บรูกาดาซินโดรม ‘ไหลตาย’ ป้องกันได้ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตหมั่นตรวจหัวใจ

“โรคไหลตาย” หรือ กลุ่ม “อาการบรูกาดา ซินโดรม” (Brugada Syndrome) ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการที่คลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากกรรมพันธุ์ ที่มีภาวะคลื่นหัวใจผิดปกติ โดยเฉพาะกลุ่มชายวัยทำงาน ที่อาศัยอย่างทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ หรือต่างถิ่นฐานในบ้านเราก็ตาม ที่สำคัญโรคไหลตายมักพบได้ในผู้ชายอายุน้อย และพบได้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง นอกจากนี้พฤติกรรมของการบริโภคอาหาร ที่กระตุ้นให้กลูโคสหรือน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเป็นผลทำให้โพแทสเซียมในร่างกายต่ำ และนำมาซึ่งการกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ จึงทำให้เกิดเหตุของการเสียชีวิตในวันนั้นหรือเวลานั้น หรือเสียชีวิตกระทันนั่นเอง เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคไหลตาย  

24 มีนาคม 2565 – “นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์” ประธานชมรมป้องกันและฟื้นฟูหัวใจ สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯล ให้ข้อมูลว่า “ ประการแรกนั้นเราต้องรู้ก่อนว่าคำกำกัดความคำว่า “โรคไหลตาย” เป็นอย่างไร ดังนั้นการนอนหลับไปเฉยๆและเสียชีวิต ดังนั้นถ้ามีการผ่าตรวจศพ อาจพบว่าเกิดจากไวรัสลงหัวใจที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ซึ่งไม่ใช่โรคไหลตาย ดังนั้นจึงหมายความว่า ถ้าผู้ชายอายุน้อย นอนหลับและเสียชีวิตไป ก็ไม่จำเป็นเสมอไปว่าจะต้องเป็นไหลตาย ที่สำคัญต้องเข้าใจโรคไหลตายไม่มีสาเหตุการตายที่ชัดเจน เพราะบางครั้งตอนกลางวันนั้น ผู้เสียชีวิตยังสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติและใช้ชีวิตปกติ แต่อยู่ๆก็เสียชีวิต ดังนั้นสิ่งสำคัญจำเป็น ต้องมีการผ่าตรวจพิสูจน์ที่ศพ เพื่อแยกแยะโรคอื่นๆว่าอาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากโรคไหลตายจริงๆหรือไม่ แต่ทั้งนี้หากไม่ได้มีการผ่าพิสูจน์ศพผู้เสียชีวิต มันจึงเข้าข่ายในการบอกว่า ผู้เสียชีวิตเป็นโรคไหลตายอย่างที่เราทราบกัน   

“สำหรับโรคไหลตายนั้นส่วนใหญ่ จะเกิดในผู้ชายที่มีร่างกายแข็งแรงดี ดังนั้นเมื่อเราพบผู้เสียชีวิต ก็ต้องมาดูว่ามีอะไรเป็นสาเหตุ หรือปัจจัยเสี่ยงบ้าง ที่ไปกระตุ้นให้ผู้ตายเสียชีวิตในวันนั้นเวลานั้น จากประสบการณ์ในการดูแลกลุ่มของชายไทย โดยเฉพาะคนอีสานที่ไปทำงานในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ ใต้หวัน และอิสราเอล มาตลอดเวลา 24 ปี โดยการไปตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจให้กับคนกลุ่มนี้ปีละ 1 ครั้ง

เราพบว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ชาย จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเสียชีวิตจากโรคไหลตาย คือ 1.การเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมแบบกะทันหัน เช่น การไปทำงานต่างประเทศหรือต่างถิ่นฐาน 2.ความเครียดในช่วงเวลากลางวัน โดยที่บอกใครไม่ได้ เนื่องจากอย่างที่รู้กันว่าหนุ่มอีสาน ที่จะไปทำงานต่างประเทศ จะต้องขายไร่นาเพื่อเป็นค่าเดินทาง (ไปเสียนามาเสียเมีย) เมื่อไปถึงก็จะตั้งหน้าตั้งตาทำงานโอทีอย่างหนัก เพื่อส่งเงินกลับมาให้ภรรยาที่อยู่เมืองไทยใช้จ่าย และปลูกบ้านหลังใหญ่ นั่นจึงทำให้ภรรยามีสามีใหม่ ปัญหานี้ทำให้หนุ่มอีสานที่ทำงานต่างแดนไม่สามารถบอกใครได้ เพราะเป็นปัญหาส่วนตัว จึงเกิดความเครียดหนักในเวลากลางวัน จึงทำให้กลางคืนพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงการดื่มสุราแล้วเข้านอน 3.หนุ่มอีสานกินอาหารเย็นและเข้านอนทันที โดยเฉพาะอาหารกลุ่มที่ทำให้น้ำตาลกูลโครสในเลือดสูง เช่น ข้าวเหนียว ,น้ำหวาน, ขนมหวาน เมื่อน้ำตาลในเลือดสูง ก็จะทำให้อินซูลินในเลือดสูง และอินซูลินก็จะถูกนำไปใช้ในกล้ามเนื้อ ซึ่งนั่นจะทำให้แร่ธาตุโพแทสเซียมต่ำ เมื่อโพแทสเซียมต่ำ หัวใจจะเต้นผิดจังหวะ นำมาซึ่งการเสียชีวิตในวันนั้นเวลานั้นนั่นเอง หรือเสียชีวิตทันหัน เมื่อว่าจะมีร่างกายแข็งแรง หรือทำงานได้ตามปกติในตอนกลางวันก็ตาม 

“สำหรับวิธีป้องกันตัวเองเพื่อไม่ให้เสียชีวิต จากโรคไหลตายนั้น โดยเฉพาะหนุ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อยู่ในวัยทำงาน หรืออายุตั้งแต่ 20-40 ปี (คนอายุ 70 ปีที่มีข่าวเสียชีวิตจากโรคไหลตายนั้น อันที่จริงอาจเสียชีวิตจากความดันในเลือดสูง หรือปัญหาอื่นๆซึ่งไม่ใช่โรคไหลตาย) ซึ่งโรคไหลตายนี้จะพบได้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ซึ่งมีสาเหตุมาจากยีนส์ หรือกรรมพันธุ์ที่มีภาวะของคลื่นหัวใจผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคไหลตาย และเหตุผลว่าทำไมชายชายอีสาน จึงมีกรรมพันธุ์ของภาวะคลื่นหัวใจผิดปกตินั้น เนื่องจากคนในหมู่บ้านใกล้เคียง มักจะแต่งงานกันเอง นั่นจึงทำให้ยีนส์ที่เกี่ยวกับคลื่นหัวใจผิดปกติ พบมากในหนุ่มตะวันออกเฉียงเหนือ มากกว่าภาคอื่นนั่นเอง  

“และจากการติดตามให้การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ แรงงานไทยทำงานสิงโปร์ ใต้หวัน อิสราเอล มากกว่า 24 ปี ในช่วงวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เราจะสอนให้กลุ่มแรงงานไทยในต่างแดน รู้จักวิธีการปั้มหัวใจ เพื่อป้องกันการเสียชีวิตจากโรคไหลตาย และใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าหัวใจ เพื่อป้องกันการเสียชีวิต โดยให้กลุ่มแรงไทยด้วยกันควรช่วยสอดส่อง หากพบผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว และคอยให้ความช่วยเหลือกัน อีกทั้งการที่เราเข้าไปตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจให้กับแรงงานหนุ่มอีสานกลุ่มนี้ พบว่าทั้งจากการตรวจประวัติ ในครอบครัวเกี่ยวกับคลื่นหัวใจผิดปกติ พบว่าแรงงานจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีภาวะคลื่นหัวใจผิดปกติ คิดเป็นจำนวน 1,000 ราย ในแรงงานอีสานหลายพันคน ที่ทำงานในต่างประเทศ และมักพบความผิดปกติดังกล่าวในผู้ชายวัยทำงาน ที่ไปใช้แรงงานในต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 1 ปี” 

“ประธานชมรมป้องกันและฟื้นฟูหัวใจ” ให้ข้อมูลอีกว่า “ ทั้งนี้การป้องกันโรคไหลตายที่สำคัญนั้น คือการเฝ้าระวังตัวเอง และลดปัจจัยเสียข้างต้นที่กล่าวมา โดยเฉพาะหนุ่มๆจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ 1.การเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมกะทันหัน 2.ความเครียดสะสม ในการทำงานกระทั่งทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ การสูบบุหรี่ หรือการดื่มสุราแล้วเข้านอนทันที 3.การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการรับประทานอาหารในกลุ่มที่กระตุ้นน้ำตาลในเลือดสูง เช่น ข้าวเหนียว หรือของหวานให้น้อยลง 4.การตรวจคัดกรองคลื่นไฟฟ้าหัวใจว่าปกติดีอยู่หรือไม่ ในกลุ่มของคนจากภาคอีสาน หรือผู้ที่มีประวัติปู่ย่าตายายมีภาวะคลื่นหัวใจผิดปกติ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ นับเป็นแนวทางในการป้องกันโรคไหลตายได้ทางหนึ่ง” 

ด้าน “นพ.สุวินัย บุษราคัมวงษ์” แพทย์สาขาอายุกรรมสมอง แผนกประกันสังคม รพ.กล้วยน้ำไท 1 บอกคล้ายกันว่า “ สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำร่างกายให้แข็งแรง กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพราะถ้าร่างกายของเราขาดแร่ธาตุโพแทสเซียม นั่นจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเราทำงานหนัก ประกอบการที่เราดื่มสุรา สูบบุหรี่ อีกทั้งพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้อ่อนเพลีย รวมถึงการไม่ตรวจเช็คสุขภาพ โดยเฉพาะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเสียชีวิตด้วยโรคไหลตาย ดังนั้นถ้าเราพบความผิดปกติของคลื่นหัวใจ และปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิตให้เหมาะสม ก็จะทำให้ป้องกันหรือรับมือกับโรคนี้ได้มากยิ่งขึ้น” 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดสาเหตุ และ ความเสี่ยงของ 'โรคใหลตาย' ความตายที่มาโดยไม่รู้ตัว

มีข่าวช็อกในวงการบันเทิงอีกครั้ง เมื่อมีรายงานข่าวว่า 'บีม ปภังกร ฤกษ์เฉลิมพจน์' เสียชีวิต อย่างกะทันหัน ขณะนอนหลับ

'หมอนิธิ' วิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้ไทยเริ่มฉีดวัคซีนได้ช้าลง

ศาสตราจารย์ นพ.นิธิ มหานนท์ ผอ.โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โพสต์เฟซบุ๊ก Nithi Mahanonda โดยระบุข้อความว่า อัตราประชาชนที่ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อเทียบกับที่อื่นๆในโลก