ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลากว่า 2 ชม. ไต่สวน "นายกอิ๊งค์-เลขาฯสมช." ปมคลิปเสียงฮุนเซน สั่งเลื่อนยื่นคำแถลงปิดคดีเร็วขึ้นเป็น 25 ส.ค. ย้ำห้ามเผยแพร่ข้อมูลการไต่สวน คงกำหนดนัดชี้ชะตา 29 ส.ค.
21 สิงหาคม 2568 - เวลา 13.02 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังศาลรัฐธรรมนูญได้ไต่สวนพยาน 2ปาก ในรายนางสาวแพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ แล้วเสร็จในคดีที่ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องของส.ว.จำนวน 36 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรี ของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่ เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปเสียงบทสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร และสมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่า
นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ย้ำตอนหนึ่งระหว่างอ่านรายงานกระบวนวิธีพิจารณาคดีว่า ห้ามมิให้ผู้เข้ารับฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่และบิดเบือนข้อมูลที่จะทำให้สาธารณชนเกิดความเข้าใจผิด และตามที่ศาลได้สั่งให้คู่กรณียื่นคำแถลงปิดคดีในวันพุธที่ 27 ส.ค. 2568 และนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติในวันที่ 29 ส.ค.เวลา 09.30 น.และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในเวลา 15.00 น. นั้น
พิจารณาแล้วเห็นว่า ตุลาการแต่ละท่านมีเวลาทำคำวินิจฉัยส่วนตนเพียง 1 วันเพื่อให้การวินิจฉัยของศาลเป็นไปอย่างรอบคอบและครบถ้วน อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 31 ให้คู่กรณียื่นคำแถลงปิดคดีเสนอต่อศาลภายในวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2568
หากไม่ยื่นถือว่าไม่ติดใจยื่น ส่วนการนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติ และนัดฟังคำวินิจฉัยให้เป็นไปตามกำหนดเดิม
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างที่ศาลได้อ่านกระบวนวิธีพิจารณานั้น กล้องได้จับภาพมาที่สีหน้าของนายกรัฐมนตรี ซึ่งสังเกตได้ว่ามีสีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด กระพริบตาที มองต่ำ เม้มปาก และ กุมมือไว้ด้านหน้าพร้อมทั้งบีบนิ้วโป้ง
จากนั้นเมื่อนายกรัฐมนตรีออกจากห้องพิจารณาคดีและเตรียมที่จะเดินทางกลับนั้นเริ่มมีสีหน้ายิ้มแย้ม โดยบรรยากาศด้านล่าง พบว่ามีแฟนคลับจากจังหวัดศรีสะเกษได้เตรียมกรอบรูปหลวงพ่อทวดพร้อมพวงมาลัยมามอบให้กับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้หยุดตรงหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมถวายความเคารพ
จากนั้นได้ทักทายกับแฟนคลับที่มารอให้กำลังใจ ซึ่งแฟนคลับที่นำกรอบรูปหลวงพ่อทวดมาให้ระบุว่า "หลวงพ่อทวดจะช่วยส่งเสริมให้แคล้วคลาดปลอดภัย" และระหว่างนั้นได้มีการตะโกนเรียก "นายกรัฐมนตรีหญิงในดวงใจ สู้ๆ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้หันมาสวัสดีแฟนคลับพร้อมโบกมือให้แต่ไม่ได้เดินมารับภาพหลวงปู่ทวดและพวงมาลัย รวมทั้งเมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่ามีกำลังใจในเรื่องนี้ดีไหม เรื่องคดีได้ทำเต็มที่แล้วใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีก็ได้พยักหน้ารับ ก่อนที่จะเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ปมบัตรเลือกตั้ง ภาระพิสูจน์ตกที่ กกต. หากแจงชัด ศาลรธน.อาจงดไต่สวน
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปมคดีบัตรเลือกตั้ง เป็นปัญหาข้อเท็จจริง หน้าที่ กกต.พิสูจน์ หากมีพยานหลักฐานเพียงพอเปิดช่องให้ ศาล รธน. งดไต่สวน กำหนดวันชี้ชะตาได้
'หมอเปรม' ให้เกาะติดคดีบัตรเลือกตั้งจะเป็นเพียงภาพลวงตาหรือความยุติธรรมที่แท้จริง
สว.เปรมศักดิ์ชี้มติศาลรธน. 6:3 รับคำร้องกกต. แต่ไม่สั่งหยุดหน้าที่เป็นมติลูกผสมเอาใจแรงกดดันสังคมอาจเป็นเพียง 'ควันบังตา' สุดท้ายเรื่องเงียบเมื่อกระแสจางลง ชวนสังคมช่วยจับตาดูผลระยะยาว
'เทพไท' บอกให้ใจเย็นๆ อีก 30 วันรู้แน่เลือกตั้งโมฆะหรือไม่
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊ก
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสชี้วิกฤตศรัทธาบัตรเลือกตั้งเมื่อความลับถูกล่ามด้วยบาร์โค้ดและเงาปริศนา!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'บวรศักดิ์' ย้ำบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งเป็นความลับ ไม่มีประเทศไหนวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดไว้พิจารณามีข้อกังวลในเรื่องนี้หรือไม่ ว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กับศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้พิจารณา
เช็กบิลย้อนหลัง! พี่ศรีร้องผู้ตรวจฯ ชงฟัน 'พีระพันธุ์' ใช้อำนาจแต่งตั้งบุคคลมีลักษณะต้องห้าม
'ศรีสุวรรณ' ร้องผู้ตรวจฯ ชงศาล รธน.วินิจฉัย 'พีระพันธุ์' อดีตรองนายกฯ เคยใช้อำนาจแต่งตั้งบุคคลมีลักษณะต้องห้าม

