นายกฯ ย้ำไทยเดินหน้าสร้างสันติภาพ ควบคู่รักษาผลประโยชน์ชาติอย่างเต็มที่

นายกฯ แถลงผลการหารือสามฝ่าย ย้ำไทยไม่ต้องการความขัดแย้ง เดินหน้าสร้างสันติภาพในภูมิภาค ควบคู่รักษาผลประโยชน์ชาติอย่างเต็มที่

8พ.ค. 2569- เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่น ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ณ โรงแรม Shangri-La Mactan เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และพลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมแถลงผลการหารือสามฝ่ายระหว่างไทย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ณ เมืองเซบู

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์มีความประสงค์ให้ภูมิภาคอาเซียนดำรงบรรยากาศแห่งความร่วมมือและความเข้าใจอันดี จึงได้เชิญผู้นำไทยและกัมพูชาร่วมหารือกัน โดยฝ่ายไทยได้นำคณะผู้แทนด้านการต่างประเทศและฝ่ายความมั่นคงเข้าร่วม เพื่อยืนยันจุดยืนของประเทศไทยที่ยึดมั่นในแนวทางสันติภาพ ควบคู่กับการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนชาวไทย

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าของมาตรการด้านความมั่นคง รวมถึงการประสานความร่วมมือทางทหารระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้ก่อนหน้านี้ โดยตลอดระยะเวลากว่า 5 เดือนที่ผ่านมา ไม่ปรากฏเหตุการณ์ความรุนแรงตลอดแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ

นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ฝ่ายไทยได้ชี้แจงต่อที่ประชุมถึงเหตุผลในการยกเลิก MOU 2544 ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้รับทราบและเข้าใจในจุดยืนของไทยแล้ว พร้อมทั้งเห็นพ้องร่วมกันว่า ทั้งสองประเทศจะยึดถือหลักการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เป็นกรอบแนวทางสำคัญในการดำเนินการในอนาคต แม้รายละเอียดในทางปฏิบัติยังจำเป็นต้องหารือร่วมกันต่อไป

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้เริ่มต้นกระบวนการหารือในทุกระดับอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งในกรอบ JBC และ GBC รวมถึงการหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยย้ำว่าการเจรจาทุกขั้นตอนจะต้องยึดถือข้อตกลงหยุดยิงและแนวทางที่ได้ตกลงร่วมกันไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งสันติภาพและความไว้วางใจระหว่างกัน

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การหารือครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนถึงแนวโน้มในการเสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างไทยและกัมพูชา พร้อมย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาล มิใช่ความขัดแย้งระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันดูแลความปลอดภัยของประชาชนไทยในกัมพูชา และประชาชนกัมพูชาในประเทศไทย ไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้ไทย–กัมพูชา ใช้กรอบทวิภาคีในการหารือ บนพื้นฐานของการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ ปราศจากแรงกดดันจากประเทศที่สาม เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์นำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ในการหารือครั้งนี้ ยังไม่มีการเจรจาเรื่องการกำหนดเขตแดนหรือการเปิดพรมแดน โดยเป็นเพียงการเห็นพ้องให้เริ่มต้นหารือในระดับปฏิบัติการก่อน ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรองเสนาธิการทหารของไทยจะดำเนินการหารือในรายละเอียดต่อไป

ท้ายที่สุด นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ประเทศไทยจะรักษาเกียรติภูมิ อธิปไตย และผลประโยชน์ของประชาชนไทยอย่างเต็มที่ โดยจะดำเนินทุกแนวทางด้วยความรอบคอบ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเกิดความสูญเสียจากกระบวนการเจรจาในครั้งนี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ เปรียบการโยกย้ายผู้ว่าฯภูเก็ต 'โลกคือละคร ฉากสุดท้ายต้องตายทุกตัวละคร'

นายกฯ บอก 'โลกคือละครฉากสุดท้ายต้องตายทุกตัวละคร' หลังถูกถามย้าย ผู้ว่าฯภูเก็ต แค่ละครฉากหนึ่ง ขณะปมย้ายรองผู้ว่าฯสงขลา เชื่อประชาชนได้ประโยชน์ ขออย่าผูกติดตัวบุคคล

นายกฯ เซ็นตั้งบอร์ดร่วมภาครัฐ-เอกชน แก้ปัญหาเศรษฐกิจ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 227/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อให้การพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศและนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมบทบาทให้ภาคเอกชน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

'สีหศักดิ์' นั่งหัวหน้าคณะเจรจา UNCLOS ตั้ง 2 อดีตประธานศาลทะเลสากล ชาวแอฟริกาใต้-เยอรมันร่วมทีม

นายสีหศักดิ์​ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ตนเป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ​ เอกอัครราชทูต​ ณ​ กรุงคูเวต รองหัวหน้า เข้าร่วมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ตามอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS)

'หมอวรงค์' ยก 5 ข้อกังวลหากไทยยอมร่วมวง กัมพูชา สู่การประนอมภาคบังคับ

'หมอวรงค์' เตือน 'สีหศักดิ์' อาจถูกคนไทยตราหน้าขายชาติ สะท้อน 5 ข้อกังวล หากยอมร่วมวง กัมพูชา สู่การประนอมภาคบังคับ เชื่อไทยมีแค่เจ๊า กับ เจ๊ง