ดร.เสรี งัด 10 ข้อชัดๆว่าด้วยทรัพย์สินฯ แนะไม่รู้จริงอย่าสะเออะเล่าความเท็จ


เพิ่มเพื่อน    

28 พ.ย.63 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดังนี้

1.) หุ้นของพระองค์ท่านเป็นมรดกตกทอดมาจากบูรพกษัตริย์ ตั้งแต่รัชกาลที่ 5

2.) มูลค่าหุ้นที่สูงขึ้นเกิดจากความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจ (ทุกธุรกิจที่ทรงมีหุ้น)

3.) การที่พระองค์ทรงถือหุ้นมากน้อยแค่ไหน ไม่เกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำ หรือการที่ประเทศไทยยังมีคนยากจน ตรงนี้ไม่เห็นจะเกี่ยวกันอย่างไรเลย โยงไปได้อย่างไร

4.) พระองค์ท่านทรงมีหุ้นเยอะ เกรงจะทรงใช้อำนาจแทรกแซง ขอบอกนะว่าธุรกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต้องมี board มีกรรมการตรวจสอบ มีการประชุมผู้ถือหุ้น มีการรายการบัญชีต่อตลาดหลักทรัพย์ทุกไตรมาส ไม่มีใครทำอะไรผิดจากหลักธรรมาภิบาลได้(อย่าใช้มโนหาเรื่อง)

5.) อ้างว่าทรัพย์สินในพระนามจะตรวจสอบไม่ได้ เข้าใจผิดแล้ว รายได้ของพระองค์เสียภาษีตามกฎหมาย หุ้นในบริษัทมหาชนต้องรายงานผลประกอบการ มีบริษัทตรวจสอบด้านบัญชีรับรองรายงานการเงิน

6.) ทรัพย์สินส่วนพระองค์และทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ แยกกันอยู่แล้ว จะมาเรียกร้องขอให้แยกกันอะไรทำไมอีก เป็นการเรียกร้องแบบหาเรื่องกล่าวหา

7.) นอกเหนือจาก SCB แล้ว บูรพกษัตริย์ของพระราชวงศ์จักรี ทรงลงทุนในธุรกิจหลายอย่างเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย และธุรกิจเหล่านั้นเจริญเติบโตมาตลอด ในเมื่อพระองค์ทรงถือหุ้นจากพระมรดก พระองค์มีพระราชทรัพย์มาก มันจะแปลกตรงไหน

8.) กล่าวหาพระองค์ท่านจะทรงเอาทรัพย์ของราษฎรตรงนั้นตรงนี้ ความเท็จทั้งนั้น ไม่รู้จริงทั้งนั้น พระองค์พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้ประชาชนมากมาย ไม่สำเหนียกรู้เลย

9.) ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ที่ทรงให้เวนคืนเพื่อนำมาสร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ เช่นโรงพยาบาล สวนสาธารณะ ก็นำเอาไปบิดเบือนหาว่าจะเวนคืนเอาไปเป็นทรัพย์ส่วนพระองค์

10.) ทุกธุรกิจที่พระองค์ทรงมีหุ้นอยู่ประกอบธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล มีจริยธรรม ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่มีการทำสิ่งที่ผิดทำนองคลองธรรมแต่อย่างใด และยังมีโครงการที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนมากมาย

ไม่รู้จริง อย่าสะเออะเล่าความเท็จ

ถ้ารู้จริงก็อย่าหน้าด้านบิดเบือน

อย่าหาเรื่องกล่าวหาพระองค์ท่านด้วยเจตนาล้มล้างทำลาย

เด็ก ๆ ทั้งหลายเปิดตา เปิดใจ ฟังคนอื่นนอกเหนือจากแกนนำบนเวที หรือพวกที่ออกรายการทีวีกับพิธีกรใจลำเอียงด้วยอคติบ้างเถอะ จะได้รู้ข้อมูลที่ถูกต้อง
#เบิกเนตรด้วยใจที่เป็นธรรม


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ