"เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง" ระบุ “แพทองธาร” ควรลาออกก่อนถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพ้นตำแหน่งด้วยเหตุขาดจริยธรรมร้ายแรง พร้อมแนบ ร่างหนังสือลาออกที่เขาเขียนให้เอง ชี้เป็นทางออกที่รักษาภาพลักษณ์-ช่วยทักษิณยื้อเกม
12 กรกฎาคม 2568 – รศ.ดร.นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า นายกฯแพทองธารชิงลาออกก่อนศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย
โดย รองศาสตราจารย์ ดร. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
คงไม่เกินเดือนกรกฎาคมนี้ เราคงได้เห็นสื่อมวลชน พาดหัวข่าวดังที่ปรากฏข้างต้น
เหตุของการลาออก:
1.ศาลรัฐธรรมนูญ มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่จะวินิจฉัยให้ นางสาวแพทองธาร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุความไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และขาดไร้ซึ่งคุณธรรมจริยธรรมในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างร้ายแรงโดยเฉพาะในเรื่องความมั่นคงต่อชาติ
ซึ่งจะต้อง ขาดคุณสมบัติในการทำงานการเมืองตลอดไป จึงยากต่อการปฏิบัติงานหรือดำรงตำแหน่งที่สำคัญแม้ในหน่วยงานเอกชน
2.เพื่อประโยชน์สูงสุดของตนและครอบครัวที่ยึดมาโดยตลอด การลาออกจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะนอกจากไม่มีประวัติเลวร้ายติดตัว ยังอ้างได้ว่ามี จิตสำนึกแสดงสปิริตของผู้นำ
3.การลาออกก่อนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญยุติการวินิจฉัย อ้างเหตุเมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งแล้ว ก็ไม่มีเหตุที่จะต้องวินิจฉัยต่อไป
4.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยยังมีทางที่จะยื้ออำนาจให้คงอยู่นานที่สุด โดยการเสนอคุณชัยเกษม นิติศิริ เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่หากมีความยากลำบากเนื่องจากเสียงปริ่มน้ำ
ก็ทำตามแผนสองที่ นายทุนใหญ่กำลังวิ่งเต้นเกลี้ยกล่อม ให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในเวลานั้นพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยจะได้กลับมาร่วมรัฐบาลต่อไป
โปรดสังเกตการเปลี่ยนแปลงในปลายเดือนกรกฎาคมต้นเดือนสิงหาคมนี้ หาก พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา ไม่ประสงค์จะกลับมา
การชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยคุณชัยเกษม และคุณอนุทิน(โดยการสนับสนุนของพรรคประชาชนที่มีเงื่อนไขเป็นรัฐบาลเฉพาะการเฉพาะกิจ ) ก็อาจจะเกิดขึ้น
สรุป เราคงได้เห็นหนังสือกราบ บังคมทูลลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเร็วๆนี้
จึงช่วยร่างหนังสือมาให้เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว
ที่ นร (ลว) / (เลขที่หนังสือกำหนดเอง) วันที่ กรกฎาคม 2568
เรื่อง กราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า ข้าพระพุทธเจ้าซึ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ (วันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี) นั้น
บัดนี้ ข้าพระพุทธเจ้าได้พิจารณาแล้วเห็นว่า สถานการณ์ของบ้านเมืองในปัจจุบันอยู่ในขั้นวิกฤต ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นวงกว้าง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงของชาติ และความเชื่อมั่นของการบริหารราชการแผ่นดิน ข้าพระพุทธเจ้าตระหนักดีว่าในฐานะผู้นำรัฐบาลมีความรับผิดชอบสูงสุดในการแก้ไขปัญหาและนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้
อย่างไรก็ตาม ข้าพระพุทธเจ้าได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า ด้วยสถานการณ์ที่ซับซ้อนและรุนแรงเช่นนี้ ข้าพระพุทธเจ้าอาจยังขาดความรู้ วุฒิภาวะ และประสบการณ์ที่เพียงพอต่อการแก้ไขวิกฤตการณ์อันใหญ่หลวงนี้ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ประกอบกับมีเสียงเรียกร้องจากประชาชนที่ได้รวมตัวชุมนุมใหญ่อย่างสงบเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2568 เพื่อแสดงออกถึงความกังวลและต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ประเทศชาติสามารถก้าวข้ามวิกฤตนี้และเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่นและมั่นคง
ด้วยเหตุผลและความตระหนักในข้อจำกัดข้างต้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่……..กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป
จึงกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าพระพุทธเจ้าพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ข้าพระพุทธเจ้าได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะอุตสาหะ และความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนชาวไทยอย่างเต็มกำลังความสามารถเสมอมา และรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมไว้วางพระราชหฤทัยให้ข้าพระพุทธเจ้าได้ปฏิบัติหน้าที่อันทรงเกียรตินี้
ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท
ขอแสดงความเคารพอย่างสูง
(ลงนาม)
(นางสาวแพทองธาร ชินวัตร)
นายกรัฐมนตรี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไอหยา! 'ทักษิณ' จะอยู่อีก 40 ปี
นายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก ว่ามีโอกาสเจอ ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในดวงใจ เป็นครั้งแรก หลังจากท่านได้รับอิสรภาพ ใ
ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ขาด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 9 ก.ค.นี้
ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยในคดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 133 คน ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธาน สภาผู้แทนราษฎร
ราชกิจจาฯ ประกาศ 15 รายชื่อตรวจสอบประวัติผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรธน.
ราชกิจจานุเบกษษ เผยแพร่ประกาศวุฒิสภา เรื่อง ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอ
ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา
'เพื่อไทย' นัดถกปรับโมเดล 'สสร.' หลังประธานศาลรธน. ยันเลือกตั้ง 100% ทำได้
พรรคเพื่อไทยเตรียมหารือผู้บริหารพรรค 23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาปรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังประธานศาลรธน. ระบุเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากประชาชนสามารถทำได้ 100%
กมธ.สว.-สส. เผยผลหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้เลือกตั้ง 'สสร.' ได้ไม่ขัดคำวินิจฉัย
กมธ.สส.-สว. เข้าหารือกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ก่อนสรุปแนวทางว่า การเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. จากประชาชนโดยตรงสามารถดำเนินการได้ แต่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่อาจมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

