'ยิ่งลักษณ์' โผล่ไลฟ์สด! ถาม 'บิ๊กตู่' เจอหน้ากล้าคุยไหม ลั่นใจยังอยู่ไทยตลอดเวลา

‘ยิ่งลักษณ์’ ไลฟ์สดครั้งแรก ตัวอยู่ไกลแต่ใจยังอยุู่ไทยตลอดเวลา รับวัย 50 กว่า หมดยุคนั่งนายกฯแล้ว ต้องให้คนรุ่นใหม่เข้ามา ถาม ‘บิ๊กตู่’ เจอหน้ายังกล้าคุยไหม ท้าทายทำงานกับเหล่าทัพ

28 ก.พ. 2565 – เมื่อเวลา 10.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ไลฟ์สดแลกเปลี่ยนความเห็น และตอบทุกคำถามคาใจแฟนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวช่วงหนึ่ง กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองไทย และสถานการณ์โดยรวม ทั้งด้านเศรษฐกิจว่า ได้ติดตามมาโดยตลอด แม้เราจะมาอยู่นี่เกือบ 4 ปี แต่ใจยังห่วงพี่น้องประชาชน ยังคงอ่านข่าวสารอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจราคาข้าวของสินค้าที่แพงขึ้น แต่เงินในกระเป๋าหรือรายได้ของประชาชนไม่ขึ้น รวมถึงค่าแรงงาน และช่วงลำบากยังเจอสภาวะโรคระบาดโควิด-19 เป็นเหมือนการซ้ำเติม รู้ว่าประชาชนไม่มีทางออก ก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เพราะอยู่ไกลและไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว จึงได้แต่ส่งกำลังใจและติดตามตลอดหวังว่าอยากให้ทุกคนช่วยกัน เข้มแข็ง และขอร้องรัฐบาลว่าให้ช่วยประชาชน เพราะทุกคนลำบากจริงๆ

เมื่อถามว่า อยากเป็นนายกฯ อีกสักสมัยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่า ตอนนี้หมดยุคแล้วหรือไม่ ตอนนี้เป็นรุ่นของคนรุ่นใหม่และสมัยใหม่แล้ว เด็กรุ่นใหม่มีความสามารถเยอะ ตอนนี้ก็อายุ 50 กว่าแล้ว ใกล้จะปลดระวางแล้ว อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีจะต้องอยู่ที่พี่น้องประชาชน จะบอกว่าเอาใครมาเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้หรอก ต้องฟังเสียงประชาชนว่า อยากให้ใครมาบริหารประเทศซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ทั้งนี้ประเทศไทยมีคนที่มีความรู้ความสามารถมาก ส่วนตัวไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนก็อยากจะช่วยเหลือประชาชนในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศบ้านเกิดเรามีความรักมีความผูกพัน แม้ว่าตัวจะมาอยู่ที่นี่แต่ใจยังอยู่ที่ประเทศไทยตลอดเวลา

เมื่อถามว่า ลองจินตนาการหรือไม่ว่าหากยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่นโยบายที่น่าสนใจอะไรที่อยากออกมา อดีตนายกฯ กล่าวว่า อย่างน้อยตอนนั้นนโยบายหลายหลายอย่างที่ได้ออกไปแล้วจะต้องมีการสานต่อให้เสร็จโดยเฉพาะโครงการใหญ่ๆ เช่น 2.2 ล้านล้านบาท รถไฟความเร็วสูง ในตอนที่เป็นรัฐบาลปีที่ 3-4 เราคิดในเรื่องของการวางอนาคตข้างหน้า เพราะช่วง 1-2 ปีแรก เรามุ่งการแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนี้สินหรือเรื่องรายได้ให้กับประชาชน รวมถึงวางเรื่องยุทธศาสตร์จังหวัดเพื่อสร้างความแตกต่างของแต่ละจังหวัดและกระจายความเจริญเมืองหลวงไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม แต่สุดท้ายก็ไม่มีโอกาสได้สานต่อและนโยบายบางตัวที่ได้มีการริเริ่มไปแล้วก็ถูกยกเลิกไป รู้สึกเสียดาย เช่นแท็บเล็ต ได้มีการติดตามข่าวว่ามีนักศึกษาฆ่าตัวตายเพราะกลุ้มใจในเรื่องของการเรียนออนไลน์ ไม่อยากเห็นข่าวเช่นนี้ มีการแจกไปแล้วแต่ไม่มีการใช้อย่างต่อเนื่อง และต้องขอแก้ข่าวว่าแท็บเล็ตในช่วงนั้นไม่มีการบรรจุเกมส์เข้าไปเลย จะเป็นระบบในการเรียนเท่านั้น ในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงในตอนนั้นเรามีการพูดคุยร่วมกัน 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว จีน ตั้งใจว่าความเร็วลงความเร็วสูงจะเชื่อเมืองต่อเมืองในประเทศไทย เพื่อให้การคมนาคมสะดวก และเชื่อเมืองท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดรายได้ รวมถึงเรื่องโลจิสติกส์ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน

เมื่อถามว่า เมื่อปี 2011 เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ตอนนั้นหนักใจหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ยากอยู่แล้ว เพราะตอนนั้นมาบริหารบ้านเมืองในยามที่เกิดความขัดแย้ง ช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยก็เยอะเราต้องมาสานต่อ เรื่องหนี้สินของพี่น้องประชาชน ความยากของปัญหาเศรษฐกิจ และจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน และการเป็นผู้หญิงยิ่งลำบากขึ้น เพราะความคาดหวังมีเยอะ และเมื่อเป็นผู้หญิงเขาไม่ได้มองว่าเราจะอาศัยความรู้ความสามารถประสบการณ์ความตั้งใจจริงมาทำงาน แต่จะมองในเรื่องเพศหญิง อาจจะทำไม่ได้ อ่อนแอซึ่งเราต้องอดทนและทำงานหนักเป็นสองเท่า เพื่อพิสูจน์ว่าเราทำได้ เราอดทน ความเป็นผู้หญิงไม่ได้ทำให้งานลดน้อยถอยลงไป

โดยเฉพาะการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถือว่าท้าทายมาก เพราะต้องทำงานกับเหล่าทัพ ยอมรับว่าหนักใจ ศาลทหารจะเป็นอีกอย่างหนึ่ง การสั่งงานจะต้องใช้ข้อกฎหมายในการสั่งงาน เพราะถ้าไปสั่งตรงตรงเขาคงไม่ทำ เพราะเขามองว่าเราไม่มีอำนาจ และทำบางส่วนที่เกินกว่าอำนาจไม่ได้ และต้องทำในหน้าที่ของเขา เราต้องใช้กฎหมาย เช่น การสั่งเหล่าทัพต้องนั่งในส่วนของสภากลาโหม หรือวางนโยบาย ถ้าอยู่ๆ โทรไปบอกอย่างนี้ ถ้าไม่ใช่เรื่องงานทำไม่ได้ เขาไม่ปฏิบัติตาม

เมื่อถามว่า ถ้าเจอพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะคุยได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถามกลับว่า “ต้องถามพลเอกประยุทธ์ ว่าหากเจอหน้ายิ่งลักษณ์ ยังคุยกันได้หรือเปล่า”

ถามอีกว่าหากพูดถึงชื่อยิ่งลักษณ์ พลเอกประยุทธ์ อาจจะอารมณ์เสียก็ได้ ทำให้อดีตนายกฯ ระบุว่า “นั่นสิ เราก็เปลี่ยนเรื่องก็ได้นะ หรือแฟนคลับอาจจะไม่ถูกใจบอกอยากคุยต่อ”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เฉลย! '2 ป.' กลับมาจับมือกันได้จริงหรือ

นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย และอดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า 2 ป. จะกลับมาจับมือกันจริงหรือ??? อย่าหลงกระแสอย่างงกับโพล!!!

ปราศรัยครั้งแรก 'บิ๊กตู่' อ้อนชาวชุมพร รักจังฮู้ ขอเมตตาให้โอกาสทำงานต่อ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะ ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทาง และยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ ขึ้นเวทีปราศัยพรรครวมไทยสร้างชาติว่า โดยกล่าวเป็นภาษาใต้ว่า" ได้เวลาพูดทักทายพวกเราแล้วนะ รอกันมาตั้งนาน รักลุงตู่บ้างไหม "

'บิ๊กตู่' ถึงชุมพรแล้ว 'ลูกช้าง' นำทีมผู้สมัคร ส.ส. ต้อนรับ ประชาชนล้นหลาม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมคณะเดินทางถึงจังหวัดชุมพร โดย นายสุพล จุลใส อดีตส.ส.ชุมพร พรรครวมพลัง นำนักการเมืองท้องถิ่นและว่าที่ผู้สมัคร

จริงดิ! สส.ก้าวไกล เผยไปเดินตลาดมา ได้ยินแต่เสียงคนใต้บ่น 'บิ๊กตู่'

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)