20 มกราคม 2569 - แก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง เส้นทาง“ร่างรัฐธรรมนูญใหม่”ของพรรคสีส้ม มีเนื้อหาดังนี้
ถาม ถ้าคะแนนประชามติข้างมากในวันที่ ๘ กุมภา เห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ จะต้องทำอะไรกันต่อไปครับ?
ตอบ ประชามติที่ได้คือการใช้ “อำนาจจัดให้มีรัฐธรรมนูญ ”ของประชาชน สิ่งที่ยังขาดคือ การใช้ “อำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญ” ซึ่งเป็นงานของรัฐสภาที่จะต้องสร้างขึ้น โดยแก้รัฐธรรมนูญปัจจุบัน ให้กำเนิดสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาว่า จะเกิดขึ้นและทำงานอย่างไร พอเกิดจริงและทำงานจริงจนได้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว ถึงจะให้ลงประชามติรับรองเป็นรัฐธรรมนูญใหม่ในที่สุด
ถาม ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า บทบัญญัติว่าด้วยสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ต้องอยู่ในรัฐธรรมนูญและเกิดขึ้นตามกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือทำโดยรัฐสภาและมีประชามติรับรองเหมือนกันใช่ไหมครับ
ตอบ ครับ...และที่ถูกต้องนั้นก็ควรจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ให้เสร็จก่อน แล้วให้ประชาชนลงประชามติพร้อมกันไปในวันที่ ๘ กุมภาด้วยว่า จะให้มีรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่และมีด้วยกระบวนการสภาร่างรัฐธรรมนูญตามร่างกฎหมายนี้หรือเปล่า
ถาม แล้วทำไมรัฐสภาถึงไม่ทำกฎหมายนี้ให้เสร็จ แล้วค่อยยุบสภาครับ
ตอบ เขาทำกันถึงวาระ ๒ แล้ว ก็เกิดขัดกันหนัก จน MOA ระหว่างส้มกับน้ำเงินเดินต่อไปไม่ได้ ทำให้นายกฯอนุทินยุบสภาในที่สุด พอจบลงอย่างนี้ก็เลยทำให้ประชามติวันที่ ๘ มีแค่คำถามเดียวเท่านั้นว่าควรจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่
คำถามเดียวอย่างนี้นี่เองที่ทำให้ ประชามติครั้งนี้มันเลื่อนลอยเหมือนตีเช็คเปล่าให้ใครก็ไม่รู้ ทำให้ถกเถียงกันยุ่งเหยิงซับซ้อนขึ้นทุกวัน จนผมเชื่อในวันนี้แล้วว่ากระบวนการนี้น่าจะตกไปในที่สุด
ถาม ตกลงรัฐธรรมนูญฉบับนี้แตะต้องไม่ได้เลยหรือครับ
ตอบ มันมีสองเส้นทางครับ ถ้าใช้ประชามติให้จัดทำใหม่แบบที่ส้มผลักดัน ทางสายนี้คือรื้อใหม่ร่างใหม่ได้ทั้งฉบับ บนเส้นทางนี้จะเกิดข้อเสนอในสภาร่างรัฐธรรมนูญให้เปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้หลายประการ เช่น
- ลดสถานะภาพกษัตริย์ ให้ถูกฟ้องร้องได้ แม้ใครพูดจาจาบจ้วงแต่ถ่าสามารถยกประโยชน์สาธารณะกับความสุจริตของตนมาอธิบายได้ ก็ยกเว้นโทษให้ได้
- เพิ่มการกระจายอำนาจให้สูงขึ้นถึงขนาดกระจายอำนาจรัฐ มีเลือกตั้งผู้ว่าและสภาในสี่จังหวัด พร้อมอำนาจเก็บภาษีปกครองตนเองด้วย
- ลดอำนาจเกณฑ์ทหารของรัฐ ให้ทำได้ในภาวะสงครามเท่านั้น
ถาม ผมว่าร่างรัฐธรรมนูญสีส้มอย่างนี้ ไม่มีทางทำได้สำเร็จหรอกครับ
ตอบ ชีวิตปฏิวัติคือการต่อสู้...นักปฏิวัติคือนักเดินทางไกล ต้องเดินไปข้างหน้า เผชิญหน้า ต่อสู้กร่อนเซาะอำนาจอธรรมไปตลอดทางในทุกสมรภูมิ วันนี้สมรภูมิ ๑๑๒ ผ่านไปแล้ว สมรภูมิร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้กร่อนเซาะใหม่กำลังจะมาถึง
เมื่อผ่านไปหลายศึกหลายสมรภูมิ เราก็จะชนะสงครามได้ในที่สุด
ถาม ยุทธศาสตร์ปฏิวัติอย่างนี้หรือครับ คือคำอธิบายว่า ทำไมพรรคส้มถึงไม่ยอมจัดตั้งรัฐบาล
ตอบ คุณว่า เค้าไม่ยอมจัดตั้งรัฐบาลที่ตรงไหน
ถาม ในครั้งแรกสมัยเป็นพรรคก้าวไกล เค้าก็ไม่ยอมแขวนนโยบายแก้ ๑๑๒ จนตกเป็นหมาหัวเน่าไม่มีพรรคอื่นยอมให้พิธาเป็นนายกฯ ครั้งที่สอง ก็คราวล่าสุดที่พรรคประชาชนเค้ายอมยกเสียง สส.ให้ นายกฯอนุทินเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แลกกับ MOAที่ นายกฯอนุทินต้องให้คำมั่นไว้ว่าต้องยุบสภาในสี่เดือน พร้อมจัดให้มีประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ด้วย
การละทิ้งไม่ยอมเป็นรัฐบาลทั้งสองครั้งนี่แหละครับที่ผมไม่เข้าใจมาตลอดว่า แม้จะชนะเลือกตั้งเท่าใด แล้วทำไมเค้าไม่ยอมเป็นรัฐบาลเสียที
ตอบ กลุ่มโปลิตบูโรสีส้ม คือนักปฏิวัติประชาชนบนเส้นทางรัฐสภา พวกเค้าไม่ใช่นักบริหารสร้างบ้านสร้างเมืองแบบ เติ้งเสี่ยวผิงของจีน แต่เป็นแก๊งค์สี่คนที่อาศัยช่องว่างทางการเมืองเนื่องจากการจากไปของเหมาเจ๋อตุง ชูธงปฏิวัติวัฒนธรรมอาละวาดรื้อซากเดนแห่งความล้าหลัง จนจีนเกือบชิบหายทั้งประเทศมาแล้ว
ถาม อาจารย์ดูอย่างไรว่าเค้าใช้เส้นทางรัฐสภาเพื่อการปฏิวัติประชาชนครับ
ตอบ ผมมองเห็นว่าทุกความเคลื่อนไหวสำคัญทางนิติบัญญัติของสีส้ม จะมีเจตจำนงค์เปลี่ยนแปลงการปกครอง พร้อมความเคลื่อนไหวกร่อนเซาะ ผนวกอยู่ด้วยเสมอ อย่างคราวแก้ไขมาตรา ๑๑๒ นั้น ตัวจริงของร่างกฎหมายฉบับนั้นก็คือ การเลิกไม่ถือเอาการหมิ่นกษัตริย์ เป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ เปลี่ยนแปลงให้มาคุ้มครองเป็นความผิดต่อส่วนตัว เช่นความผิดหมิ่นประมาททั่วไปนั่นเอง
ถาม พอมาปีนี้ ประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ก็คือ การปฏิวัติใหม่รื้อรัฐธรรมนูญได้ทุกเรื่องใช่ไหมครับ ผมเห็นหมออ๋อง เขาบอกว่าผลประชามติครั้งนี้ จะเกิดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญไม่ต่างจาก ขบถ คสช.แต่อย่างใด
ข้างหัวหน้าเท้งก็เชื่ออย่างนั้น จึงไม่เห็นด้วยที่จะกำหนดกรอบ ห้ามแตะ หมวด ๑ หมวด ๒ ไว้เลย เพราะขึ้นชื่อเป็นประชามติของประชาชนแล้ว ประชาชนย่อมทำได้ทุกอย่าง
ตอบ อันที่จริงหนทางที่สอง ที่จะรื้อรัฐธรรมนูญโดยไม่แตะหมวด ๑ หมวด ๒ ก็มีอยู่นะครับ นั่นคือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยเว้นไว้ไม่แตะ หมวด ๑ หมวด ๒ เริ่มจากเลือกเฉพาะเรื่องที่รัฐสภาตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นศึกษาจนเห็นพ้องกันได้จริงๆว่าต้องแก้ไขก่อน จากนั้นก็ลงมือร่างขึ้นมาเป็นรายมาตรา ในแต่ละเรื่องไปจนสำเร็จ ซึ่งก็แน่ชัดว่าต้องคลุมถึงหลายเรื่องสำคัญที่รัฐธรรมนูญ มาตรา๒๕๘ กำหนดไว้ให้ทำประชามติด้วย ถึงตรงนั้นก็ค่อยเสนอร่างแก้ไขทั้งหมดให้ประชาชนประชามติครั้งเดียวจบ แล้วนำขึ้นกราบบังคมทูลได้
ถาม สรุปแล้วอาจารย์เสนอว่าควรเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญโดยใช้อำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญ แทนที่จะใช้อำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ตามการผลักดันของพรรคส้มใช่มั้ยครับ
ตอบ ครับมันจะชัดเจนให้ประชาชนตัดสินได้อย่างมีความหมาย จะแก้ไขตรงไหนก็ให้รัฐสภาเถียงกัน ร่างกันออกมาให้ชัด แล้วให้ชาวบ้านลงประชามติครั้งเดียวเลย
ถาม ถ้ายังเดินหน้าด้วยการรื้อร่างใหม่ทั้งฉบับ ตามที่พรรคส้มเสนอ จะเกิดอะไรขึ้น
ตอบ ถ้าหลงเดินไปตามเส้นทางนี้เมื่อใด เราจะจบด้วยอนาธิปไตย ไม่ใช่ประชาธิปไตยแน่นอน ความข้อนี้แม้แต่ ดร.ปรีดี พนมยงค์ มันสมองคณะราษฎร์ ในปี ๒๔๗๕ ที่พรรคส้มถือวิสาสะเอามาเชิดชูกันนักหนานั้น อาจารย์ท่านก็พูดไว้ชัดเจนแล้วเหมือนกันว่า “ชาติ” ยังต้องมีอยู่ และ “อนาธิปไตย” คืออันตรายของชาติ
ดังนั้นถ้าไม่อยากให้บ้านเมืองป่วนจนสิ้นชาติแบบยูเครน ก็ต้องโหวต “ไม่เห็นชอบ” ให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ สถานเดียวครับ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กรวีร์' กระตุกปม 'สสร.' หวั่นซ้ำรอยประชามติ
“กรวีร์” มองปม สสร.ไม่อยากเห็นการเดินหน้าแก้รธน.แล้วโดนแพ้ฟาล์ว ชี้ความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยหวั่นซ้ำรอยประชามติ
'ประเสริฐ' เผยเพื่อไทยเดินหน้าร่าง รธน.ใหม่ ปรับแก้ที่มา ส.ส.ร. ให้ยึดโยงประชาชนมากที่สุด
ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม สส.ประจำสัปดาห์ โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.พรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุมร่วม คาดว่ามีการหารือในส่วนของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคเพื่อไทยที่มีการปรับแก้เนื้อหาในส่วนของที่มา ส.ส.ร.
'สุริยะใส' ชี้เมื่อทุกฝ่ายอยากชนะ 'รัฐธรรมนูญ' กลายเป็นสนามรบ ไม่ใช่กติกากลาง
สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของปัญหาการเมืองไทยที่ลึกกว่ารัฐธรรมนูญ เพราะแม้ยังไม่ได้เริ่มร่างฉบับใหม่อย่างจริงจัง แต่แต่ละฝ่ายก็เริ่มขีดเส้นเงื่อนไขและข้อจำกัดของตนเองแล้ว
'ดร.ณัฏฐ์' ชี้กับดักแก้ รธน. ต้องผ่านด่าน สว. 67 เสียง
นักกฎหมายมหาชนชื่อดังวิเคราะห์ แม้ประชามติรอบแรกมีผู้เห็นชอบกว่า 21.2 ล้านเสียง แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่ยังติด “กฎเหล็ก 2 ชั้น” ตามมาตรา 256 ต้องได้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 67 คนทั้งวาระ 1 และวาระ 3 มองโอกาสผ่านร่างแทบเป็นศูนย์หากรวบรวมเสียงวุฒิสภาไม่ได้
ประธานรัฐสภา ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล-วางพวงมาลา เนื่องในวันที่ระลึก 'รัชกาลที่ 7'
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.หม่อมราชวงศ์ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ ประธานกรรมการมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง
ประธานสภาฯ จ่อบรรจุแก้รธน. 7-8 ก.ค. ยัน 'ระบอบสีน้ำเงิน' แค่ความเห็น ไม่เป็นอุปสรรค
ประธานสภาฯ เผยเตรียมบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่วาระประชุมร่วมรัฐสภา 7-8 ก.ค.นี้ ระบุหากกรรมาธิ

