นายกฯสดุดีดวงวิญญญาณ 42 ทหารกล้า บรรจุอัฐิที่ห้องจารึกชื่อภายในอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เนื่องในวันทหารผ่านศึก

3 ก.พ.2569- เช้าวันนี้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานเนื่องใน ”วันทหารผ่านศึก“ ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี ทุกวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เนื่องจากเป็นวันครบรอบวันสถาปนา “องค์การทหารผ่านศึก” เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2491 เพื่อรำลึกถึงความเสียสละ และการเชิดชูเกียรติในความกล้าหาญของวีรบุรุษทหารไทย ที่เสียชีวิตในสมรภูมิรบต่าง ๆ เพื่อรักษาสันติภาพของโลก และปกป้องธิปไตยของชาติไทย

โดยงานในปีนี้มีความแตกต่างจากปีอื่น ภายหลังปีที่ผ่านมาประเทศไทย เกิดการปะทะตามแนวชายแดนกับประเทศกับกัมพูชา ถึง 2 ครั้ง ส่งผลให้ทหารกล้าต้องเสียสละชีวิต เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ไปถึง 46 นาย คือ เสียชีวิตจากการสู้รบจำนวน 42 นาย เสียชีวิตระหว่างปฎิบัติหน้าที่ จำนวน 4 นาย (เสียชีวิตทางอ้อม) รวมเป็น 46 นาย ซึ่งจะมีพิธีบรรจุอัฐิทหารที่เสียชีวิตจากการสู้รบพิทักษ์ชายแดนไทย – กัมพูชา จำนวน 42 นาย ที่โถงบรรจุอัฐิ ภายในอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

บรรยากาศภายในงานช่วงเช้า องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ได้มอบเงินบำรุงขวัญ แก่ครอบครัวทหารที่เสียชีวิต 42 นาย ที่ห้องเกียรติศักดิ์ อาคาร 1 องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

จากนั้นในเวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีบรรจุอัฐิทหารที่เสียชีวิต จำนวน 42 นาย พร้อมด้วยพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม, คณะผู้บริหารระดับสูงขององค์การทหารผ่านศึก และครอบครัวของกำลังพลผู้เสียสละเข้าร่วมพิธี ซึ่งการบรรจุอัฐิ จะเรียงตามตัวอักษรพยัญชนะไทย จำนวน 41 นาย ส่วนอีก 1 นาย ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม ไม่ได้มีการบรรจุอัฐิ แต่มีการติดชื่อร่วมกับทหารนายอื่นด้วย

โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวสดุดีระหว่างพิธีบรรจุอัฐิทหารทั้ง 42 นายว่า ความเสียสละของทหารผ่านศึกที่ได้สละชีพเพื่อชาติ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก่อให้เกิดความสงบสุขร่มเย็นแก่บ้านเมือง ทำให้สามารถธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้าพเจ้าขอน้อมสดุดีแด่ดวงวิญญาณของทหารผ่านศึก ผู้สละชีพเพื่อชาติทั้ง 42 นาย ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว และความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของท่าน จะเป็นเครื่องเตือนใจ และจารึกอยู่ในหัวใจของปวงชนชาวไทยตลอดไป ขอให้ทุกท่านจงสถิตสถาน ณ พิมานอันสงบสุขตราบชั่วกาลนิรันดร์ จากนั้นพลแตรเป่าแตรนอน เป่าแตรเคารพ

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้เข้าไปทักทายญาติทหารผู้เสียชีที่เสียชีวิต และทหารผ่านศึก ซึ่งระหว่างการทักทายมีประชาชน ได้ฝากนายกฯ ว่า “ไม่ให้เปิดด่าน ขอให้คิดถึงทหารที่เสียชีวิตทั้ง 42 นาย“ โดยนายกรัฐมนตรีได้สอบถามว่า เป็นญาติหรือไม่ แต่ประชาชนคนดังกล่าวบอกว่า เป็นประชาชน

นอกจากนี้ยังมีทหารผ่านศึกบางคน ได้ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ทำหน้าที่ในการดูแลชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างเต็มที่ พร้อมเป็นกำลังใจให้ และอวยพรให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย รวมไปถึงขอให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และยังมีทหารผ่านศึกบางคน ขอให้นายกฯ สั่งลุยเลย

อย่างไรก็ตามช่วงหนึ่งนายกรัฐมนตรีได้พบกับ “น้องมีสุข“ ลูกสาวคนโตของ “จ่าเพียว” พลตรี ศตวรรษ สุจริต วีรบุรุษทหารกล้า โดนนายกรัฐมนตรีได้บอกว่า “คิดถึงตลอด เดี๋ยวลุงจะไปหาที่จังหวัดร้อยเอ็ด” จากนั้น “น้องมีสุข” ได้เดินไปส่งนายกฯ ขึ้นรถกลับ ซึ่งนายกฯ ได้สวมกอด พร้อมบอกว่า “ เดี๋ยวจะไปหาที่ร้อยเอ็ด จำได้หรือไม่“ และสอบถามว่า ”น้องมีตังค์“ ไปไหน ก่อนขึ้นรถกลับ เพื่อไปประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ภายในอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีการบรรจุอัฐิทหารผู้เสียชีวิตจากการสู้รบเพื่อชาติจำนวนทั้งหมด 801 นาย ซึ่งรวมทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่เสียชีวิตตั้งแต่สงครามฝรั่งเศส–ไทย (สงครามอินโดจีน) ไปจนถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเกาหลี พร้อมทั้งจารึกรายชื่อไว้ที่อนุสาวรีย์ด้วย

นอกจากนี้วันนี้ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้ชื่องาน “3 กุมภาพันธ์ ทหารผ่านศึกน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงมีต่อองค์การฯ ทหารผ่านศึก และครอบครัวทหารผ่านศึก

และช่วงเวลาประมาณ 10.30 น.วันนี้ จะมีพิธีเดินขบวนพาเหรดของการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก 7 กรณีสงคราม ออกเดินขบวนพาเหรดจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เดินมุ่งไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ระยะทางประมาณ 750 เมตร บนถนนราชวิถี เพื่อวางพวงมาลา และการจัดพิธีเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก ตั้งแต่เวลา 10.30 น. – 15.30 น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดสุนทรพจน์ นายกฯไทย แสดงวิสัยทัศน์ ณ สำนักเลขาธิการอาเซียน ครั้งแรกในรอบ 17 ปี

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงแสดงวิสัยทัศน์ของไทยต่ออนาคตอาเซียน ซึ่งมีคณะผู้แทนถาวรประจำสำนักงานเลขาธิการอาเซียน และนักการทูตที่สนใจเข้าร่วม กว่า 100 ประเทศ

นายกฯ หารือเลขาธิการอาเซียน เสียใจกัมพูชาเลือกกระบวนการประนอมภาคบังคับ

นายกฯ หารือเลขาธิการอาเซียน ย้ำบทบาทไทยในฐานะสมาชิก พร้อมแจงสถานการณ์ชายแดน เสียใจกัมพูชาเลือกประนอมภาคบังคับ

นายกฯ เปิดเวทีธุรกิจไทย–อินโดนีเซีย ดัน 4 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ เชื่อมตลาดกว่า 350 ล้านคน

ที่โรงแรม Fairmont Jakarta กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหา

'อนุทิน 'เปิดทำเนียบต้อนรับประธานาธิบดีเมียนมา เยือนไทยอย่างเป็นทางการ 6–7 ส.ค.

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมห

ปัจจัย ‘ภายใน-ภายนอก’ เร้ากระแสข่าวปรับครม.

กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาเป็นระยะ ทั้งที่ รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เพิ่งจะทำงานมาได้ 4 เดือนเท่านั้น ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวถือว่าน้อยมาก หากเทียบรัฐบาลในอดีต ที่อย่างเร็วที่สุดจะปรับกันทุก 6 เดือน หรือครึ่งปี