‘BESTIE BOT’ หุ่นยนต์อัจฉริยะ คัดกรองอาการโรคฮิตของเด็ก

ล้ำสมัย ‘BESTIE BOT’ (เบสท์ตี้บอทส์) หุ่นยนต์สุดคิ้วท์เจ้าเดียวในประเทศไทย มาพร้อมความสามารถอันโดนเด่น คัดกรองและแจ้งอาการบ่งชี้โรคฮิตในวัยเด็ก การันตีผลรวดเร็วแม่นยำถึง 99.7% ด้วยการทำงานของเซ็นเซอร์ประสิทธิภาพสูง และเก็บผลข้อมูลย้อนหลังได้นาน 30 วัน

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน คุณพ่อ คุณแม่ ต้องเผชิญกับไวรัสโควิด-19 ตัวร้ายแล้ว ยังคงกังวลกับสภาวะแวดล้อมที่อยู่รอบตัวของลูก ซึ่งเด็กเล็กและระดับปฐมวัย ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากมีความเสี่ยงเกิดโรคติดเชื้อได้ง่าย การใช้ชีวิตอยู่นอกรั้วบ้านอาจทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อจากไวรัส แบคทีเรีย และส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ง่าย ซึ่งโรคฮิตที่พบบ่อยในเด็ก อาทิเช่น การเป็นไข้สูงหรือต่ำกว่าปกติ ผื่นเพดานปาก คอแดง เยื่อบุตาแดง ผื่นแดงตามฝ่ามือ เป็นต้น

นายฐานุตม์ คัมภีระสุตร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธิงค์พอส จำกัด เปิดเผยว่า เราตั้งมั่นในการดำเนินธุรกิจมานานกว่า 10 ปี ด้วยการใส่ใจและให้ความสำคัญต่อสังคมอย่างรอบด้าน เล็งเห็นได้ถึงความกังวลใจของผู้คนที่ต้องคอยรับมือกับสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ด้วยเหตุนี้เราจึงได้พัฒนาและวางแผนการนำเข้าอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยประสิทธิภาพสูง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสังคมในปัจจุบันให้ได้มากที่สุด ซึ่งเราถือเป็นรายแรกที่นำเทคโนโลยีการคัดกรองบุคคลเข้ามาใช้ในประเทศตั้งแต่ปี 2019 จนถึงปัจจุบันเราได้เตรียมความพร้อมรับมือการกลับมาใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่ ที่มองเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย และความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ของชีวิตประจำวัน จึงเป็นเหตุผลหลักที่ ‘ธิงค์พอส’ได้นำเข้าหุ่นยนต์ ‘BESTIE BOT’ (เบสท์ตี้บอทส์) ด้วยนวัตกรรมสุดทันสมัย ที่จะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ผู้ปกครองอุ่นใจ และเด็กทุกคนสามารถกลับมาเรียนในห้องเรียนได้อีกครั้ง ท่ามกลางสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

“BESTIE BOT” (เบสท์ตี้บอทส์) ถูกนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Ai) มาช่วยในการถ่ายภาพแสกนเพื่อคัดกรองบ่งชี้อาการป่วยเบื้องต้นของเด็ก ด้วยการแสกนอุณหภูมิ แสกนดวงตา ลำคอ ฝ่ามือ และปาก ซึ่งจะวิเคราะห์ได้แม่นยำ ด้วยฟีเจอร์การทำงานที่หลากหลายคัดกรองได้ครบจบเพียงแค่แสกนในครั้งเดียว ซึ่งรองรับระบบตรวจสุขภาพประจำวัน ระบบยืนยันตัวตน ระบบตรวจเช็คเวลาเข้า ระบบรายงานสุขภาพ ระบบแจ้งรายงานผู้ปกครองอัตโนมัติ

นอกจากนี้ ยังแจ้งผลการคัดกรองให้ผู้ปกครองได้ทราบในทันทีที่ประมวลผลเสร็จสิ้น และสามารถเก็บข้อมูลด้านสุขภาพของเด็กได้นานถึง 30 วัน รูปลักษณ์ของหุ่นยนต์ “BESTIE BOT” (เบสท์ตี้บอทส์) มาพร้อมดีไซน์การออกแบบที่เป็นมิตร น่ารัก เข้าถึงง่าย สร้างความสบายใจให้แก่เด็กๆ เหมาะสำหรับใช้งานภายในโรงเรียน สถานศึกษา รวมไปถึงโรงพยาบาลเด็ก เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพิ่มความอุ่นใจ สร้างความมั่นใจ ให้กับผู้ปกครองในการส่งลูกหรือบุตรหลาน ให้กลับมาเรียนในโรงเรียนได้อย่างสดใสและปลอดภัยอีกครั้ง

สำหรับผู้ที่สนใจต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “BESTIE BOT” (เบสท์ตี้บอทส์) หุ่นยนต์คัดกรองโรคสำหรับเด็ก เพื่อนสุดล้ำของคุณหนูที่ผู้ปกครองวางใจ คุณหนูปลอดภัยด้วย Bestie ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 02-429-5377

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สลิป 7 ล้าน…รู้ทั้งรู้!

ระหว่างที่ผมกำลังไล่อ่านข่าว ดูโน่นดูนี่ไปตามเฟซบุ๊ก ก็เจอเรื่องสลิปโอนเงิน 7 ล้านบาท

“มันใกล้เข้ามาแล้ว!”

วันนี้ ไม่คุย แต่จะสั่น "กระดิ่ง" เตือนไทยเราอย่ามัวแต่กัดกัน จงเงยหน้าดู “หายนะโลก” แล้วย้อนกลับมาดูบ้านเมืองเรา

ด่าไป ช้อปไป

วันนี้ขอพักเปิดซองอีกสักวัน จดหมายจากผู้อ่านยังมีรออยู่อีกหลายซอง ไม่ได้หายไปไหน พอดีเรื่องกะเพราแก้วจุรีของบริษัทซีพีแรมที่ผมเคยเขียนถึงไปแล้ว ดูท่าจะยังไม่จบง่ายๆ

'อนุทินกับเทา'

ไม่เพียงยุโรป..... ตอนนี้ “คนรวย” ทั่วโลกเหมือน “นกแตกรัง” จากสัญญาณเศรษฐกิจและสงคราม! ในหลายๆ ประเทศ

ดร.ประกาศิต รองผู้จัดการ สสส. งบกองทุน 4,000 ล้านต่อปี คุ้มค่า-ตรวจสอบได้

จากกรณีพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมกับ สส.ของพรรคลงชื่อเสนอ "ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....หรือกฎหมายกองทุน สสส." ที่เป็นการเสนอแก้ไขกฎหมาย สสส.ฉบับปัจจุบันที่ออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2544