'สว.พรชัย' เหน็บโลภแต่ชุ่ย พ.ร.ก.กู้เงิน 4แสนล. พบ 9 ข้อส่อพิรุธ หวั่นเกี้ยเซียะกลุ่มทุนพลังงาน

‘สว.พรชัย’ ลั่นไม่เห็นด้วยพ.ร.ก.กู้เงิน หลังพบ 9 ข้อส่อพิรุธ เหน็บโลภแต่ชุ่ย ขอเงินเยอะแต่รายละเอียดน้อย บอก ไม่ควรเปิดช่องให้ ปชช.มองเกี้ยเซียะกลุ่มทุนพลังงาน

31 ส.ค.2569-นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว. อภิปรายพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาทว่า ตนไม่เห็นด้วยกับพ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวเนื่องจากรัฐบาลมีพฤติกรรมที่ส่อพิรุธ 9 ประการ แต่ไม่ปฏิเสธว่าประเทศกำลังมีปัญหาราคาพลังงานสูงขึ้นจริง ค่าครองชีพสูงขึ้นจริง กำลังซื้อชะลอตัวจริง และประชาชนกำลังเดือดร้อนจริง รวมถึงไม่ได้คัดค้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่ต่อให้มีปัญหาจริงไม่ได้แปลว่าวิธีการแก้ปัญหาของรัฐบาลจะถูกต้องเสมอไป

“คำถามที่ผมอยากถามคือไม่ใช่ว่าประเทศไทยควรกู้เงินมาแก้ปัญหาหรือไม่ แต่คือจำเป็นหรือไม่ที่เราจำเป็นต้องแก้ปัญหาด้วยพ.ร.ก. ไม่ใช่ พ.ร.บ. อีกทั้งยังต้องกู้เงินเป็นวงเงินสูงถึง 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้วินัยทางการเงินการคลังของเราพังพินาศ เพราะเมื่อพิจารณาแต่ต้นจนจบ ตนพบข้อพิรุธ 9 อย่างที่รัฐบาลต้องตอบให้ได้”

สำหรับพิรุธข้อที่ 1 คือ ประเทศเราไม่ได้อยู่ในภาวะฉุกเฉินจริง เงิน 2 แสนล้านบาทแรก รัฐบาลอาจจะพออธิบายได้ว่าเป็นมาตรการประคองเศรษฐกิจจากวิกฤตพลังงาน แต่เงินอีก 2 แสนล้านบาท สำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานตนขอถามว่าการสร้าง Smart Grid การติดตั้งโซลาร์รูฟท๊อป 1 ล้านหลังคา การเปลี่ยนรถสาธารณะเป็นรถอีวี มันฉุกเฉินตรงไหน หากไม่ได้ทำ 3 สิ่งนี้ภายในสามถึงหกเดือนนี้ประชาชนจะอยู่ไม่ได้จริงหรือ

พิรุธที่ 2 คือ พ.ร.ก.ฉบับนี้จงใจไม่ผ่านการตรวจสอบอย่างที่ควรจะเป็นหากโครงการเหล่านี้ใช้เวลาหลายปี ทำไมไม่เสนอเป็นพ.ร.บ.เงินกู้ แทนที่จะเป็นพ.ร.ก.ที่มีรายละเอียดแนบท้ายน้อยกว่า เพราะความเร่งด่วนที่ไม่ใช่ความเร่งด่วนจริงไม่ควรเป็นเหตุผลให้ตัดตอนลดอำนาจการตรวจสอบของรัฐสภา จนนำไปสู่ ข้อพิรุธข้อที่ 3 คือไม่ชัดเจน เงินกู้ระดับ 4 แสนล้านบาท ไม่ใช่เงินจำนวนเล็กน้อย แต่คำถามพื้นฐานกับไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าหลังจากใช้เงินแล้วประเทศไทยจะลดการนำเข้าพลังงานได้กี่เปอร์เซ็นต์ ค่าไฟจะลดลงกี่บาทเงิน 1 บาทที่ลงทุนไปจะสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้กี่บาท ประชาชนกี่ครัวเรือนจะได้รับประโยชน์ ภายในเวลาเท่าไหร่

“หากไม่มีข้อมูลในส่วนนี้การขออำนาจกู้ในครั้งนี้จะถือเป็นการขอเช็คเปล่า และเป็นการขอโดยใช้เอกสารเพียงแค่ไม่กี่หน้า รายละเอียดแผนงานโครงการและความพร้อมก็ยังไม่ปรากฏชัด ซึ่งผมเห็นว่าจำนวนเงินยิ่งมากเป้าหมายยิ่งต้องชัด ไม่ใช่เงินยิ่งมากแล้วรายละเอียดยิ่งน้อย แล้วอ้างว่าฉุกเฉินจึงยังคิดไม่ทัน แบบนี้เขาเรียกว่าโลภแต่ชุ่ย”

นายพรชัย กล่าวว่า ส่วนข้อพิรุธที่ 4 คือความไม่โปร่งใส เนื่องจากเอกสารมีการระบุว่ามีหนังสือให้ท้องถิ่นเสนอรายการตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ทั้งที่หลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการออกในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ตนจึงมองว่าในวันที่กติกายังไม่ออกใครรู้กติกาก่อน แล้วเป็นความโปร่งใสแบบใด แล้วเหตุใดทำไมจึงต้องมีเสาไฟโซลาร์ ประปาโซลาร์ รถขยะอีวี และโครงการอีกจำนวนมากเตรียมเสนอมาแล้ว ซึ่งตนไม่ได้กล่าวหาว่าโครงการใดทุจริต

“เงินกู้ระดับนี้ไม่ควรเปิดช่องให้ประชาชนสงสัยว่าเป็นการเกี้ยเซียะให้กับผู้รับเหมาหรือเครือข่ายด้านพลังงานที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับคนใดในรัฐบาล โดยวิธีที่จะลบข้อสงสัยได้ดีที่สุดมีทางเดียวคือเปิดทุกโครงการ เปิดหลักเกณฑ์ เปิดราคากลาง และคู่สัญญา รวมถึงเปิดผลการประเมินต่อสาธารณะ เพียงแค่รัฐบาลจะกล้าทำหรือไม่ ซึ่งหากไม่ทำก็เท่ากับจงใจปกปิดหมกเม็ด”

ข้อพิรุธข้อที่ 5 ช่วยไม่ตรงคนโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่คนยากจนจริงๆ อาจจะไม่มีเงินแม้แต่จะโอนเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง และอาจแพ้ตั้งแต่ลงทะเบียน เพราะทรัพยากรเขาไม่พร้อม ขณะที่ผู้ที่ไม่ได้เดือดร้อนมากที่สุดกลับได้รับสิทธิ์ โครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ต้องกู้เงิน 2 แสนล้านบาทมาใช้และใช้งบประมาณถึง 1.2 แสนล้านบาท จึงดูคล้ายระบบใครมีทรัพยากรพร้อมที่จะสมัครก่อนกลับได้ก่อน มากกว่าใครเดือดร้อนก่อนได้สิทธิ์ก่อนที่ควรจะเป็น และยิ่งน่าแปลกใจเพราะกลุ่มที่ต้องแบกรับต้นทุนจากน้ำมันโดยตรงได้รับผลกระทบมากที่สุดกับไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ เป็นพิเศษจากการใช้เงินก้อนนี้เลยเช่น ชาวประมงที่ต้องอาศัยน้ำมันในการออกเที่ยวเรือทุกเที่ยว ทำไมรัฐบาลจึงหว่านแหช่วยคนแบบสะเปะสะปะเช่นนี้

พิรุธข้อที่ 6 คือไม่ตรงปก โดยรัฐบอกว่าจะใช้งบในส่วนนี้ติดตั้งแผงโซลาร์ 5 แสนถึง 1 ล้านหลังคาเรือน แต่ข้อมูลระบุว่าปีที่ผ่านมาไทยติดตั้งได้ที่ประมาณ 1 แสนหลัง และปีนี้ประมาณการว่าจะติดได้ประมาณ 1.4 แสนหลัง หากจะติดครบ 1 ล้านหลัง อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 5 ปี เหตุใดทำไมเราจึงต้องรีบกู้เงินทั้งก้อนมาภายในปีนี้ แบบที่ภาระดอกเบี้ยมหาศาลและใช้เวลา 5 ปีกว่าใช้เงินหมด ทำไมเราจึงไม่วางแผนก่อนว่าแต่ละปีจะใช้เงินเท่าไหร่แล้วจึงค่อยกู้รายปีตามนั้น หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนรถสาธารณะเป็นรถอีวี 7 ประเภท 8 หมื่นคัน แต่เมื่อมีการสอบถามรายละเอียดกับพบว่าที่ทำได้จริงชัดเจนในคันนี้มีเพียงรถแท็กซี่เท่านั้น

ข้อพิรุธที่ 7 คือซุกงบปกติไว้ในเงินกู้พิเศษเช่น เงินจำนวน 1.88 หมื่นล้านบาท ที่นำไปสมทบงบกองทุนประชารัฐสวัสดิการ ตนสนับสนุนผู้การดูแลผู้มีรายได้น้อย แต่ต้องไม่ใช่วิธีการกู้ฉุกเฉินมาจ่ายรายจ่ายที่รู้อยู่แล้วต้องเกิด สำหรับพิรุธข้อที่ 8 ที่ตนห่วงที่สุดคือความพินาศทางวินัยการเงินการคลัง หากมีการกู้เต็มจำนวน สัดส่วนหนี้สาธารณะจะสูงขึ้นไปเกือบถึง 70% แล้วหากปีหน้าเกิดน้ำท่วมใหญ่ โรคระบาด และเกิดสงคราม ประเทศจะเหลือวงเงินกู้เพื่อไปช่วยประชาชนหรือไม่

สำหรับพิรุธข้อที่ 9 คือ เรามีทางเลือกไม่จำเป็นต้องกู้เช่นนี้ หากต้องการเปลี่ยนผ่านพลังงานจริงเราสามารถทำโรดแมประยะยาว 10 ปีให้ภาคเอกชนการไฟฟ้าและกองทุนด้านพลังงานร่วมลงทุนใน Smart Grid โครงสร้างพื้นฐานได้ไม่จำเป็นต้องกู้เช่นนี้ ย้ำว่าตนไม่ได้คัดค้านการช่วยเหลือประชาชน แต่เงินกู้ 4 แสนบ้านบาทนั้นมีพิรุธที่ชวนให้ตั้งคำถามตั้งแต่ไม่ฉุกเฉินจริง ไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง และไม่จำเป็นต้องกู้เช่นนี้

“บ้านเรากำลังถังแตก วงเงินกู้เกือบเต็ม สิ่งแรกที่ควรทำคือลดค่าใช้จ่ายในบ้านและหารายได้เพิ่ม ไม่ใช่รูดบัตรเครดิตใบสุดท้ายที่ใกล้เต็มวงเงินเพื่อมาติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาเช่นนี้“

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สว. ชงปรับ VAT เพิ่ม 3% หาเงินเข้าคลัง 4.5 แสนล้าน การันตีมีระบบคืนเงินช่วยคนจน

'คลัง' รายงานเงินแผ่นดินปี 68 พบรายได้ต่ำกว่ารายจ่าย 7.6 แสนล้านบาท 'สว.' แนะให้เก็บ Vat เพิ่ม พร้อมแจงแม้คนจนเดือดร้อนแต่ได้คืน หนุน ขยายฐานภาษีสู่เศรษฐกิจนอกระบบ ชี้ คลังพิจารณาแผนหนี้สาธาธารณะเพื่อการลงทุน หวังดึงรายได้เข้ารัฐโดยตรง

เดือด! 'นันทนา' พ้อเข้าสภาเหมือนอยู่กลางฝูงไฮยีน่า แฉ สว.สีน้ำเงิน กลั่นแกล้งเขี่ยพ้น กมธ.

“นันทนา” เดือดกลางวุฒิสภา หลังชวดเก้าอี้ กมธ.วิสามัญฯ ซัด “สว.สีน้ำเงิน” กินรวบ ด้าน “อัจฉรพรรณ” รีบลุกแจงบอกสัดส่วนที่ไม่ได้เกี่ยวกับสีใดสีหนึ่ง ทำถูกเหน็บ ไม่อยากคุยกับนอมินี เจ้าตัวสวนทันควัน บอก “ฉันไม่ใช่นอมินี” ก่อน “จารย์นัน” โร่ฟ้องประชาชน พ้อ เป็น สว.มา 2 ปี 2 เดือน ได้นั่ง

'สว.วุฒิพงศ์' โวย 'นายกฯ-รมต.มท.' เมินตอบกระทู้น้ำท่วม เหน็บตื่นจากงานเลี้ยงที่ไปมาได้แล้ว

‘สว.วุฒิพงศ์’ ซัด ‘นายกฯ-รมต.มท’ เมินตอบกระทู้น้ำท่วม เหน็บตื่นจากความฝัน-งานเลี้ยงได้แล้ว ถ้าไม่ตื่นจะให้.ปลุกมาใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ปภ.ระดมเครื่องมือช่วยชาวบ้านให้น้ำลด ลั่นทำไม่ได้ก็ออกไป

'เอกนิติ' ฮึ่ม! ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ถก คกก.น้ำภาคกลาง ประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า 7-10 วัน

‘เอกนิติ’ หัวโต๊ะถก คกก.น้ำภาคกลาง ประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า 7-10 วัน รับลูกบัญชานายกฯ สั่งรวมข้อมูลชุดเดียว ไม่ใช่ต่างคนต่างทำงาน

'สว.ประพนธ์' ตั้งกระทู้ถาม กองทุน สสส. ข้องใจใช้เงินลงทุนสินทรัพย์ 'พัฒนา' แจงยึดตามกม.

ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามของนพ.ประพนธ์

คุมเข้มความปลอดภัยโรงเรียน เพิ่มบทลงโทษผู้บริหารปกปิดเหตุ

รัฐบาลเพิ่มบทลงโทษผู้บริหารโรงเรียนปกปิดเหตุ เดินหน้าคุมเข้มความปลอดภัยในโรงเรียน รับมือภัยออนไลน์ เปิด Traffy Fondue แจ้งเหตุ