‘แก้วสรร’ แพร่บทความด่วน! วิพากษ์ยับ ‘การเมืองแห่งความเกลียดชัง’

5 กุมภาพันธ์ 2569 - อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง “การเมืองแห่งความเกลียดชัง” มีเนื้อหาดังนี้

ถาม เลือกตั้งคราวนี้ อาจารย์ว่าสโลแกน “ มีเรา..ไม่มีเทา”      จะช่วยพรรคส้มได้เหมือน “ มีเรา..ไม่มีลุง” ไหมครับ

ตอบ ไม่เหมือนกันเลยครับ  สมัยปิดสวิทช์ ๓ ป.นั้น มันเป็นกระแสเกลียดชัง เบื่อหน่าย ที่ แรงพอจะดึงคนให้มาเกาะกันเป็นพวกเป็นหมู่ได้  ยิ่งลากลามปามไปถึงสถาบันด้วยก็ยิ่งได้ภาพเป็นพญามารให้จงเกลียดจงชังร่วมกันได้เข้มข้นจริงๆ  ส่วน “พรรคเทา”ในวันนี้มันแรงไม่พอที่จะเพาะความเกลียดชังเช่นนั้นได้

ถาม การชู “มืออาชีพ” หรือโหมโจมตีประกันสังคม  ก็น่าจะช่วยเสริมกระแสส้มได้บ้างนะครับ

ตอบ นั่นเป็นการหาเสียงปกติทั่วไป    มันตอบสนองจิตวิทยาการเมืองของคนรุ่นใหม่ไม่ได้เท่าใด   โปลิตบูโรต้องพยายามตอกย้ำให้สาวกแปลกแยกจากสังคมมากกว่านี้

ถาม การส่งแต่คนรุ่นใหม่ลง สส.มันยังไม่พอหรือครับ

ตอบ ต้องบุลลี่ให้หนัก เช่นที่ใส่ความว่า พวกไม่เอาส้ม มีแต่คนแก่ โง่ จน นั้น  สะใจกันมาก ยังผลช่วยให้คนหนุ่มสาวกอดกันแน่นขึ้นอีกไม่น้อย

ถาม เขาไม่กลัวเสียคะแนน แฟนแก่ๆ บ้างเลยหรือ

ตอบ ตัวจริงพรรคส้มเป็นการเมืองแห่งความเกลียดชัง   เป็นปฏิปักษ์กับครรลองของชีวิตปกติ   เพลงชาติก็ไม่ร้อง แค่ยืนตรงก็ไม่ยอม ครั้นมีโอกาสเป็นรัฐบาลถึงสองปี ก็ไม่ยอม ดันให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ท่าเดียวเท่านั้น เพื่อจะได้เคลื่อนไหวใหญ่กันอีก

ถาม อยู่นิ่งๆทำงานให้ดีๆ  จะแก้รัฐธรรมนูญเรื่องอะไรก็เสนอมาให้เป็นเรื่องเป็นราว  แก้ไขเป็นรายมาตราไป ไม่ได้หรือ ผมไม่เข้าใจจนบัดนี้ว่าทำไปทำไม

ตอบ ชีวิตปฏิวัติมันต้องหล่อเลี้ยงด้วยความเคลื่อนไหวต่อสู้  ให้รู้สึกว่ากำลังจะเปลี่ยนฟ้าเปลี่ยนแผ่นดิน โอกาสเคลื่อนไหวใหญ่ ในวาระร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ  ทั้งการรณรงค์เลือกสภาที่ปรึกษาสภาร่างรัฐธรรมนูญทั่วประเทศ  ทั้งการเปิดเวทีระดมความคิดเห็น ทั้งการชุมนุมผลักดัน  เหล่านี้เป็นโอกาสยิ่งใหญ่ ที่เปิดให้เขาทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย  ไม่ต้องถูกนำไปกล่าวหาว่ากร่อนเซาะ ให้ศาลยุบพรรคได้อีก  

ถาม ถ้าเขาเสนอแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องๆ  มันจะไม่มีโอกาสเคลื่อนไหวอย่างนี้ให้เขาเลยสินะครับ

ตอบ ไม่มีครับ  แล้วยังถูกล็อคไว้ว่า ห้ามแตะหมวด ๑ หมวด ๒ อีกด้วย    ในความเข้าใจของผมแล้ว กลุ่มแกนนำส้มคือคนที่อยู่ด้วยชีวิตปฏิวัติเท่านั้น   คุณอย่าไปหลงมองเขาด้วยเหตุผลของคนปรกติอยู่อีกเลย

ถาม ด้อมส้มก็เป็นนักปฎิวัติเหมือนกันหรือครับ

ตอบ เอาเข้าจริงผมว่าพวกสาวกนี้ก็ไม่ใช่นักปฏิวัติอะไรนักหนา เขาพากันออกมาหย่อนบัตร ทำหน้าตาฉลาด   แล้วยืดกลับบ้านด้วยความรู้สึกสะใจจากชัยชนะในหีบเท่านั้นเอง  

ถาม แม้บ้านเมืองนอกหีบ จะป่วนด้วยอนาธิปไตย ชาติจะล่มจม แตกแยก บรรดาด้อมส้มเค้าก็ไม่รู้สึกกันเลยหรือ

ตอบ เขาเห็นตัวเองเป็นเสรีชน  หัวก้าวหน้า ตื่นรู้ แต่กลับใช้ชีวิตทางความคิดที่คับแคบ หูเบา จมดิ่งอยู่ในโลกโซเชียล โลกจริงๆจะเป็นไปอย่างไร รัฐบาลส้มที่พวกเค้าเลือกจะทำอะไรไปบ้างเขาก็ไม่เกี่ยวครับ เขาหลงชีวิตเสรี ที่เสรีแม้กระทั่งความรับผิดชอบ

ถาม มีอำนาจแล้วไม่รับผิดชอบอย่างนี้   มันจะใช้ได้หรือครับ

ตอบ เสียงในหีบเลือกตั้งที่มีแต่ความเกลียดชัง ไม่มีชาติ ไม่มีส่วนรวมอย่างนี้ ในทางทฤษฎีไม่มีคุณภาพเป็นเสียง“ประชาชน”ตามระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้วล่ะครับ  

การเมืองที่โดนครอบงำมาสิบกว่าปีด้วยความโลภสีแดง แล้วซ้ำด้วยโทสะโมหะสีส้มอีกอย่างนี้ ทำงานให้เป็นมรรคเป็นผลได้ยากมาก จะเสียเส้นเดินไปสั่นไปทั้งตัวไม่ต่างจากเป็นโรคพาร์คินสันระยะสุดท้ายเลยทีเดียวครับ

                                ..............................    

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไอซ์ รักชนก' กับอาการ 'ส้มตกขอบ'…เสรีภาพสำหรับคนคิดเหมือนกัน!

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “พรรคส้ม” ตั้งแต่ยุค “อนาคตใหม่” ต่อเนื่องมาถึง “ก้าวไกล” และปัจจุบันคือ “พรรคประชาชน” พยายามวางตัวเองในฐานะขบวนการการเมือง “ก้าวหน้า”

'สีหศักดิ์' ชี้พูดคุยสันติสุขเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ไม่ใช่หนทางแก้ปัญหาไฟใต้ทั้งหมด

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้

'อนุทิน' ยินดี 'ทักษิณ' กลับบ้าน บรรยากาศการเมืองหลังจากนี้มองทุกอย่างเป็นบวก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษจะส่งผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองอย่างไรว่า ตนเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ก็ขอยินดีกับนายทักษิณ และครอบครัวด้วย