หลังจากวันที่ 1 พ.ย. ไทยเริ่มเปิดประเทศ ศบค.ประกาศให้พื้นที่สีฟ้า 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพ กระบี่ พังงา ภูเก็ต เป็นพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวสามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้แล้ว โดยให้ลูกค้านั่งดื่มในร้านได้จนถึงเวลา 21.00 น. นอกจากนี้ ยังมีงานออกพรรษาที่จัดขึ้นในท้องถิ่นต่างๆ เสี่ยงต่อการรวมกลุ่มตั้งวงดื่มเหล้า หากประมาทการ์ดตกอาจเกิดคลัสเตอร์โควิดใหม่ได้
เพื่อกระตุ้นให้คนไทยใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังและเปลี่ยนพฤติกรรมลด ละ เลิก น้ำเมา สร้างสุขภาวะที่ดี ส่วนคนที่งดเหล้าเข้าพรรษาได้แล้ว ให้ใช้โอกาสออกพรรษาลาขาดจากแอลกอฮออล์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จัดเสวนาออนไลน์ “ออกพรรษาลาเหล้า..เข้าสู่ชีวิตใหม่” เมื่อวานนี้ ซึ่งตลอดปี 2564 ที่ผ่านมา ขับเคลื่อนรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาเข้มข้น ลุยสร้างชุมชนคนสู้เหล้าไม่หยุดใน 9 ภูมิภาค ด้วยโมเดล 3 ช. คือ ชวน ช่วย เชียร์ ผ่านนักรณรงค์ในพื้นที่ และสร้างความร่วมมือต่างๆ กับภาคีเครือข่าย

นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า เครือข่ายงดเหล้าและ สสส. ทำงานในพื้นที่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มสถานศึกษา และกลุ่มชุมชน ภายใต้แนวคิด “สื่อรักให้พักเหล้า” มีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการ 2,000 แห่ง และในชุมชนกว่า 513 แห่ง เป็นระดับหมู่บ้าน ทำงานร่วมกับนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคธุรกิจ โรงงานอุตสาหกรรม รัฐวิสาหกิจ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทยหรือ (อสค.) อย่างต่อเนื่อง
“ เข้าพรรษามีคนปฏิญญาณตนร่วมงดเหล้าครบ 3 เดือน จำนวน 16,651 คน ประหยัดเงินได้ 56 ล้านบาท ถ้าทำทั้งประเทศประหยัดได้ 3 หมื่นล้าน เราอยากขยายแกนนำชมรมคนหัวใจเพชร คนหัวใจหิน คนหัวใจเหล็ก ให้มากขึ้น ผลลัพธ์มากกว่าจำนวนคน ตัวเงิน แต่คือ ความสุขของครอบครัวและความปลอดภัยจากโควิด ในช่วงโรคระบาดยังปรับแผนนอกจากชวนงดเหล้าแล้ว สร้างความรู้ความเข้าใจโควิด รวมถึงวิธีเบื้องต้นในการดูแลผู้ป่วยโควิดที่กักตัวบ้าน รวมทั้งส่งเสริมอาชีพ ทำเกษตรให้พึ่งพาตนเองได้ ส่วนผลสำรวจความสำเร็จภาพรวมระดับประเทศโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 64 จากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) กำลังรวบรวมข้อมูลและสรุปสถิติ คาดว่า เดือน ก.พ.ปีหน้า จะแล้วเสร็จ เข้าพรรษาเปลี่ยนแปลงชีวิตของคน ออกพรรษาแล้วจะมาลาเหล้าเข้าสู่ชีวิตใหม่กัน “ นายธีระให้ภาพชัดเจน

ด้าน นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกำกับทิศทางแผนงานรณรงค์เพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สสส. กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 สังคมต้องปรับการดำเนินชีวิตรูปแบบใหม่ สสส. เปิดกว้างและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนให้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการ เน้นพัฒนาศักยภาพชุมชน และขยายผลการทำงานลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านโครงการ “ชุมชนคนสู้เหล้า” จนเกิดเป็นรูปธรรม ต่อยอดเป็นกลุ่มชมรมคนหัวใจเพชรที่เลิกดื่มเหล้าสำเร็จมาช่วยรณรงค์ต่อในชุมชนได้ ในสถานการณ์โควิดชุมชนปลอดเหล้ามีส่วนแบ่งเบาภาระบุคลากรทางการแพทย์ เพราะไม่มีความเสี่ยงติดเชื้อจากการตั้งวงดื่มหรือดื่มแก้วเดียวกัน ขณะที่ธุรกิจแอลกอฮอล์ก็ปรับตัว ยอดขายแต่ละค่ายยังดี ช่วงที่มีมาตรการห้ามดื่มในร้าน ผับ บาร์ ธุรกิจหันไปเจาะลูกค้าผ่านระบบออนไลน์ ดื่มที่บ้าน
“ ธุรกิจน้ำเมากลยุทธ์เน้นร้านค้าปลีกในหมู่บ้านและท้องถิ่น รวมถึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพการขาย แต่รัฐออกกฎห้ามค้าขายแอลกอฮอล์ผ่านออนไลน์ ปรับตัวขยายเครื่องดื่มสุขภาพมากขึ้น ซึ่งตอกย้ำแบรนด์สินค้าได้ดี ทั้งยังเสริมความแข็งแกร่งทีมงานพร้อมรับ New Normal และ Next Normal ฉะนั้น เครือข่ายงดเหล้าและชุมชนต้องถอดบทเรียน เพิ่มความเข้มแข็ง และรู้เท่าทันกลยุทธ์ เพื่อเกิดประโยชน์กับการทำงานในพื้นที่ ทำให้ผู้ที่ร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษามากขึ้น ชุมชนปลอดเหล้าเพิ่มขึ้น และดึงร้านค้าชุมชนร่วมขับเคลื่อน อีกทั้งจำเป็นต้องเพิ่มเทคโนโลยีดิจิทัลในการทำงานรณรงค์มากขึ้นกับแกนนำในทำงานชุมชนสู้เหล้า เพื่อให้การทำงานตลอดปีเข้มแข็งยิ่งขึ้น “ กรรมการกำกับทิศทางฯ แนะแนวทางสู้ศึกธุรกิจแอลกอฮอล์

เวทีออนไลน์ครั้งนี้ชวน”คนหัวใจหิน”แชร์ประสบการณ์เลิกเหล้าเด็ดขาดตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา หลังออกพรรษาแล้วเขาและเธอยังไม่ขอข้องเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ เพราะเข้าใจแล้ว ยิ่งดื่มยิ่งจน ยิ่งดื่มสุขภาพยิ่งทรุดโทรม ชีวิตมืดมนไร้หนทางถ้าหลงในวังวนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
นายผจญ แก้วเพชร วัย 45 ปี เครือข่ายนักบิดจิตอาสา จ.สงขลา เล่าว่า ดื่มครั้งแรกอายุ 16 ปี เพราะอยากได้รับการยอมรับจากรุ่นพี่ แต่กลับเกิดผลเสียในครอบครัวมากกว่า พ่อก็เสียชีวิตเพราะเมาสุรา ต้องเสียเพื่อนเพราะเมาเหล้า เกือบ 30 ปีที่เมาหัวราน้ำ แต่รอดชีวิตมาได้ มองย้อนกลับไปใช้ชีวิตอย่างประมาท ตัดสินใจหยุดดื่มตั้งแต่มีโควิดระบาด และทำสิ่งที่เกิดประโยชน์กับตัวเอง ตนใช้เวลาว่างขับขี่มอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยว และมีโอกาสรู้จักกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง และ สสส. เรียนรู้โครงการงดเหล้าเข้าพรรษา รับรู้กรณีเหยื่อเมาแล้วขับ ตนไม่อยากมีส่วนในการทำลายอนาคตของใคร จากหยุดตั้งเป้าจะเลิกเหล้าให้ได้ เพราะนอกจากสุขภาพดี ยังมีเงินเหลือใช้จ่ายในครอบครัว
ด้านนางสาวศิริลักษณ์ ภูลิ้นลาย ชาวกาฬสินธุ์ วัย 34 ปี อดีตสาวนักดื่มเข้าสังคม ตัดสินใจหันหลังให้ขวดเหล้าแม้ดื่มมา 20 ปีแล้ว บอกว่า สุขภาพร่างกายได้รับผลกระทบจากการดื่ม ครอบครัวไม่มีความสุข เงินก็ไม่มี ทะเลาะกันบ่อย เพราะสามีดื่มเหล้าเหมือนกันแต่คนละวง ลูกก็ขอให้พ่อแม่เลิก สามีเลิกเหล้าก่อนและชวนให้ตนเลิกก็ตัดสินใจใช้โอกาสช่วงงดเหล้าเข้าพรรษาเข้าร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จะมีคนมาเยี่ยม ให้กำลังใจ ให้เมล็ดพันธุ์ผักมาให้ปลูกเพื่อสร้างกิจกรรมในครอบครัวช่วงเข้าพรรษา ชีวิตหลังงดดื่มเหล้าเปลี่ยนแปลงดีขึ้น ไม่เจ็บป่วย เงินพอใช้ แทนที่จะไปซื้อเหล้าก็เก็บไว้ให้ลูก ลูกภูมิใจที่แม่เลิกเหล้าได้ สำหรับนักดื่มอยากให้คิดถึงสุขภาพและ คิดย้อนไปเงินค่าเหล้าก็เป็นค่าบ้าน ค่าเล่าเรียนได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โจทย์ใหญ่ความเหลื่อมล้ำที่ท้าทายอนาคต “แรงงานทุกคนในไทยต้องได้รับการคุ้มครอง”
ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างด้านแรงงานอย่างรอบด้าน ทั้งความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ความไม่มั่นคงในการจ้างงาน การเปลี่ยนแปลงรูปแบบเศรษฐกิจ
ปั้นอาสาสมัครในระบบโรงพยาบาลสธ.และกทม.เพิ่มขึ้น3,000คน
การเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลของรัฐมีขั้นตอน การคัดกรองผู้ป่วยตามระบบด้วยการยื่นบัตรประจำตัวประชาชน การใช้สิทธิบัตรทอง บัตรประกันสังคม
ปั้นด่านหน้าดูแลใจ! สสส. สานพลัง ธนาคารโลก ยกระดับ “สุขภาพจิต 3 จังหวัดชายแดนใต้” สู่โมเดลระดับภูมิภาค
ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพจิตเป็นหนึ่งในเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์
บ่มเพาะผู้ประกอบการทางสังคม สร้างสังคมสุขภาวะ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน “Learn Show Grow Connect : เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการทางสังคม” เพื่อ
สสส.เปิดบ้านอิ่มใจ ศูนย์พักคนไร้บ้าน ฝึกอาชีพ-ดูแลกายใจฟื้นฟูชีวิต
สสส. สานพลัง ภาคีเครือข่าย เปิด “บ้านอิ่มใจ” ฟื้นฟูและส่งเริมศักยภาพคนไร้บ้านอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ชูแนวคิด Housing First ป้องกันการไร้บ้านถาวร
ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Season Change” เชิงรุก จากงานวิจัยสู่พลังชุมชน รับมือวิกฤตภูมิอากาศ
โลกที่เราเคยคุ้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สภาพอากาศที่เคยคาดเดาได้กลับแปรปรวนรุนแรง ฤดูกาลไม่เป็นไปตามปฏิทินธรรมชาติ ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Season Change” หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

