“อำเภอบางกรวย” ถือเป็นพื้นที่ที่ติดกับเขตกรุงเทพเลยก็ว่าได้ และไม่ไกลมากหากจะเดินทางไปเยี่ยมเยือน เมืองเล็ก ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในจังหวัดนนทบุรีแห่งนี้ ยังคงซ่อนเสน่ห์แห่งความเรียบง่ายไว้ในทุกตรอกซอกซอย ทั้งวิถีชาวสวนดั้งเดิม กลิ่นอายประวัติศาสตร์ และเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คนกับสายน้ำได้อย่างงดงาม
และในปี 2568 นี้ ศูนย์การเรียนรู้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำนักงานกลาง ได้เปิดให้ทุกคนมาร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่กับงาน “หลงเสน่ห์บางกรวย ตอน เมืองต้อง Share, Rare บางกรวย” เมื่อช่วงวันที่ 25 – 26 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งงานไม่เพียงแต่สร้างสีสันให้กับชุมชน แต่ยังเป็นการสืบสานเจตนารมณ์ในการพัฒนา “จังหวัดนนทบุรีเมืองน่าอยู่ (Livable City)” และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ยั่งยืน

โดยภายในงาน ผู้เข้าชมได้ร่วมสัมผัสนิทรรศการ “อารยธรรมลุ่มแม่น้ำ 3 คลอง” ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของบางกรวยผ่านมุมมองทางศิลปะและวัฒนธรรม ตั้งแต่ “บางกรวย เมืองต้อง Share Rare บางกรวย” ที่บอกเล่าความภาคภูมิใจของคนท้องถิ่นผ่านของดีหายากอย่าง ทุเรียนนนท์ เครื่องเบญจรงค์ลายทอง และผ้าลายวิจิตรนนทรี ต่อด้วย “บางกรวย อารยธรรมลุ่มแม่น้ำ 3 คลอง” ที่พาผู้ชมเรียนรู้เส้นทางท่องเที่ยวชุมชน พร้อมแนวคิดการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน และปิดท้ายด้วย “บางกรวย ในโปสการ์ดความทรงจำ” ที่เก็บเรื่องราวอบอุ่นของผู้คน อาหาร และวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้ในภาพความทรงจำแสนงดงาม

One Day Trip ท่องบางกรวยในหนึ่งวัน
กิจกรรมไฮไลต์ภายในงานที่ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสคือ “One Day Trip” ที่จัดขึ้น 2 วัน วันละ 2 รอบ โดยใช้รถมินิบัสไฟฟ้าของ กฟผ. พาผู้ร่วมทริปท่องเที่ยวไปยังแหล่งสำคัญของบางกรวย พร้อมบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มจากชุมชน เยี่ยมเยือนเส้นทางวิถีชาวสวน ที่ได้พาไปเยี่ยมชม วัดสวนใหญ่ จุดดูนกแก้วโม่ง นกแก้วขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยฝูงสุดท้ายที่ยังคงอาศัยอยู่บนต้นยางนาอายุ 200 ปี

ต่อด้วย สวนคุณแผ่นดิน สวนทุเรียนปลอดสารโบราณแห่งสุดท้ายของตำบลบางขนุน ที่เจ้าของคือคุณชคดี นนทสวัสดิ์ศรี ปราชญ์เกษตรของแผ่นดินผู้ฟื้นฟูสวนทุเรียนนนท์นี้ขึ้นด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม ก่อนแวะพักผ่อนจิบกาแฟที่ ป่าก์ คาเฟ่ ท่ามกลางธรรมชาติร่มรื่น


รวมถึงเส้นทางย้อนรอยประวัติศาสตร์ ที่จะพาไปสัมผัสความงดงามของอดีตที่ยังมีลมหายใจ ผ่านพิพิธภัณฑ์วัดบางอ้อยช้าง ซึ่งจัดแสดงวัตถุโบราณล้ำค่าด้านพระพุทธศาสนาและข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวสวนเมืองนนท์ ร้านจงเจริญ 66 ร้านเก่าแก่ริมคลองบางกอกน้อยที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าของชุมชน และวัดบางไกรใน วัดโบราณแห่งตำนาน “ไกรทอง” ที่มีอนุสรณ์นายไกรทอง ผู้ปราบชาละวันภายในวัด อีกทั้งมีศาลและพระพุทธรูปเก่าแก่กว่า 300 ปีให้ได้สักการะ


ก่อนปิดท้ายด้วยการเข้าชมนิทรรศการพลังงานไฟฟ้าและสิ่งแวดล้อม ตะลุย 7 โซน สุดอลังการ ที่มีทั้งเกมและกิจกรรมให้ร่วมสนุกได้ฟรีไม่มีเบื่อ ที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง

แต่ละเส้นทางเต็มไปด้วยเรื่องราว ความรู้ และความอบอุ่นของผู้คน ที่พร้อมแบ่งปันให้ผู้มาเยือนได้ “แชร์” ความประทับใจกลับไปอย่างเต็มหัวใจ
เวิร์กช็อปและกิจกรรมสร้างสรรค์
สำหรับคนรักงานฝีมือ งานนี้จัดเต็มกิจกรรม Workshop ที่ให้ลงมือทำด้วยตัวเอง โดยในวันแรก (25 ตุลาคม) มีกิจกรรมการตกแต่ง “ตะกร้าเดคูพาจ” และวันที่สอง (26 ตุลาคม) มีกิจกรรมทำ “กระเป๋านกแก้วโม่ง” สุดน่ารัก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “ประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุเหลือใช้” ที่เปิดให้ Walk-in ได้ตลอดทั้ง 2 วัน เช่น เพ้นท์กระถางต้นไม้รักษ์โลก และตกแต่งกระเป๋าผ้าจากวัสดุเหลือใช้ เพื่อร่วมสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างง่าย ๆ แต่ได้ผลจริง

อิ่มอร่อยและเพลิดเพลินกับสินค้าชุมชน
ในงานยังมีซุ้มอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าชุมชนกว่า 33 ร้าน ให้ได้เลือกชิมและช้อป ทั้งหมดใช้ภาชนะรักษ์โลก เพื่อให้การเที่ยวครั้งนี้อร่อยและยั่งยืนไปพร้อมกัน พร้อมโซนกิจกรรมสนุก ๆ อย่าง “บูทเกมสวนริมน้ำ” ที่ใครมาก็ต้องลอง ทั้งเกมปาเป้า โยนห่วง และปาป๋อง แค่กด Like เพจ “ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง” ก็เล่นได้ฟรี

“หลงเสน่ห์บางกรวย” ไม่ได้เป็นเพียงงานท่องเที่ยวธรรมดา แต่คือการเชื่อมโยงหัวใจของคนกับชุมชน ผ่านการเรียนรู้ วิถีชีวิต และความงดงามของท้องถิ่นที่ยังคงมีชีวิตอยู่จริง ทุกกิจกรรมสะท้อนให้เห็นถึงพลังของชุมชนที่เข้มแข็ง ความร่วมมือของ กฟผ. ในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และความตั้งใจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว และแม้งานในปีนี้จะจัดขึ้นเพียง 2 วัน แต่ความประทับใจจะคงอยู่ในใจของผู้มาเยือนไปอีกนาน
สำหรับใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวใกล้กรุงไว้พักใจในวันหยุด ลองปักหมุดตามรอยเส้นทางท่องเที่ยวในอำเภอบางกรวยกันดู และอย่าลืมติดตามกิจกรรมดี ๆ จาก กฟผ. เพราะเชื่อว่าอีกไม่นานคงมีกิจกรรมสนุก ๆ ให้เราได้สัมผัสอีกแน่นอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ไทยเราต้องรู้และเข้าใจก่อนตัดสินใจเลือกเทคโนโลยี SMR
ในวันที่โลกต้องการไฟฟ้าสะอาดที่มีความเสถียรสูงเพื่อรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยี AI และ Data Center ทำให้เทคโนโลยีโรงไฟฟ้า SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกพลังงานสะอาดที่หลายประเทศให้ความสนใจ เพราะสามารถจ่ายไฟได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีต้นทุนค่าไฟฟ้าที่แข่งขันได้
ก้าวสำคัญสู่อนาคตพลังงานไทย IAEA ผนึกกำลัง กฟผ. ปูพรมความรู้ เตรียมความพร้อมสู่ยุคโรงไฟฟ้า SMR
โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานครั้งประวัติศาสตร์ และประเทศไทยก็ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ เมื่อล่าสุด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมมือกับ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA
ปลดล็อกภาพจำ "นิวเคลียร์" จากเทคโนโลยีไกลตัว สู่สิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวัน
ช่วงนี้หลายคนอาจได้ยินชื่อ SMR หรือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor) กันบ่อยขึ้น เพราะเป็นหนึ่งในทางเลือกพลังงานแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์
IAEA - กฟผ. เดินหน้าสร้างความรู้ความเข้าใจ SMR เสริมความมั่นคงพลังงาน
IAEA ร่วมกับ กฟผ. จัดการประชุมวิชาการ สร้างความรู้ความเข้าใจ SMR แก่หน่วยงานด้านพลังงานไทย เตรียมความพร้อมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก และเสริมความมั่นคงพลังงาน
มท. ชง ครม. หนุนติดตั้ง 'โซลาร์เซลล์' 5 หมื่นบาท 1 ล้านครัวเรือน
รัฐบาลชง ครม. 27 ต.ค. นี้ หนุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท 1 ล้านสิทธิ์ 'เอกนิติ' ดันผลิตไฟฟ้าใช้เอง–ขายไฟส่วนเกินคืนการไฟฟ้า พร้อมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ลดภาระค่าไฟประชาชน
'นรินทร์'ผู้ว่าการกฟผ.คว้าสุดยอด CEO รัฐวิสาหกิจด้าน ESG
ผู้ว่าการ กฟผ. คว้ารางวัลสุดยอด CEO รัฐวิสาหกิจด้าน ESG จากเวที CEO Econmass Awards 2026 ชูความโดดเด่นการบริหารองค์การที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ควบคู่กับภารกิจดูแลความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ

