
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ทั้งในแง่ของต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น การขนส่งระหว่างประเทศที่ได้รับผลกระทบและอาจมีความตึงตัวของเม็ดพลาสติกในบางช่วง
เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ เวทีเสวนา “การเชื่อมโยง Supply Chain ปิโตรเคมีไทย จากต้นน้ำถึงผู้ใช้” จึงถูกจัดขึ้นเพื่อระดมสมองและกำหนดทิศทางร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยมีประเด็นสำคัญจากมุมมองของผู้บริหารระดับสูงแต่ละภาคส่วน
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่าสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศมีความผันผวนจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในบางภูมิภาค ส่งผลต่อราคาพลังงาน วัตถุดิบ และการขนส่งระหว่างประเทศ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์พร้อมทำหน้าที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านข้อมูลการค้า การติดตามสถานการณ์ตลาดโลก มาตรการดูแลผู้ประกอบการ และการประสานความร่วมมือ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ
กระทรวงพาณิชย์เร่งยกระดับการกำกับดูแล โดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กปร.) มีมติเห็นชอบเพิ่มรายการสินค้าควบคุม จาก 59 เป็น 66 รายการ และเตรียมบรรจุเม็ดพลาสติกเข้าเป็นหนึ่งในรายการใหม่ คาดมีผลช่วงเดือน เม.ย. นี้ โดยมาตรการดังกล่าวจะกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องรายงานข้อมูลสต็อก ปริมาณการผลิต และการจำหน่าย เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและให้รัฐสามารถบริหารจัดการปริมาณสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“เป้าหมายคือรักษาสมดุลทั้งปริมาณและราคา ไม่ให้เกิดการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคา จนกระทบผู้ผลิตปลายน้ำและผู้บริโภค กระทรวงพาณิชย์ยังใช้เครือข่ายสำนักงานในต่างประเทศ 58 แห่ง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแบบเรียลไทม์"นางอารดา กล่าว
ส.อท.เตือนต้นทุนพุ่ง 70% แนะทางรอดด้วย AI
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่าสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีตลอดห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้ผู้ผลิตต้นน้ำมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ทั้งจากราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย ขณะที่อุตสาหกรรมกลางน้ำ
โดยเฉพาะกลุ่มพลาสติก เผชิญกับราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับเพิ่ม ขึ้นถึง 50–70% ส่วนอุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น อาหาร บรรจุภัณฑ์ ยา และเครื่องสำอาง ต้องรับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งด้านวัตถุดิบและการขนส่งพร้อมกัน
ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐและเอกชนติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์วัตถุดิบอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุตสาหกรรมต้นน้ำถึงปลายน้ำ ควบคู่กับการกระจายแหล่งนำเข้าวัตถุดิบจากหลากหลายแหล่ง นอกจากนี้ ควรส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทน เช่น พลาสติกชีวภาพ พลาสติกรีไซเคิล หรือวัตถุดิบอื่นที่ทดแทนได้ รวมถึงการยกระดับการใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะกลางถึงระยะยาว ตลอดจนผลักดันการใช้พลังงานสะอาดและวัตถุดิบหมุนเวียนภายในประเทศ
สำหรับสถานการณ์ที่มีการกล่าวถึงภาวะตึงตัวในปัจจุบัน มีปัจจัยหลักจากข้อจำกัดด้านการนำเข้าวัตถุดิบปิโตรเคมี รวมถึงเม็ดพลาสติกจากต่างประเทศ อันเป็นผลจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่งและห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ ทำให้ปริมาณสินค้าที่เข้าสู่ตลาดในช่วงเวลานี้ปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมได้มีการบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด โดยบริษัทสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมียืนยันนโยบาย “Domestic First” ให้ความสำคัญกับการจัดสรรสินค้าเพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศเป็นลำดับแรก ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการวางแผนจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งทางเลือก ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณสินค้าเข้าสู่ตลาด และบรรเทาความตึงตัวในระยะถัดไป
ผู้แทนกลุ่มผู้ผลิตปิโตรเคมียืนยันว่า ภาคการผลิตยังคงดำเนินการได้อย่างเต็มศักยภาพ มีเสถียรภาพ และสามารถรองรับความต้องการใช้ในประเทศได้อย่างเพียงพอ โดยมีการบริหารจัดการซัพพลายอย่างต่อเนื่อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปตท.รับสถานการณ์พลังงานผันผวน ส่งผลการปิดดีลธุรกิจโรงกลั่น-ปิโตรสะดุด
ปตท.รับสถานการณ์พลังงานผันผวน ส่งผลการปิดดีลธุรกิจโรงกลั่น-ปิโตรสะดุด ย้ำธุรกิจสำรวจและผลิต และธุรกิจการค้า เป็นตัวชูโรงหลักในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมปรับกลยุทธ์เร่งการขยายพอร์ต LNG ตั้งเป้าปริมาณแตะ 15 ล้านตัน ภายในปี 78 ยันบริษัทมีสภาพคล่องกว่า 2.3 แสนล้านบาท
ส.อ.ท.ชี้ผลกระทบตะวันออกกลาง ฉุดดัชนีเชื่อมั่นอุตฯเม.ย.ลดลง
ส.อ.ท. ชี้ผลกระทบตะวันออกกลาง ฉุดดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ เม.ย. ลดลง อยู่ที่ระดับ 85.3 ชี้กองทุนน้ำมัน ต้องกู้เพิ่ม รับเป็นภาระทางการเงิน และวัตถุดิบในหลายอุตสาหกรรมปรับตัวสูงขึ้น ชงรัฐเร่งหนุนพลังงานสะอาด–ยกระดับ SME
กกร.คาด GDPไทยปี 69 เหลือโต 1.2-1.6% เซ่นพิษสงคราม
กกร.มองพิษสงครามทุบจีดีพี ไทยปี 2569 จะขยายตัว 1.2-1.6% จับตาเงินเฟ้อปีนี้แตะ 3% เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนคาดการณ์อยู่ที่ 0.2-0-7% พร้อมเตรียมชงข้อเสนอ ‘นายกฯ’ ลงทุนปรับโครงสร้างพลังงาน
PTGชี้ต้นทุนน้ำมันหน้าโรงกลั่นปรับตัวสูงขึ้นทำQ1/69 ขาดทุน 205 ล้านบาท
พีทีจี เผยผลงานไตรมาส 1 ปี 69 ขาดทุน 205 ล้านบาทท เหตุธุรกิจน้ำมันเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานโลกผันผวนและต้นทุนน้ำมันหน้าโรงกลั่นปรับตัวสูงขึ้น สวนทางธุรกิจ Non-Oil เติบโตต่อเนื่อง รับแรงหนุนจากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่รายได้และกำไรโตมากกว่า 80% ลั่นเดินหน้าขยายขยายสาขาพันธุ์ไทยต่อเนื่อง
นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้าไทย 12.4 ล้านคน จีนแตะ 2 ล้านคน
‘สุรศักดิ์’เผยสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงวันที่ 1 ม.ค. – 10 พ.ค. 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมกว่า 12.4 ล้านคน สร้างรายได้แล้วกว่า 607,206 ล้านบาท ขณะที่ตลาดหลักยังเป็นจีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้
CKP เผยกำไรสุทธิ Q1/2569 เติบโตต่อเนื่องเตรียมพร้อมรับมือเอลนีโญ
CKP เผยกำไรสุทธิ Q1/2569 เติบโตต่อเนื่องแม้ในฤดูแล้ง พอร์ตพลังงานหมุนเวียนสะท้อนความแข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนราคาพลังงานเดินหน้ารับมือเอลนีโญด้วยระบบคาดการณ์น้ำ

