แรงงานต่างด้าว สิทธิเป็นบอร์ดประกันสังคม ความจริงสองหน้าของพรรคส้ม

ประกันสังคมมีปัญหาจริง ไม่ใช่เรื่องกล่าวหา และไม่ใช่เรื่องที่ต้องถกเถียงให้เสียเวลา ทั้งการบริหารที่ไม่โปร่งใส การลงทุนที่ผู้ประกันตนไม่เคยรับรู้รายละเอียด และโครงสร้างที่ผูกติดกับระบบราชการจนตรวจสอบได้ยาก ปัญหาเหล่านี้สะสมอยู่กับผู้ประกันตนคนไทยมานาน

พรรคส้มเลือกหยิบปัญหานี้มาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง โดยดันภาพ “การปฏิรูปประกันสังคม” ขึ้นมาเป็นธงหลัก เสนอแนวคิดดึงประกันสังคมออกจากระบบราชการ และอ้างถึงการแก้คอร์รัปชันที่ฝังรากอยู่ในโครงสร้างเดิม

“ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ถูกวางตัวเป็นหน้าเป็นตาของประเด็นนี้อย่างชัดเจน การตรวจสอบ การพูดถึงบอร์ด การตั้งคำถามกับการลงทุน ถูกใช้เป็นชุดข้อความเดียวกันเพื่อเรียกความสนใจจากผู้ประกันตน ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 20 ล้านคน และเป็นกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีน้ำหนักทางการเมืองสูงมาก

แนวคิดเหล่านี้ฟังดูสวย และดูเหมือนยืนอยู่ข้างคนทำงาน แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีหลักประกันชัดเจนว่าใครจะเข้ามาบริหาร ใครรับผิดชอบหากเกิดความเสียหาย และกลไกถ่วงดุลจะอยู่ตรงไหน คำว่า “มืออาชีพ” ถูกใช้ซ้ำ แต่ไม่เคยอธิบายให้ชัดว่ามืออาชีพคือใครและมาจากไหน

ในช่วงแรก ประเด็นนี้ช่วยให้พรรคส้มได้พื้นที่ เพราะประกันสังคมมีปัญหาจริง และคนไทยจำนวนมากอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ความได้เปรียบนี้อยู่ได้ไม่นาน เมื่อสังคมเริ่มเห็นอีกด้านหนึ่งของเรื่องที่พรรคส้มพยายามไม่พูดให้ชัด

กระแสเริ่มตีกลับทันที เมื่อมีการนำเอกสาร “นโยบายข้อ 14” ของทีมบอร์ดประกันสังคมก้าวหน้าออกมาเปิดเผย ทีมนี้ไม่ใช่คนนอกวง แต่เป็นกลุ่มเดียวกันกับพรรคส้ม และใช้เวทีประกันสังคมเป็นพื้นที่ทางการเมืองมาก่อนหน้าแล้ว

ในนโยบายข้อ 14 ระบุไว้ชัดเจนถึงการ “ปรับเงื่อนไขให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิเลือกตั้ง และสมัครเป็นบอร์ดประกันสังคม” ข้อความนี้ไม่ใช่การตีความ และไม่ใช่คำหลุดปาก แต่เป็นข้อความที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร และใช้หาเสียงอย่างเป็นทางการ

ตรงนี้เองที่ประเด็นเปลี่ยนจากการปฏิรูปโครงสร้าง ไปสู่เรื่องอำนาจบริหารกองทุน บอร์ดประกันสังคมไม่ใช่เวทีรับฟังความเห็น แต่เป็นผู้กำหนดนโยบายเงินกองทุนที่ผู้ประกันตนคนไทยจ่ายเข้าระบบตลอดชีวิตการทำงาน

ต้องอธิบายให้ชัดก่อนว่า การคัดค้านแนวคิดแรงงานต่างด้าวเป็นบอร์ดประกันสังคม ไม่ใช่การละเมิดสิทธิมนุษยชน แรงงานต่างด้าวที่อยู่ในระบบได้รับสิทธิรักษาพยาบาลและสวัสดิการตามกฎหมายอยู่แล้ว และไม่มีใครเสนอให้ตัดสิทธิเหล่านั้นออก

แต่สิ่งที่ถูกวิจารณ์ คือการขยายอำนาจจาก “ผู้รับสิทธิ” ไปสู่ “ผู้บริหาร” เพราะบอร์ดประกันสังคมเป็นผู้กำหนดทิศทางเงินกองทุน การลงทุน และนโยบายระยะยาว เมื่อขยับไปถึงตรงนี้ ผลกระทบไม่ใช่เชิงสวัสดิการ แต่เป็นอำนาจรัฐทางอ้อม

ผลเสียประการแรกคือความชอบธรรม เงินกองทุนประกันสังคมเกิดจากการสมทบของแรงงานไทยเป็นฐานหลัก การให้อำนาจบริหารแก่ผู้ที่ไม่ได้มีสถานะผูกพันกับรัฐไทยในระยะยาว ย่อมกระทบความรู้สึกของผู้จ่ายเงินโดยตรง และบ่อนทำลายความไว้วางใจในระบบ

ผลเสียประการถัดมาคือแรงจูงใจทางนโยบาย เมื่อเปิดสิทธิเลือกตั้งและสมัครเป็นบอร์ด ย่อมนำไปสู่การเมืองแบบกลุ่มผลประโยชน์ แรงงานต่างด้าวนับล้านคนย่อมสนับสนุนผู้ที่เสนอผลประโยชน์ให้ตนเองเป็นหลัก ซึ่งเป็นกลไกการเมืองที่เกิดขึ้นจริงในทุกระบบเลือกตั้ง

เมื่อทิศทางนโยบายถูกกำหนดโดยฐานเสียงเฉพาะกลุ่ม นโยบายย่อมเอนเอียงจากประโยชน์ของผู้ประกันตนคนไทยส่วนใหญ่ไปสู่กลุ่มที่มีอำนาจต่อรองในช่วงเวลานั้น นี่ไม่ใช่การเดา แต่เป็นตรรกะทางการเมืองที่เห็นได้ชัด

อีกผลกระทบที่ถูกหลีกเลี่ยงไม่พูดถึง คือความรับผิด หากการบริหารผิดพลาด ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะผู้กำหนดนโยบายกองทุนระดับประเทศ เมื่อผู้ตัดสินใจไม่มีความผูกพันกับประเทศในระยะยาว ความรับผิดชอบย่อมเลือนรางลงตามธรรมชาติของอำนาจ

ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้สังคมไทยรับไม่ได้กับการขยายสิทธิแรงงานต่างด้าวไปถึงระดับบอร์ด นี่ไม่ใช่เรื่องอคติ แต่เป็นเรื่องอำนาจบริหารที่ต้องยึดโยงกับความรับผิดและฐานผู้จ่ายเงินอย่างชัดเจน

เมื่อกระแสนี้ปะทุขึ้น พรรคส้มจึงเริ่มเปลี่ยนโทนการสื่อสารจากการเดินหน้าเต็มตัว มาเป็นการปฏิเสธเชิงถ้อยคำ เพื่อสกัดแรงต้านจากผู้ประกันตนคนไทย

ในจังหวะนี้เอง ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ออกมาโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ระบุว่า “ไม่มีนโยบาย ‘ให้แรงงานข้ามชาติเป็นบอร์ดประกันสังคมได้’ หยุดบิดเบือน ฝากแค๊ปแล้วส่งต่อไปในไลน์กลุ่มด้วยค้า”

ถ้อยคำนี้พูดถูกเพียงครึ่งเดียว พรรคส้มไม่มีนโยบายดังกล่าวอยู่ในเอกสารนโยบายพรรคจริง แต่ในอีกครึ่งหนึ่ง พรรคเดียวกันกลับสนับสนุนทีมบอร์ดประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งมีนโยบายข้อ 14 เขียนไว้ชัดเจน และใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมาก่อนหน้า

การปฏิเสธแบบตัดเฉพาะคำว่า “นโยบายพรรค” จึงเป็นการเลี่ยงประเด็น ไม่ใช่การตอบข้อเท็จจริง เพราะสังคมไม่ได้ดูแค่ป้ายหน้าพรรค แต่ดูทั้งเครือข่าย แนวคิด และทิศทางเดียวกันของกลุ่มการเมือง

น้ำหนักของเรื่องยิ่งหนักขึ้น เมื่อคำพูดของแกนนำพรรคเองสวนทางกับคำปฏิเสธนี้ เซีย จำปาทอง อดีต สส.ปีกแรงงาน และผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่ 4 ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวแห่งหนึ่งว่า

“แรงงานต่างด้าวควรได้สิทธิ์เท่าแรงงานไทยทุกอย่าง และในส่วนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แรงงานต่างด้าวต้องสิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรค”

คำพูดนี้ไม่เหลือพื้นที่ให้แก้ตัว ไม่ใช่การตีความของฝ่ายตรงข้าม แต่เป็นการยืนยันจากผู้สมัครระดับแกนนำ ว่าการขยายสิทธิแรงงานต่างด้าวไปถึงระดับบอร์ด คือแนวคิดที่พรรคยืนอยู่จริง

เมื่อนำคำโพสต์ของไอซ์ รักชนก มาวางคู่กับนโยบายข้อ 14 และคำสัมภาษณ์ของเซีย จำปาทอง ภาพที่ออกมาชัดเจนทันที ต่อหน้าสังคม พรรคส้มปฏิเสธ แต่ในสนามการเมืองอีกด้านหนึ่ง แนวคิดเดียวกันกลับถูกผลักอย่างเป็นระบบ

นี่คือความจริงสองหน้าที่ทำให้กระแสประกันสังคมของพรรคส้มพลิกจากบวกเป็นลบอย่างรวดเร็ว เพราะผู้ประกันตนคนไทยไม่ได้ต่อต้านการแก้ปัญหา แต่ไม่ยอมรับการสื่อสารที่ไม่ตรงไปตรงมา และไม่ยอมฝากอำนาจบริหารกองทุนของตนไว้กับแนวคิดที่สวนทางความรู้สึกส่วนใหญ่

เมื่อการเมืองเข้าใกล้วันเลือกตั้ง พรรคที่ขอคะแนนเสียงจากคนไทยหลายสิบล้านคน แต่หลบเลี่ยงการพูดความจริงอีกด้าน ย่อมต้องเจอแรงตีกลับจากสังคม และกรณีแรงงานต่างด้าวกับสิทธิเป็นบอร์ดประกันสังคม ก็คือบทสรุปของความจริงสองหน้าของพรรคส้มที่ปรากฏชัดตลอดการหาเสียงครั้งนี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการฟันธงคนกรุงได้เห็น 'ชัชชาติ' เป็นผู้ว่าฯ ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีอีก 4 ปีแน่

นักวิชาการเชื่อ 'ชัชชาติ' ไร้คู่แข่งนำม้วนเดียวจบ แต่จะได้คะแนนน้อยกว่าปี 65 ฟันเปรี้ยง 'ดร.โจ้-พรรคส้ม' เปิดตัวมาสองวัน กระแสไม่ปัง ส่วน ปชป.เชื่อไล่กวดไม่ทัน หลังเห็นชัดไม่พร้อม แต่จะได้ สก.มากขึ้น

ชิงบทนำฝ่ายค้าน! 'พรรคส้ม' ส่อไม่จับมือ ปชป. ยื่นศาล รธน. ตีความ พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เล็งใช้เวทีสภาอภิปรายรัฐบาล

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นให้ ป.ป.ช.ทบทวนมติยกคำร้องกรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคมใช้นอมินี ถือหุ้นแทน ว่า จริงๆ เราก็มีการหารือกันข้างหลังผ่านกลไกวิปฝ่ายค้านมาโดยตลอดอยู่แล้ว

ไม่เกินคาด! ปชน.รุมอัดเงินกู้ 4 แสนล้านเหวี่ยงแห-แจกสร้างความนิยมทางการเมือง

'ศิริกัญญา' มอง รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. 4 แสนล้าน ไม่ได้ช่วยเหลือกลุ่มตกหล่น แต่กลับเทหมดหน้าตักโปะคนละครึ่ง แย้ม จ่อถกในพรรค-ฝ่ายค้าน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ด้าน 'วีระยุทธ' แนะ ใช้เงินอย่างระมัดระวัง

สภาเดือด! ประธานสภาซัด สส.ส้มพูดเอาแต่ได้

สภาเดือด สส.ปชน.ประท้วงไม่ให้หารือ 'โสภณ' สวน 'พูดเอาแต่ได้' ยันทำตามระเบียบ เผยเสนอชื่อ 'ณัฐพงษ์' เป็นผู้นำฝ่ายค้านแล้วไม่ล่าช้า แต่ต้องรอตามขั้นตอน