คำพูดหาเสียงปี 2566 ของพิธาไม่ได้วิจารณ์ทหารรายบุคคล แต่ตั้งคำถามต่อกองทัพและทหารทั้งระบบ ตั้งแต่ศักยภาพการรบไปจนถึงความจำเป็นของการมีกองทัพ การออกมาแก้ตัวภายหลังด้วยคำอธิบายเรื่อง “ทหารสนามกอล์ฟ” จึงไม่ตอบคำพูดที่ตามมา และกลายเป็นแรงตีกลับที่พรรคส้มต้องรับบนสนามเลือกตั้ง
การหาเสียงเลือกตั้งก่อนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เดินอยู่บนบริบทที่ต่างจากหลายปีที่ผ่านมาอย่างชัด ความมั่นคงกลายเป็นเรื่องที่ประชาชนจับต้องได้ ไม่ใช่หัวข้อถกเถียงเชิงนโยบายในห้องประชุมหรือเวทีเสวนา
เหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นสองรอบ ทำให้ทหารกลับมาอยู่ในภาพจริงของชีวิตประจำวัน ภาพคนยืนหน้าแนว ความเสี่ยง และความสูญเสีย ถูกพูดถึงควบคู่กับคำว่าประเทศ อธิปไตย และความอยู่รอดของรัฐ
เมื่อกระแสรักชาติและการยืนข้างกองทัพกับทหารขยับสูง คำพูดทางการเมืองในอดีตจึงถูกนำมาชั่งน้ำหนักใหม่ทั้งหมด พรรคที่เคยตั้งคำถามกับบทบาทกองทัพและคุณค่าของทหารย่อมหลีกเลี่ยงแรงสะท้อนนี้ไม่ได้ และพรรคที่ถูกจับตาหนักที่สุด คือ พรรคประชาชน หรือพรรคส้ม
ศูนย์กลางของแรงกดดันทั้งหมดพุ่งกลับมาที่ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และปัจจุบันเป็นหนึ่งในผู้นำทางความคิดของพรรคส้ม คำพูดของพิธาไม่ถูกมองเป็นความเห็นส่วนตัว แต่ถูกอ่านว่าเป็นกรอบคิดหลักที่พรรคส้มใช้สื่อสารกับสังคมมาอย่างต่อเนื่อง และถูกใช้กำหนดท่าทีของพรรคต่อกองทัพและทหารมาโดยตลอด
วันที่ 18 มีนาคม 2566 บนเวทีปราศรัย พิธาแสดงชุดความคิดทางการเมืองอย่างเป็นลำดับ มีเหตุผลรองรับ และมีข้อสรุปชัด เริ่มจากคำถามว่า ประเทศไทยผ่านมา 80 ปีแล้ว “ทหารมีไว้ทำไม”
จากนั้นขยายไปถึงคำถามว่าจะไปรบกับใคร ต่อด้วยการประเมินว่า หากมีการรุกราน ก็ไม่เชื่อว่าจะรบชนะ เชื่อมโยงเรื่องอาวุธและบริบทระหว่างประเทศ ก่อนปิดท้ายด้วยข้อเสนอว่า “บางประเทศอาจไม่ต้องมีกองทัพ หากผู้นำฉลาดพอ”
ลำดับคำพูดทั้งหมดชี้เป้าอย่างชัดเจน เป้าไม่ได้อยู่ที่ทหารบางคน ไม่ได้อยู่ที่พฤติกรรมเฉพาะราย แต่พุ่งตรงไปที่การมีอยู่ของกองทัพในฐานะโครงสร้างรัฐ และบทบาทของทหารในฐานะกำลังหลักของความมั่นคงประเทศ
ประโยค “ไม่เชื่อว่าจะรบชนะ” คือการตัดทอนศักยภาพการป้องกันประเทศทั้งระบบ พร้อมกันนั้นก็เป็นการลดค่าความสามารถของทหารในสนามรบโดยตรง ไม่ใช่การถกเถียงเชิงเทคนิคหรือการตั้งคำถามเชิงรายละเอียด ส่วนประโยค “บางประเทศไม่จำเป็นต้องมีกองทัพ” คือการลดสถานะกองทัพและทหาร จากหลักประกันความมั่นคง ให้กลายเป็นองค์ประกอบที่อาจตัดทิ้งได้ หากผู้นำบริหารประเทศเก่งพอ
คำพูดลักษณะนี้จึงไม่ใช่แค่การตั้งคำถามเชิงแนวคิด แต่เป็นการตัดสินกองทัพและทหารทั้งระบบจากกรอบด้านเดียว เป็นการส่งสารว่ากองทัพไม่จำเป็น ทหารไม่ถูกมองเป็นหัวใจของการป้องกันประเทศ และไม่ใช่คำตอบของรัฐในภาพใหญ่
ในทางการเมือง นี่คือการวิจารณ์โครงสร้างอำนาจด้านความมั่นคงโดยตรง ควบคู่กับการลดคุณค่าของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่จริง ไม่เกี่ยวกับคอร์รัปชันเฉพาะกรณี ไม่เกี่ยวกับทหารบางกลุ่ม และไม่เกี่ยวกับภาพสนามกอล์ฟที่ถูกหยิบมาอ้างภายหลังเพื่อเบี่ยงประเด็น
บริบทเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในต้นปี 2569 เหตุปะทะชายแดนทำให้สังคมมองกองทัพและทหารผ่านภารกิจจริง คำถามเรื่องความพร้อม ความสามารถ และการยืนหน้าแนว ถูกหยิบมาพิจารณาควบคู่กับคำพูดในอดีตของผู้นำพรรคส้ม
ในช่วงเดียวกัน การหาเสียงของพรรคส้มเข้มข้นขึ้น ผู้สมัครและแกนนำพรรคถูกตั้งคำถามซ้ำในหลายพื้นที่ คำถามเดิมวนกลับมาไม่จบ ท่าทีของพรรคส้มต่อกองทัพและทหารคืออะไร และคำพูดในอดีตสะท้อนแนวคิดแบบไหน
8 มกราคม 2569 พิธาออกมาอธิบายกับคนไทยในลอสแอนเจลิส โดยระบุว่า ขณะพูดประโยค “ทหารมีไว้ทำไม” ภาพที่คิดคือทหารสนามกอล์ฟ ไม่ใช่ทหารสนามรบ พร้อมกล่าวขอโทษทหารชั้นผู้น้อยที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศ
คำอธิบายนี้เลือกตอบเฉพาะประโยคเปิด แต่ปล่อยให้สาระหลักในประโยคถัดไปหายไปทั้งหมด ทั้งการประเมินว่ากองทัพรบไม่ชนะ และแนวคิดที่ลดความจำเป็นของกองทัพในระดับรัฐ ซึ่งย่อมกระทบโดยตรงต่อเกียรติและบทบาทของทหารที่ทำหน้าที่ในสนามจริง
สองประโยคหลังไม่เกี่ยวกับสนามกอล์ฟ ไม่เกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนบุคคล และไม่เกี่ยวกับการทุจริต แต่เป็นการประเมินคุณค่าและความจำเป็นของกองทัพและทหารทั้งระบบโดยตรง
การแก้ความหมายเฉพาะบางส่วน จึงถูกมองว่าเป็นการประคองสถานการณ์ทางการเมือง มากกว่าการรับผิดชอบต่อแนวคิดเดิมทั้งก้อน และยิ่งทำให้ภาพชัดว่า คำพูดในปี 2566 คือการวิจารณ์โครงสร้างกองทัพและบทบาทของทหารอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ต้น
ปัญหานี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่พิธาคนเดียว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักการเมือง แกนนำ และผู้สมัคร สส. ของพรรคส้มจำนวนไม่น้อย ใช้ถ้อยคำในทำนองเดียวกัน ตั้งคำถามต่อบทบาทกองทัพในภาพรวม และลดคุณค่าทหารกับความมั่นคงของรัฐอย่างต่อเนื่อง
เมื่อคำพูดเหล่านี้ถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกัน ภาพที่ปรากฏจึงเป็นภาพของพรรคทั้งพรรค ไม่ใช่ความผิดพลาดรายบุคคล และไม่สามารถปิดบัญชีได้ด้วยคำขอโทษไม่กี่ประโยค
สนามเลือกตั้งครั้งนี้จึงกลายเป็นพื้นที่ที่พรรคส้มหลีกเลี่ยงคำถามไม่ได้อีก ว่ายังยืนอยู่กับแนวคิดที่ลดคุณค่ากองทัพและทหารต่อไป หรือยอมรับว่าจุดยืนแบบนี้สร้างแรงตีกลับทางการเมืองอย่างรุนแรง
ตราบใดที่พรรคส้มยังไม่ยอมรับว่า คำพูดและแนวคิดที่ลดค่ากองทัพและทหารเป็นความผิดพลาดทางการเมือง คำพูดในอดีตจะยังถูกดึงกลับมาใช้ซ้ำในทุกเวทีหาเสียง และจะยังเป็นราคาที่พรรคส้มต้องจ่ายบนสนามเลือกตั้ง ไม่ว่าบริบทการเมืองจะเปลี่ยนไปเพียงใดก็ตาม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิด 9 รายชื่อ 'ประธาน กมธ.' สัดส่วนพรรคประชาชน
พรรคประชาชน ได้มีการจัดประชุมและลงมติเลือกตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญ (กมธ.) สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรคประชาชนได้โควตาจำนวน 9 กมธ. โดยการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานนั้น จะใช้วิธีการรับสมัครและให้แคนดิเดตแสดงวิสัยทัศน์ แล้วลงมติแบบลับ โดยใช้เวลาประชุมกว่า 6 ชั่วโมง
'ไอติม' เหน็บ 'ศุภจี' ไลฟ์สดขายทุเรียนแล้ว ไปตอบในสภาด้วย
ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินงานของพรรคร่วมฝ่ายค้านในการประชุมสภาฯ สัปดาห์
'อ.อัจฉราวดี' ฟันธง! ผู้สมัครผู้ว่ากทม.ที่จะชนะพรรคส้มได้ต้องมาจากการส่งของ 'หมอวรงค์'
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความถึงการเลือกผู้ว่ากทม.ว่าเพราะผลการเลือกตั้งใหญ่ที่พรรคประชาชนกวาดที่
พรรคประชาชน เล็งส่ง 'ดร.โจ ชัยวัฒน์' ชิง ผู้ว่าฯ กทม.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาชน (ปชน.) ถึงความคืบหน้าการเฟ้นหาตัวผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในนามพรรค ปชน. ขณะนี้ใกล้สะเด็ดน้ำแล้ว และจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเวลา
'ปธ.วิปรัฐบาล' ไร้ปัญหา พรรคส้มตั้ง ครม.เงา ขอให้สร้างสรรค์ประชาชนได้ประโยชน์
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ถึงกรณีพรรคประชาชนเตรียมตั้งครม.เงาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านและเป็นเรื่องที่ดีที่ฝ่ายค้านจะได้มีผู้รับผิดชอบโดยตรงในการติดตามประเด็นต่างๆ ของคณะรัฐมนตรี โดยจะต้องดูว่าเนื้อหาสาระการทำงานของครม.เงาจะเป็นอย่างไร
'ปชน.' เฮ! 'สว.อิสระ' เอาด้วย ล่าชื่อส่งศาลฎีกาสอบ ป.ป.ช. ปมศักดิ์สยาม
'นันทนา' นำ สว.อิสระ ผนึกกำลังล่าชื่อตามมาตรา 236 ร้องศาลไต่สวน ป.ป.ช. ทนไม่ไหวปล่อยผีคดี 'ศักดิ์สยาม' ด้าน 'หมอเปรม' กระทุ้ง 'โสภณ' อย่าให้วงจรอุบาทว์แทรกแซง ขู่ไม่ส่งต่อลุยสอบประธานด้วย

