4 วัน ไทยสอย "รถถัง T-55" ของกัมพูชา 3 คัน "BM-21" จำนวน 1 คัน ทำลายโดรนพลีชีพ 64 ลำ แอนตี้โดรน 1 ทำลายฐานทหารรอบปราสาทตาควาย-เนิน 350 ได้ แต่ยังควบคุมไม่ได้ เหตุถูกระดมยิง พบโดรน-กับระเบิดหนาแน่น
11 ธันวาคม 2568 - ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2สรุปผลการปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. จนถึงวันที่ 11 ธ.ค. ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดน 13 แนวรบ ดังนี้.
1. ด้าน จ.อุบลราชธานี จำนวน 2 แนวรบหลัก ได้แก่
1.1 พื้นที่ช่องบก
1.2 พื้นที่ช่องอานม้า
2. ด้าน จ.ศรีสะเกษ จำนวน 5 แนวรบหลัก ได้แก่
2.1 พื้นที่ซำแต
2.2 โดนตรวล-ภูผี-สัตตะโสม-พนมประสิทธิโส-ช่องตาเฒ่า
2.3 ผามออีแดง และห้วยตามาเรีย
2.4 ภูมะเขือ-ช่องโดนเอาว์-พลาญยาว-พลาญหินแปดก้อน
2.5 ช่องสะงำ
3. ด้าน จ.สุรินทร์ จำนวน 5 แนวรบหลัก
3.1 ช่องจอม-ช่องเปรอ-ช่องระยี
3.2 พื้นที่คนา
3.3 พื้นที่ตาควาย
3.4 พื้นที่ช่องกร่าง
3.5 พื้นที่ตาเมือนธม
4. ด้าน จ.บุรีรัมย์ จำนวน 1 แนวรบหลัก
- ช่องสายตะกู :
ผลการปฏิบัติที่สำคัญในวันที่ 11 ธ.ค. 68 :
1. ช่องอานม้า : เข้าควบคุมพื้นที่ได้บางส่วน
2. เข้าทำลายฐานปฏิบัติการข้าศึก บริเวณพื้นที่ซำแต
3. พื้นที่ช่องระยี - ช่องเปรอ : เข้ายึดพื้นที่คืนถึงเส้นปฏิบัติการ แต่ยังถูกต่อต้านเป็นระยะ
4. พื้นที่คนา : เข้ายึดแล้ว 2 ที่หมาย ปัจจุบันถูกตีโต้ตอบจากฝ่ายตรงข้าม
5. พื้นที่ตาควาย : ยิงทำลายฐานทหารรอบปราสาท และเนิน 350 แต่ยังเข้าควบคุมไม่ได้ เนื่องจากถูกต่อต้านอย่างหนักจากอาวุธยิงสนับสนุน โดรน และกับระเบิดของฝ่ายกัมพูชาอย่างหนาแน่น
จากการปฏิบัติของฝ่ายเรา ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมาคาดว่า
1. ทหารกัมพูชา เสียชีวิต 89 ราย
2. ทำลายรถถังT-55 จำนวน 3 คัน (ในพื้นที่พนมประสิทธิโส)
3. ทำลายจรวดหลายลำกล้อง (BM-21) จำนวน 1 คัน
4. ทำลายระบบโดรน จำนวน 64 ลำ
5. ทำลายแอนตี้โดรน 1 ระบบ ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทภ.2 แจ้งสูญเสียกำลังพล ขณะปฏิบัติหน้าที่
กองทัพภาคที่ 2 ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อการสูญเสียกำลังพลมา ณ โอกาสนี้
ตอบโต้รายวัน! ผอ.JIC สวนกัมพูชากล่าวหาไทยยิงก่อน
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา(ผอ.JICไทย ) กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน พร้อมกล่าวหาฝ่ายไทยเป็นผู้โจมตีกัมพูชาโดยปราศจากการยั่วยุว่า การโต้แย้งด้วยถ้อยคำเพียงอย่างเดียวไม่อาจใช้ชี้ขาดว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ หลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ และสถานการณ์แวดล้อมก่อนเกิดการปะทะอย่างครบถ้วน
ผอ.JIC ซัด 'ฮุนเซน' ไม่รักษาข้อตกลงหยุดยิง หลังอ้างเป็นแค่กระดาษไม่รับประกันสันติภาพยั่งยืน
พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ระบุถึงกรณีถ้อยแถลงของ ฮุน เซน เสนอคณะผู้สังเกตการณ์รัฐสภาหยุดยิง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ชายแดนขยายตัวว่า
'พล.ท.วันชนะ' เดือด! ฟาด 'ฮุนเซน-ฮุนมาเนต' จำใส่กบาลไว้ ทำข้อตกลงให้ครบก่อนค่อยมาคุย
พล.ท.วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (สน.ปร.มน.) และ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสุดเดือดถึงปมชายแดนไทยกัมพูชาว่า ก่อนที่จะคิดไปไกลว่าจะคุย JBCทั้ง3คนนี้ประกอบด้วย ฮุนเซน และฮุนมาเนต รวมไปถึ
ไทยโต้กัมพูชาประท้วง 'อนุทิน' ลงพื้นที่ช่องอานม้า ถามใครให้อำนาจชี้เขตแดนฝ่ายเดียว
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) กล่าวถึงข้อกล่าวอ้างของกัมพูชา กรณีระบุว่านายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเข้าไปใน “ดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา” และเรียกการเดินทางดังกล่าวว่าunauthorised visit โดยตั้งคำถามกลับว่า
ผอ.JIC โต้กัมพูชา เส้นเขตแดนไม่ถูกกำหนดขึ้นใหม่ด้วยแถลงการณ์ไร้ข้อเท็จจริง
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์กล่าวหาฝ่ายไทยว่าแผ้วถางพื้นที่ สร้างถนน และจัดทำที่มั่นทางทหาร อันเป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา โดยยืนยันว่า ไทยไม่มีนโยบายรุกรานหรือยึดครองดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน และขอให้แยก “ข้อกล่าวหา” ออกจาก “ข้อเท็จจริง”

