั้น จริงๆ แล้วถ้าจะเอาอะไรจริงๆ ให้บอกอิ๊งค์ได้เลย ยกหูบอกก็ได้ อันไหนไม่เป็นข่าว ก็คือไม่เป็นข่าว อันนั้นที่หลุดไปมันหลุดเพราะสื่อ เพราะไม่ได้คุยกับอิ๊งค์แค่ 2 คน มันคุยกันเป็นกลุ่มมันเลยหลุด แต่ถ้าคุยกับอิ๊งค์แค่ 2 คน มันไม่มีหลุดอยู่แล้ว

เท่ากับว่านายกไทยกำลังไปติดสินบนกับผู้นำต่างชาติ ที่กำลังมีปัญหาชายแดน แถมไปแทรกแซงแผนการปกป้องอธิปไตยชาติ ของฝ่ายทหาร ถ้ามีผู้นำตีสองหน้า นกสองหัว ฝ่ายทหารไทยก็จะลำบาก ประชาชนจะยอมรับได้หรือ

ยิ่งคำพูดว่า ฮุนเซนจะเอาอะไร ให้ยกหูบอกได้ ถ้าคุยกันสองคน ไม่มีหลุดอยู่แล้ว เท่ากับว่าคุณจะเอาสมบัติชาติไปประเคน ตามที่ฮุนเซนต้องการใช่ไหม และในอนาคตพฤติกรรมเช่นนี้ อุ๊งอิ๊งอาจจะเอาไปแลกผลประโยชน์ให้ครอบครัวก็ได้ เพราะการคุยแบบนี้คุยสองคน ไม่มีใครรู้ และไม่มีหลุด

พฤติกรรมแค่นี้ อุ๊งอิ๊งควรมีสำนึก ต้องรับผิดชอบ ต่อความไร้ประสิทธิภาพที่จะนำพาประเทศ และควรลาออก แต่เมื่ออุ๊งอิ๊งไม่รับผิดชอบ พรรคร่วมก็กอดเก้าอี้แน่น

สุดท้ายก็ต้องเป็นหน้าที่ของประชาชน มาร่วมกันให้ฮุนเซนได้เห็นว่า คนไทยพร้อมที่จะปกป้องแผ่นดิน และพร้อมร่วมใจกันให้อุ๊งอิ๊งรับรู้ว่า ไม่สามารถที่จะเป็นผู้นำประเทศได้อีกต่อไป มาเจอกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 28 มิถุนายนนี้ เวลา 16.00น. ถึง 21.00น. อย่าลืมมาพร้อมธงชาติไทย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ เงาโชวกึ๋น! เท้งแนะอนุทินใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำ

'เท้ง ณัฐพงษ์' ยก 3 วาระประชาชน ที่ 'นายกฯอนุทิน' ควรใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำของไทยแก้ปัญหา แนะ เคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ไทยต้องคุมเกมเจรจาทวิภาคี

นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!

นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก

นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”

ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ

“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ

นายกฯ อวยพร 'วันแรงงานแห่งชาติ' ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล

'อนุทิน' อวยพรวันแรงงานแห่งชาติ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ทำงานสำเร็จ-มีความมั่นคงในชีวิต ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล