พลิกวิกฤต...หมู-ไก่แพง กินโปรตีนสัตว์อื่นแทน

            จากกระแสหมูแพงไก่แพงทำให้หลายคน กำลังมองหาแห่งโปรตีนทดแทน กรณีนี้มีคำแนะนำจาก  “อ.สง่า ดามาพงษ์” นักโภชนาการและที่ปรึกษากรมอนามัย และผู้ทรงคุณวุฒิจากสสส.ว่า “ ต้องบอกว่าสำหรับการบริโภคเนื้อหมูนั้น จะให้แหล่งสารอาหารที่หลากหลายตัว คือให้ทั้งโปรตีนรวมถึงไขมัน ประกอบกับถ้าเรายึดหลักการที่ว่า จะกินอาหารอย่างไร เพื่อให้เราไม่ขาดสารอาหารนั้น เช่นถ้าไม่กินหมู แต่ก็ยังมีสารอาหารอื่นที่แทนได้ เช่น การบริโภค “เนื้อไก่” ที่ให้โปรตีนแทนเนื้อหมูนั่นเอง แต่ถ้าหากเราเลือกบริโภคเนื้อไก่แทนเนื้อหมู เราก็จะได้โปรตีนในปริมาณที่เท่ากับการบริโภคเนื้อหมู แต่เราก็จะได้ธาตุเหล็กที่อยู่ไก่ ซึ่งน้อยกว่าธาตุเหล็กที่อยู่ในเนื้อหมูนั่นเอง และถ้าหากในอนาคตเนื้อไก่มีราคาสูงขึ้นจริง แหล่งอาหารที่ให้โปรตีนอีกชนิดคือ “เนื้อปลา” ซึ่งปลาก็มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งปลาทะเล และปลาน้ำจืดที่เราจับได้ในชุมชนของเรา

นอกจากนี้แหล่งอาหารที่มีโปรตีนสูงอีกอย่างคือ “ถั่วเมล็ดแห้ง” ที่หลายคนนึกไม่ออกว่าคืออะไรนั้น เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วเหลืองที่ใช้ปรุงอาหารคาว อย่าง เต้าหู้หลอด เต้าหู้เหลือง เต้าหู้ขาว หรือถ้าเป็นอาหารว่างหรือขนมหวานแบบไทยๆ ที่ทำจากถั่วเหลืองที่ให้โปรตีนสูงได้แก่ ขนมถั่วแปบ ขนมเต้าส่วน ขนมถั่วกวน ในส่วนของการกินโปรตีนที่ได้จากไข่ หากว่าไข่แพงขึ้นนั้น ให้ลองหันมา “ดื่มนม” เราก็จะได้โปรตีนที่สำคัญต่อร่างกาย และถ้าใครที่ดื่มนมอยู่แล้วก็ให้ดื่มเพิ่มขึ้นอีกนิด

“มุมมองส่วนตัวในฐานะนักโภชนาการมองว่า การที่เนื้อหมูขึ้นราคานั้น ซึ่งถ้ามองในแง่ของความเป็นจริงแล้ว โดยทั่วไปถ้าเราทำกับข้าวกินเองที่บ้าน ก็สามารถเลือกเนื้อสัตว์ชนิดอื่นมาปรุงอาหารเพื่อทดแทนเนื้อหมูเนื้อไก่ได้ หรือพูดง่ายๆว่าในกลุ่มของคนที่มีฐานะปานกลาง ซึ่งไม่ใช่คนยากจน การขึ้นราคาเนื้อหมู อาจจะไม่กระทบต่อรายได้มากนัก หากว่าคนที่มีฐานะปานกลางปรุงอาหารรับประทานเองที่บ้าน เพราะอย่าลืมว่าการซื้อเนื้อหมู ในราคากิโลกรัมละประมาณ 200 บาท แต่นั่นจะทำให้สมาชิกในบ้าน 3-4 คนได้กินเนื้อหมูที่ค่อนข้างพอดีกับความต้องการ หรือไม่กระทบต่อค่าใช้จ่ายคนกลุ่มนี้มากนัก หากว่าครอบครัวนั้นไม่ได้ติดเนื้อหมู หรือต้องกินหมูเป็นอาหารหลักอย่างเดียว แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงๆคือกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ที่ปรุงอาหารสดขาย ที่ต้องซื้อเนื้อหมูทีละหลาย 10 กิโลกรัม ซึ่งนั่นก็อาจจะกระทบต่อผู้บริโภค ที่เวลาซื้ออาหารรับประทาน ก็จะได้เนื้อหมูน้อยชิ้นลง

ดังนั้นวิธีแก้ไขถ้าคุณเป็นกลุ่มที่ทำกับข้าวไม่เป็น หรือไม่นิยมปรุงอาหารรับประทานเอง การรับมือที่สำคัญ หากต้องออกไปกินอาหารนอกบ้านนั้น เช่น หากเนื้อหมูแพงขึ้น ก็ให้เปลี่ยนมากินเนื้อปลาแทน โดยการสั่งก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาแทนก๋วยเตี๋ยวหมู หรือ เปลี่ยนมากินลาบไก่แทนลาบหมู หรือกินส้มตำไก่ย่างแทนคอหมูย่าง เป็นต้น

โดยสรุปแล้วทางออกของปัญหาราคาหมูแพงไก่แพงนั้น เราสามารถฉวยเอาช่วงวิกฤตนี้มาพลิกให้เป็นโอกาส เพื่อให้เราได้กินอาหารที่หลายหลาย และยังครบหมู่เหมือนเดิม เช่น ถ้าหมูแพง ไก่แพง ก็เปลี่ยนมาบริโภค เนื้อเป็ด เนื้อวัว กุ้ง หอย ปู ปลาแทน ถ้าหากว่าเราสามารถถบริโภคอาหารกลุ่มเหล่านี้ หรือหันมาดื่มนมเพื่อให้ได้โปรตีนทดแทนการกินเนื้อหมู เพราะอย่าลืมว่าชีวิตของเราไม่ได้อยู่ที่เนื้อหมูเพียงอย่างเดียว แต่เรายังสามารถพลิกแพลง ไปรับประทานเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ที่ให้สารอาหารเช่นเดียวกับหมูได้ ยกตัวอย่างชาวมุสลิมที่บริโภคอาหารเจ เขาก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยที่ไม่ต้องกินเนื้อสัตว์ ดังนั้นถ้าเรารู้จักปรับกายปรับใจให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆได้ เราก็จะมีชีวิตที่สดใสและมีคุณภาพชีวิตที่ดี และไม่เป็นกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากนัก เพียงแค่เรารู้จักการปรับตัวครับ”

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา

จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

'ทรงศักดิ์' ประชุมร่างแผน สสส. ปี 70 เน้นขยายงานสร้างเสริมสุขภาพรายจังหวัด หนุนขับเคลื่อนใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เล็งวัดผลได้ภายใน 1 ปี

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ประจำปี 2570

สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก

สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย

เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง

“เตาปูนโมเดล” พลิกชุมชนสู่เมืองน่าอยู่ สร้างนวัตกรรมลดรายจ่าย ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

เทศบาลตำบลเตาปูน อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนผ่าน “เตาปูนโมเดล” ต้นแบบการจัดการท้องถิ่นที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน

สสส.เผยผลสำเร็จ “โครงการอารักข์สา” สร้างภูมิคุ้มกันเด็กเล็กต้านบุหรี่ไฟฟ้า ครอบคลุม 70 จังหวัด

เด็กไทยเสี่ยงบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่วัยอนุบาล! ทั้งใกล้ชิด และ ได้ลองสูบ “โครงการอารักข์สา” หนุนนวัตกรรมการเรียนรู้ สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด ปลูกฝังทักษะชีวิตและการปฏิเสธปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วัยเยาว์