'บิ๊กดุลย์' นำแม่ทัพภาค 4 แถลงขอโทษ หลังนายกฯไม่สบายใจ ปมพาดพิง รร.สอนศาสนา

"รมว.กลาโหม" นำแม่ทัพภาคที่ 4 แถลงขอโทษ หลังนายกฯ ไม่สบายใจ ปมวิจารณ์โรงเรียนปอเนาะ-ตาดีกา เป็นแหล่งบ่มเพาะผู้ก่อการร้าย ยอมรับสื่อสารผิดพลาด ทำประชาชนเข้าใจผิด ยัน มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเดินหน้าทำความเข้าใจคนในพื้นที่

17 เมษายน 2569 - เวลา 15.03 น. ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ภายหลังที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานการประชุมติดตามความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

ภายหลังการประชุม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวภาพรวมต่อสื่อมวลชน ว่า นายกรัฐมนตรีไม่สบายใจเกี่ยวกับกระแสสังคมที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องต่างๆ จึงได้พารัฐมนตรี และผู้บริหารกระทรวงต่างๆ มารับทราบปัญหา เกี่ยวกับกระแสสังคมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงเรียนปอเนาะ รวมถึงการปิดไมค์พูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งตนขอยืนยันว่าแม่ทัพภาคที่ 4 ตั้งใจมาปฎิบัติหน้าที่ ด้วยความตั้งใจและมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา แต่ด้วยบรรยากาศในการแถลงข่าวที่มีสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก ทำให้รู้สึกกดดันบ้าง ตายไมค์บ้าง ก็เป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันได้ โดนตนขอยืนยันอีกครั้งว่า แม่ทัพภาคที่ 4 มาด้วยความตั้งใจ

ส่วนกรณีที่แม่ทัพภาคที่ 4 ปิดไมค์พูดเกี่ยวกับคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า “ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ" จนถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า เรื่องการปิดไมค์เป็นเรื่องส่วนตัว อย่ามาพูดถึงกันเลย มันผ่านไปแล้ว ท่านก็ขอโทษแล้ว เป็นเรื่องที่ให้อภัยกันได้ เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน ขอให้ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 มีกำลังใจในการทำงานให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งตนขอยืนยันว่า การคิดดี ทำดี พูดดี เป็นเรื่องที่เราต้องทำกัน แต่เรื่องการสื่อสารที่สั้นเกินไป และแรงกดดันจากสื่อมวลชน อย่างตอนนี้ที่ตนให้สัมภาษณ์กับสื่ออยู่ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน

เมื่อถามว่ากรณีที่สมาคมโรงเรียนปอเนาะ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกนอกพื้นที่ จะมีการสร้างความเข้าใจในพื้นที่อย่างไร พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ตนว่าเราพูดคุยกันได้ ท่านก็รับผิดแล้ว ซึ่งไม่ใช่ความผิดทั้งทางวินัย และอาญา แต่เราแค่พูดสื่อสารกันน้อยไปหน่อย และมีการขอโทษกันแล้ว ตนคิดว่าพี่น้องคนไทยเราให้อภัยกันได้

เมื่อถามย้ำว่าจะสร้างความเข้าใจให้กับคนในพื้นที่ได้อย่างไร พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า เดี๋ยวแม่ทัพภาคที่ 4 จะลงไปพบปะกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งก็ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนทุกท่านให้เข้าใจซึ่งกันและกัน

ขณะที่ พล.ท.นรธิป ได้กล่าวขอโทษพี่น้องประชาชน โดยระบุว่า ตนอาจจะผิดเพราะการสื่อสารที่มีผลทำให้ประชาชนไม่สบายใจ โดยเฉพาะโรงเรียนปอเนาะที่สอนศาสนา ซึ่งตนขอยืนยันว่า ตนในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จากนี้ไปจะมีการลงไปพูดคุยกับโรงเรียนสอนศาสนา เพื่อทำความเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ พล.ท.นรธิป ระบุเพียงว่า มี เพราะเรามีกิจกรรมที่เข้าไปทำในโรงเรียนต่างๆ อยู่แล้ว

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยถึงคดีของนายกมลศักดิ์ ว่า คดีดังกล่าวนายกรัฐมนตรีได้ติดตามอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด แม้จะอยู่ในความรับผิดชอบของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บังคับการศูนย์สืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 โดยภายหลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วรวม 4 ราย ประกอบด้วย ผู้ต้องหาคนที่ 1 ผู้ต้องหาที่เป็นคนขับรถ และผู้ต้องหามือปืน ซึ่งสามารถจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงผู้ต้องหาอีก 1 รายที่เกี่ยวข้องกับการนำรถของกลางไปชำแหละ

นอกจากนี้ ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ กอ.รมน. เข้าแจ้งความดำเนินคดีในความผิดตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา 151 ฐานนำทรัพย์สินของทางราชการไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งเป็นอีกสำนวนคดีหนึ่ง โดยหากการสอบสวนมีความเชื่อมโยงกัน
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บังคับการที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นบุคคลที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในต่างประเทศ จึงได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยทหารตามแนวชายแดน เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีออกนอกประเทศ หากพบว่าหลบหนีออกไปแล้ว จะดำเนินการออกหมายแดงผ่านตำรวจสากลเพื่อติดตามจับกุมตัวกลับมาดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประเด็นผู้ว่าจ้างยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน และจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป เนื่องจากขณะนี้ผู้ต้องหายังไม่ครบทั้งหมด

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ย้ำว่า นายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยต่อคดีดังกล่าว และได้กำชับให้เร่งรัดการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยตนได้ลงพื้นที่ติดตามการทำงานด้วยตนเอง เพื่อให้การรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินคดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิสามัญ 2 ศพ ปะทะเดือดโคกโพธิ์ จนท.ปิดล้อมเจรจา คนร้ายยิงใส่ก่อนดับอนาถ

พันเอก ธนุตม์ พิศาลสิทธิวัฒน์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกองกำลังทหารพรานจังหวัภาคดชายแดนภาคใต้ พันเอก ณัฎพล สุนทรนนท์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการร่วม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี กว่า 50 นาย กำลังเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียวติดถนนในหมูบ้าน ในพื้นที่ ม.10 บ้านท่าคลอง อำเภอโคกโพธิ์

นายกฯอนุทิน ตอกพวกไลฟ์สดป่วนชายแดน เป็นภัยสังคม ต้องส่งไปรพ.ศรีธัญญา

นายกฯ ขอ ปชช.ไม่ต้องกังวล เหตุยั่วยุชายแดนไทย-เขมร เย้ย "กังฟู" แฉบ่อนเอี่ยวนักการเมือง บอกเรื่องมั่นคงของจริงไม่มีใครไลฟ์บอกน่าส่งไปศรีธัญญา

'บิ๊กดุลย์' เชื่อพื้นที่แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา!

'บิ๊กดุลย์' ยันสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังปกติ เชื่อหน่วยในพื้นที่แก้ปัญหาได้ ปัดตอบชายแดนใต้ระอุ โยงกระบวนการพูดคุยเดินหน้าหรือไม่

'วันนอร์' ชี้ ชายแดนใต้ก่อเหตุถี่ยิบ เชื่อ หลังคณะพูดคุยสันติสุขเดินเครื่องแล้ว สถานการณ์จะคลี่คลาย

ที่ทําเนียบรัฐบาล นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และในฐานะที่ปรึกษาคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ให้สัม

ทบ.ย้ำความพร้อมด้านความมั่นคง เสริมฐานที่มั่น–พัฒนาเส้นทาง บริเวณช่องสะงำ

 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่สื่อออนไลน์มีการเผยแพร่ข้อมูลและข้อสังเกตเกี่ยวกับพื้นที่บริเวณช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์

อุกอาจ! คนร้ายซิ่งจยย. ประกบยิงที่ปรึกษานายกเทศมนตรี เสียชีวิตขณะไปละหมาด

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันเสียชีวิต บริเวณใกล้มัสยิดจาแบปะ ม.1 ต.ตันหยงดาลอ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที