สส.โรม โพสต์เศร้า! รำลึก 14 ปี 'ลุงนวมทอง' เซ่นรัฐประหาร


เพิ่มเพื่อน    

31 ต.ค.63 - นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญ๙รายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รำลึกครบ 14 ปี นวมทอง ไพรวัลย์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

"สุดท้ายขอให้ลูกๆ และภรรยาจงภูมิใจในตัวพ่อ ไม่ต้องเสียใจ ชาติหน้าเกิดมาคงไม่พบเจอการปฏิวัติอีก ลาก่อน พบกันชาติหน้า"

ส่วนหนึ่งของจดหมายลาตายของคุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์

วันนี้ 31 ตุลาคม 2563 เป็นวันครบ 14 ปี ของการจากไปของคุณลุงนวมทอง

#ลุงนวมทอง คือ ประชาชนคนธรรมดาคนหนึ่งที่ก็มีอาชีพขับรถแท็กซี่อันดูธรรมดา แต่สิ่งที่คุณลุงมีมากกว่าใคร ในช่วงเวลาที่สังคมไทยกำลังถูกกดขี่ด้วยอำนาจเถื่อนนอกรัฐธรรมนูญ ด้วยกำลังทหาร นั่นก็คือ ความกล้าหาญ

คุณลุงขับรถแท็กซี่เข้าชนกับรถถัง เพื่อป่าวประกาศให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่า ผู้มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย ต้องไม่มีข้ออ้างใดๆให้ความชอบธรรมกับการรัฐประหาร

"ไม่มีใครมีอุดมการณ์ มากขนาดยอมพลีชีพได้"

นั่นคือคำพูดที่สะท้อนให้เห็นชัดเหลือเกินว่า ผู้มีอำนาจ คุ้นชินกับความดิบเถื่อน มองประชาชนอย่างไร พวกเขามองด้วยความรู้สึกสูงส่งกว่าประชาชนแค่ไหน และเป็นเรื่องที่น่าเศร้า ที่แม้จะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหนก็ตาม การต่อต้านคณะรัฐประหาร กลับถูกชี้ว่า "มีผู้หนุนหลัง" และ "ไม่ได้มีอุดมการณ์จริง" มันแสดงให้เห็นว่าผู้มีอำนาจไม่เคยเลยที่จะรู้จักประชาชนคนร่วมชาติของตนเอง

และน่าสลดใจที่สุดที่ประชาชนไม่เคยถูกรับฟังจริง ๆ เสียเลย ทำไมต้องถูกผู้มีอำนาจของสังคมไทยบีบให้แสดงเจตจำนงโดยแลกกับชีวิตและทรัพย์สินเสมอไป ทำไมคุณไม่เคยรู้จัก "ฟัง" และ "ยอมรับ" พวกเขาอย่างที่ควรเป็น

ถ้าผู้มีอำนาจของสังคมไทย รู้จักฟังประชาชนให้ดีมากพอ ไม่กระทำการรัฐประหารปล้นอำนาจประชาชน ไม่สร้างประชามติปลอม ๆ แบบเอาอนาคตของประเทศเป็นตัวประกัน ไม่คุกคามประชาชน ไม่ใช้สภาเป็นแค่เครื่องมือเตะถ่วง ไม่ได้เปิดเวทีรับฟังแบบขอไปที และรู้จักเคารพสิทธิมนุษยชน

ถ้าพวกคุณรู้จัก "รับฟัง" ไม่ใช่แค่ "ได้ยิน"

ป่านนี้ทั้งคุณลุงนวมทองและประชาชนคนไทยคงไม่ต้องมีใครถูกบีบให้พิสูจน์อุดมการณ์ด้วยการทำอัตวินิบาตกรรม การพลีชีพหรือเอาอนาคตมาอยู่บนความเสี่ยงเลยแม้แต่คนเดียว


เห็นคนไทยกระฟัดกระเฟียดเอากับรัฐบาลเรื่องวัคซีน นึกถึงตอนเป็นนักเรียน

"วัคซีน" ที่เป็นวรรค-เป็นเวร
เมื่อ"ขาใหญ่"เขาจะใส่กัน
สเตร็คฟัสส์ "แยกอีสาน"
จาก Tony ถึง มิสเตอร์ H
'ไอ้กันวางไข่' มหา'ลัย
กลเกม 'ในศาล-ในถนน'