‘ทหารมีไว้ทำไม’ คำถามเก่าที่ตามหลอนพรรคส้ม!

สถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้บทบาทกองทัพและประเด็นความมั่นคง กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมอย่างชัดเจน

พร้อม ๆ กับการดึงคำถามเก่าบางคำ กลับมาอยู่ในพื้นที่สาธารณะอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ประเทศกำลังเดินเข้าสู่ช่วงเลือกตั้ง พรรคการเมืองทุกพรรคจึงหลีกเลี่ยงการแสดงจุดยืนต่อกองทัพไม่ได้

โดยเฉพาะพรรคประชาชน ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีท่าทีและการสื่อสารที่แตกต่างจากกระแสหลักอย่างชัดเจน

ในบริบทนี้ เวทีเปิดตัวผู้สมัคร สส. จังหวัดระยอง ของพรรคประชาชน เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม จึงเป็นมากกว่างานหาเสียงทั่วไป แต่เป็นเวทีที่พรรคต้องออกมาอธิบายตัวเองต่อสังคม

“รังสิมันต์ โรม” รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวบนเวทีว่า พรรคกำลังเผชิญปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO ภายหลังมีกระแสว่า “พรรคส้มมาแน่” และมีความพยายามดิสเครดิตพรรคในหลายรูปแบบ

รังสิมันต์ระบุว่า หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบมาเหน็บแนมและโจมตีในช่วงนี้ คือคำถามว่า พรรคประชาชน “รู้หรือยังว่าทหารมีไว้ทำไม” โดยฝ่ายที่ไม่สนับสนุนพรรค ได้นำประโยคดังกล่าวกลับมาใช้ตั้งคำถามกับพรรคอีกครั้งในจังหวะที่เกิดสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดน

เขาย้ำว่า ที่ผ่านมา พรรคประชาชนเรียกร้องมาโดยตลอด ให้กองทัพเป็นทหารอาชีพ ทำหน้าที่ปกป้องประเทศ และไม่ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง

ถ้อยคำเหล่านี้ เป็นคำอธิบายของพรรค สำหรับเวทีในวันนั้น

แต่ประเด็นสำคัญ ไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่พูดบนเวที แต่อยู่ที่ภาพรวมการสื่อสารของพรรค ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งสังคมสามารถตรวจสอบและจดจำได้

การสื่อสารของบุคลากรในพรรคประชาชน ไม่ได้เกิดขึ้นแบบแยกส่วน แต่มีทิศทางร่วมที่เห็นได้ชัด คือการตั้งคำถามต่อบทบาทกองทัพ ในลักษณะที่สวนทางกับกรอบความมั่นคงแบบเดิม

หนึ่งในตัวอย่างที่ถูกอ้างถึงบ่อย คือการสื่อสารของ “สหัสวัต คุ้มคง” ซึ่งเคยโพสต์ข้อความพาดพิงกองทัพ โดยระบุว่า

”สิ่งแรกที่ถูกทำลายในสงครามคือความจริง และทหารไทยแม่งทำแบบนี้มาตลอดในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา สถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่ว่ากองทัพส้นตีนนี่ จะไม่ใช้โอกาสนี้สร้างความชอบธรรมให้ตัวเองอย่าเชื่อทุกอย่างที่ออกมาจากกองทัพ”

ถ้อยคำดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารที่ถูกนำมาพูดถึง ในภาพรวมท่าทีของพรรคต่อกองทัพ

“ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์” เคยสื่อสารในทำนองว่าเปลี่ยนงบซื้ออาวุธและกระสุน ไปเป็นงบนมกล่องหรือของเล่นให้เด็กแทนการเพิ่มงบประมาณด้านกำลังรบ

แนวคิดในลักษณะนี้ ไม่ได้ปรากฏเฉพาะในระดับ สส. แต่พบซ้ำในการสื่อสารของแกนนำพรรค ที่ตั้งคำถามต่อบทบาทกองทัพ ในระดับโครงสร้างและกรอบคิดโดยตรง

เช่น “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และแกนนำทางความคิดของพรรคส้ม เคยกล่าวพาดพิงบทบาทกองทัพไว้โดยตรงหลายครั้ง

พิธาเคยกล่าวว่า ประเทศที่อยู่ใกล้กัน เคยทะเลาะกัน วันนี้หลายประเทศไม่ทะเลาะกันแล้ว สามารถลดกองทัพได้ บางประเทศไม่จำเป็นต้องมีกองทัพเลย หากผู้นำมีความสามารถเพียงพอ

เขายังตั้งคำถามตรงไปตรงมาว่า “ทหารมีไว้ทำไม” พร้อมระบุว่า หากมีการรุกราน ก็ไม่เชื่อว่าประเทศขนาดเล็กอย่างไทย จะสามารถรบชนะได้อยู่ดี

พิธายังพูดถึงการทำสงครามทางทะเลว่า ปัจจุบันไม่ได้รบกันด้วยเรือดำน้ำ แต่ใช้เรือประมง โดยยกกรณีเวียดนามกับจีนเป็นตัวอย่าง

ถ้อยคำเหล่านี้ ไม่ใช่การวิจารณ์เชิงเทคนิค ไม่ใช่การตั้งคำถามเฉพาะนโยบาย แต่เป็นการตั้งคำถามต่อบทบาทกองทัพ ในฐานะกลไกหลักของรัฐ

และเป็นต้นทางสำคัญ ที่ทำให้คำถามว่า “ทหารมีไว้ทำไม” ฝังอยู่ในความรับรู้ของสังคม และถูกหยิบกลับมาถามพรรคส้มอีกครั้ง ในช่วงที่เกิดการสู้รบตามแนวชายแดน

ล่าสุด “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช หนึ่งในผู้นำทางความคิดของพรรค ตั้งคำถามต่อการดำเนินการทางทหาร ในช่วงที่เกิดการสู้รบตามแนวชายแดนจริง

ช่อกล่าวถึงประเด็นแผนการรบ ตั้งแต่ขอบเขต เป้าหมาย ไปจนถึงทิศทางของปฏิบัติการ โดยตั้งคำถามว่า การดำเนินการจะยุติอยู่ที่แนวชายแดน หรือขยายไปไกลกว่านั้น

แม้จะระบุว่าไม่ต้องการทราบรายละเอียดเชิงยุทธวิธี แต่การตั้งคำถามต่อแผนการรบและยุทธศาสตร์ ในช่วงที่ยังมีการปะทะจริง ทำให้ประเด็นการทหารระดับการปฏิบัติ ถูกหยิบขึ้นมาพูดในพื้นที่การเมือง ซึ่งเป็นลักษณะที่แทบไม่ปรากฏในประเทศที่อยู่ระหว่างการสู้รบ

คำพูดและการสื่อสารทั้งหมด เป็นส่วนหนึ่งของภาพที่สังคมคุ้นเคย และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน

เมื่อพิจารณาภาพรวม การกล่าวหาว่ากระแสวิพากษ์วิจารณ์พรรค เป็นผลจากปฏิบัติการ IO จึงไม่อาจอธิบายได้ครบถ้วน

เพราะประเด็น “ทหารมีไว้ทำไม” ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงเลือกตั้ง แต่เป็นคำถามที่ปรากฏซ้ำ จากกรอบความคิดและการสื่อสารของพรรค ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ในวันที่การสู้รบตามแนวชายแดน ทำให้บทบาทกองทัพกลับมาเป็นประเด็นจริง คำอธิบายในปัจจุบัน จึงถูกนำมาเทียบกับอดีตโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปัญหาของพรรคประชาชนในช่วงนี้ ไม่ใช่เรื่องการถูกใส่ร้าย แต่คือความไม่สอดคล้อง ระหว่างคำอธิบายในปัจจุบันกับร่องรอยทางความคิดที่สะสมมาในอดีต

คำว่า “ทหารอาชีพ” อาจเป็นคำอธิบายในเวทีหาเสียง แต่ภาพจำของพรรคต่อสังคม ถูกหล่อหลอมจากถ้อยคำของแกนนำพรรค ที่ตั้งคำถามต่อบทบาทกองทัพซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอดีต

และในช่วงที่เกิดการสู้รบตามแนวชายแดนจริง การเมืองไม่อาจเลือกหยิบคำอธิบายขึ้นมาเฉพาะในจังหวะที่ต้องแก้แรงกดดัน แล้วทำเหมือนคำถามเดิมเหล่านั้นไม่เคยถูกพูดขึ้นมา.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พลอยทะเล' โต้ครม.เงาส้ม ยันแก้ไขปัญหาภูเก็ตคืบหน้า ไม่มีระบอบสีน้ำเงิน

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงกรณี "ครม.เงา" โดยนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พ

'อนุทิน' สวนเจ็บ 'ไอซ์ รักชนก' จะขึ้นเทศน์ล้างเท้าให้สะอาดก่อน ไม่ต้องมายุ่งเรื่องพรรคคนอื่น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตั้งเป้าผลงานของรัฐบาลภูมิใจไทย ในระยะเวลา 1 ปี ทั้งในส่วนของสส.และกรรมาธิการ มองแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เนื่องจากล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในทำนองเรียกร้องให้สส.ของพรรคภูมิใจไทย ออกมาปกป้องโครงการของพรรคตนเอง ว่า

เดือด! 'อนุทิน'ลั่นไม่เคยคิดเรื่องชั่วๆ ไม่ทำเรื่องสับปะรังเค ให้ดีเอสไอกลั่นแกล้ง 'ภาวุธ-ปชน.'

‘อนุทิน‘ลั่นไม่เคยคิดเรื่องชั่วๆ หลัง ’พรรคประชาชน‘โยงดีเอสไอ กลั่นแกล้งคดี’ภาวุธ‘จวกไม่ทำเรื่องสับปะรังเคดิสเครดิต

'ดีเอสไอ' จ่อยกระดับ Forex เป็นคดีพิเศษแชร์ลูกโซ่ เผย 'ภาวุธ' ยังเงียบ

'ดีเอสไอ' เตรียมขยับลวงลงทุน Forex เป็นคดีพิเศษแชร์ลูกโซ่ขยายผลฟอกเงิน แย้มทั้งภาวุธ-ฟิล์มยังเงียบ ไร้ประสานเข้าพบ ยันทำตามพยานหลักฐาน-ขั้นตอนกม. จ่อออกหมายเรียกพยาน

มีเราไม่มีเทา! ปชน. ยังกระเตง 'ภาวุธ' พร้อมตั้งคำถามถึง DSI

'เท้ง-พิจารณ์' ป้อง 'ภาวุธ' พร้อมแจงดีเอสไอ ลั่นพรรคมีมาตรฐานวินัย ไม่ปกป้องคนผิด ชี้เป็นหน้าที่เจ้าตัวแจงข้อสงสัยสังคม หลังหายตัวเกือบสัปดาห์ โวยโดนดิสเครดิต เห็นใจขรก.ทำสนองฝ่ายการเมือง