เปิดขั้นตอนทำ ‘บัตรคนพิการ’ ง่าย-ครบ-จบ ที่ศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพฯ

ทุกวันนี้ใช้เวลาแค่ 15 นาที ผู้ที่มาทำบัตรประจำตัวคนพิการ ก็สามารถรับบัตรกลับบ้านไปได้อย่างรวดเร็ว แถมยังได้รับบริการจัดเต็มแบบ ‘One Stop Service’ เชื่อมโยงออนไลน์-ออฟไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นับเป็นรูปธรรมความสำเร็จของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่หนุนเสริมสิทธิในการเข้าถึงบริการของคนพิการอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ภายใต้ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ซึ่งกำหนดให้คนพิการมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการและความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพ และพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ ให้มีขีดความสามารถที่พร้อมในการปรับตัวอยู่ในสังคมอย่างมีคุณค่า และมีความสุข

โดยสาระสำคัญใน ม.20/3 , 20/4 ของกฎหมายฉบับดังกล่าว กำหนดให้จัดตั้งศูนย์บริการคนพิการ และให้อำนาจสำรวจ ติดตามสภาพปัญหาคนพิการ ตลอดจนจัดทำข้อมูลการให้บริการในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ฯลฯครอบคลุมจำนวนคนพิการในประเทศไทย 2,280,409 คน คิดเป็นร้อยละ 3.45 ของประชากรทั้งประเทศ (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2568)  

ปัจจุบันมีศูนย์บริการคนพิการระดับจังหวัด 94 ศูนย์ ศูนย์บริการคนพิการทั่วไปอีก 2,484 ศูนย์ โดยหนึ่งในศูนย์ที่โดดเด่นและทันสมัยที่สุดคือ ศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพมหานคร Disability Services Center (DSC) เป็นอาคารตกแต่งด้วยสีชมพู-ขาวสดใส ตั้งอยู่ติดกับอาคารกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ริมถนนราชเทวี เดินทางสะดวกและขึ้นชื่อเรื่องการจัดคิวบริการอย่างรวดเร็ว แม้จะต้องรองรับผู้ขอรับบริการทั้งคนพิการและผู้ดูแล เฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 30-50 เคส ครอบคลุมบริการออกบัตร ต่ออายุบัตร บัตรชำรุด เพิ่ม/เปลี่ยนผู้ดูแลคนพิการ และยกเลิกบัตรคนพิการ การกู้ยืมเงิน การจ้างงาน/ฝึกอาชีพ รวมทั้งบริการที่เกี่ยวข้องกับเงินสงเคราะห์ปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยฯ ผู้ช่วยคนพิการ และบริการทางสังคม

นายณพล มาถนอม นักสังคมสงเคราะห์ประจำศูนย์บริการกรุงเทพมหานคร อธิบายถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการมาใช้บริการที่ศูนย์ฯ โดยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งในฐานะเจ้าหน้าที่และผู้มีความพิการทางร่างกายให้ฟังไว้อย่างน่าสนใจว่า สังคมควรต้องเริ่มจากการร่วมกันสร้างทัศนคติที่ดี โดยเฉพาะคนพิการและผู้ดูแลคนพิการต้องเข้าใจก่อนว่าการเข้าสู่ระบบสำหรับคนพิการนั้น ไม่ต่างจากการเข้าระบบของพลเมืองทั่วไป โดยยกตัวอย่างบริการที่ถือเป็นการติดกระดุมเม็ดแรก นั่นคือ การทำบัตรประจำตัวคนพิการ

“...‘บัตรประจำตัวคนพิการ’ บ่งบอกถึงตัวตนและโอกาสที่จะได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะพลเมืองไทย แบบเดียวกับที่คนไทยทุกคนต้องทำบัตรประจำตัวประชาชน หากเราไม่มีก็จะสูญเสียโอกาสและสวัสดิการที่รัฐจัดสรรให้ ต่อเนื่องถึงความเสี่ยงในการถูกเอาเปรียบทางสังคมอื่นๆที่จะตามมา...”นายณพลกล่าว

ทั้งนี้ คนพิการต้องได้รับการตรวจประเมินสภาพความพิการจากแพทย์ที่โรงพยาบาล เพื่อออกเอกสารรับรองคนพิการก่อน กรณีคนพิการไม่สามารถเดินทางมาด้วยตัวเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้ดูแลดำเนินการแทนได้ สำหรับเอกสารที่ใช้ทำบัตรคนพิการครั้งแรก สิ่งที่คนพิการที่ต้องเตรียม ได้แก่..

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (รับรองสำเนาหรือพิมพ์ลายนิ้วมือ)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน (รับรองสำเนาหรือพิมพ์ลายนิ้วมือ)
  • เอกสารรับรองความพิการจากโรงพยาบาลรัฐบาล (ฉบับจริง) หรือโรงพยาบาลเอกชนที่ประกาศ
  • รูปถ่ายสี 1 นิ้ว 2 รูปไม่เกิน 6 ปี
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-เปลี่ยนนามสกุล (กรณีเปลี่ยนชื่อ-สกุล)
  • หนังสือมอบอำนาจกรอกข้อมูลและลงนามอย่างครบถ้วน

ส่วนสิ่งผู้ดูแลที่ต้องเตรียม  (กรณีทะเบียนบ้านเดียวกัน)

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (รับรองสำเนา)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน (รับรองสำเนา)
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-เปลี่ยนนามสกุล (กรณีเปลี่ยนชื่อ-สกุล)

(กรณีอยู่คนละทะเบียนบ้าน ให้เพิ่มหนังสือรับรองการเป็นผู้ดูแลคนพิการ (คนรับรองต้องอาศัยอยู่ชุมชนหรือเขตเดียวกันกับคนพิการจริง สำเนาบัตรประจำตำแหน่ง บัตรข้าราชการพร้อมรับรองสำเนา โดยข้าราชการบำเหน็จบำนาญไม่สามารถรับรองได้)

โดยเมื่อคนพิการหรือผู้ดูแลมาถึงที่ศูนย์ฯ ก็สามารถมากดบัตรคิว แล้วรอเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อยื่นคำร้อง จะมีการตรวจเอกสาร สอบถามก่อนที่จะนำข้อมูลเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งข้อมูลไปให้นักสังคมสงเคราะห์ หรือผู้มีอำนาจออกบัตรอนุมัติ เมื่อระบบแสดงผลยืนยันมายังศูนย์ฯ ก็สามารถปริ้นท์บัตรซึ่งจะมีลักษณะคล้ายบัตรประชาชนออกมาได้เลย

หลังจากมีบัตรประจำตัวคนพิการ ก็สามารถทำเรื่องเปลี่ยนสิทธิ์บัตรทองคนพิการ (ท.74) และลงทะเบียนรับเบี้ยคนพิการ 800-1,000 บาทต่อเดือนได้ต่อไป

นับว่า..เร็ว จบ ครบในจุดเดียว เป็นหนึ่งกลไกที่สะท้อนชัดเจนว่า กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มุ่งมั่นยกระดับบริการได้อย่างทั่วถึงเท่าเทียม และทันสมัย ที่สำคัญอัดแน่นไปด้วยคุณภาพ เอื้อให้คนพิการปรับตัวอยู่ในสังคมอย่างมีคุณค่า และมีความสุข  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม.ไฟเขียว ให้ กคช. เดินหน้า “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน” GEF อัดฉีดงบ 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.)

นิกร โสมกลาง เผย 'บ้านมั่นคงชายแดน' ยกระดับที่อยู่อาศัย-คุณภาพชีวิต 2.5 แสนครัวเรือน สร้าง 'ชุมชนชายแดนเข้มแข็งพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง' เสริมความมั่นคงประเทศ

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เผยแผนยุทธศาสตร์และกรอบดำเนินงาน “โครงการเสริมสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนกับการจัดการภัยพิบัติและพัฒนาพื้นที่ชายแดน” ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ครอบคลุม 26 จังหวัด 94 อำเภอ 752 ชุมชน รวม 259,037 ครัวเรือน ชูงบสนับสนุนสูงสุด 176,000 บาท/ครัวเรือน มุ่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ความไม่สงบ และภัยพิบัติ พร้อมบูรณาการกลไก 5 ระดับเพื่อกระจายอำนาจสู่การจัดการตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน

’นิกร‘ เล็งฟื้นฟู "เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง " สร้างคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า พลิกฟื้นคุณภาพชีวิต ลดภาระคนตั้งตัว

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง

เร่งเยียวยานิคมมักกะสัน 1 เดือนเริ่มผุด 'บ้านมั่นคงริมราง'

รัฐบาลเร่งเยียวยานิคมมักกะสันหลังไฟไหม้ เดินหน้า 'บ้านมั่นคงริมราง' เปลี่ยนพื้นที่ข้างรางสู่พื้นที่แห่งโอกาส ตั้งเป้าเริ่มสร้างใน 1 เดือน

การเคหะแห่งชาติ ร่วมทีม พม. ฟื้นฟูบ้านเรือนผู้ประสบอุทกภัยอำเภอปัว คืนความมั่นคงและคุณภาพชีวิตแก่ประชาชน

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ มอบหมายให้นายคมสัน พิลาสมบัติ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมด้วยนายธีระวัฒน์ สุมังคโล ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง