
โรคหลอดเลือดสมอง หรือ “Stroke” คร่าชีวิตคนไทยมากเป็นอันดับ 2 รองจากโรคมะเร็ง ตัวเลขผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตพุ่งสูง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีสถิติน่าวิตก ข้อมูลปี 2567 จากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า มีผู้ป่วยโรคนี้สะสมกว่า 3.5 แสนคน และเสียชีวิตเกือบ 4 หมื่นคนต่อปี หากมองเฉพาะจังหวัดขอนแก่น ในช่วงปี 2563-2565 พบผู้ป่วยรายใหม่กว่า 2,000 คนต่อปี ปัญหาที่แท้จริงซ่อนอยู่ในพฤติกรรมการใช้ชีวิต กินไม่ถูกหลัก ไม่ออกกำลังกาย เครียดสะสม และยังมีปัจจัยเสี่ยงอย่างบุหรี่และสุรา
ในท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว “บ้านกุดโง้ง” หมู่ที่ 3 ตำบลหนองโน อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น กลายเป็นเวทีพิสูจน์ว่า การสร้างสุขภาพดีไม่ใช่หน้าที่ของหมอเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องลงมือทำร่วมกัน

เริ่มต้นจากปัญหา สู่การสร้างต้นแบบ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จับมือองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น และภาคีเครือข่าย ใช้ “แนวทางร่วมทุน” หรือ Co-investment ปักหมุดบ้านกุดโง้งเป็นพื้นที่นำร่อง เป้าหมายไม่ใช่เพียงการลดจำนวนผู้ป่วย แต่ต้องสร้างระบบและพฤติกรรมสุขภาพที่ยั่งยืน

หลักการทำงานใช้ “3อ 2ส 1น” เป็นเข็มทิศ
3อ : อาหารดี ออกกำลังกายดี อารมณ์ดี
2ส : งดสูบบุหรี่ งดดื่มสุรา
1น : ปรับนาฬิกาชีวิตให้สมดุล
ฟังดูง่าย แต่สิ่งสำคัญคือการทำให้เกิดขึ้นจริงในทุกครัวเรือน ทีมงานเริ่มจากการสำรวจข้อมูลสุขภาพชุมชน แยกกลุ่มเสี่ยงเป็นระดับต่ำ ปานกลาง สูง และสูงมาก เพื่อกำหนดวิธีดูแลที่เหมาะสม มีการติดตั้งเครื่องตรวจวัดสุขภาพ (Health Station) จัดกิจกรรม “กินให้เป็น เย็นให้พอ เลิกบุหรี่คุณก็ทำได้” และตั้งพันธสัญญา 90 วันให้ทุกคนร่วมกันปรับพฤติกรรม
พลังเครือข่ายเล็กที่สร้างผลใหญ่
หัวใจของความสำเร็จอยู่ที่ “การมีส่วนร่วม” บ้านกุดโง้งมีคณะกรรมการบริหารโครงการ 12 คน และคณะทำงานแกนนำสุขภาพ 24 คน รวมทั้ง อสม. 24 คน และบุคลากร รพ.สต.อีก 6 คน ทุกคนทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยและครอบครัว

นายวีระ นิจไตรรัตน์ อดีตกรรมการบริหารแผน สสส. เล่าว่า เพียง 90 วันหลังเริ่มโครงการ จำนวนผู้ป่วยที่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้เพิ่มจาก 16 คน เป็น 36 คน ไม่เพียงแต่ตัวเลขที่ดีขึ้น แต่ผู้คนเริ่ม “เห็นคุณค่าของการดูแลตนเอง” มากขึ้น
กิจกรรมประจำสัปดาห์ เช่น ออกกำลังกายร่วมกัน ปลูกผักสวนครัวในทุกบ้าน และงานบุญปลอดเหล้า กลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่ผสานอยู่ในวิถีชีวิตประจำวัน
นโยบายท้องถิ่นหนุนเต็มที่

อบจ.ขอนแก่น โดยนายวัฒนา ช่างเหลา นายก อบจ. และทีมงาน เดินหน้าสนับสนุนทุกโครงการสุขภาพ โดยเฉพาะการยกระดับ รพ.สต. 248 แห่งทั่วจังหวัดให้เป็น “รพ.สต.พรีเมียม” ทำงานเชื่อมกับชุมชนอย่างใกล้ชิด แนวทางนี้ทำให้การป้องกันโรค NCDs อย่างเบาหวาน ความดัน และโรคหลอดเลือดสมอง เข้าถึงประชาชนตรงจุด
พญ.วรุณยุพา พรพลทอง รักษาการหัวหน้าฝ่ายบริการสาธารณสุข อบจ.ขอนแก่น อธิบายว่า ความสำเร็จของบ้านกุดโง้งเกิดจาก “พลัง 3 หมอ” คือ ตัวเราเอง หมออสม. และหมอ รพ.สต. ที่ช่วยกันดูแลทุกขั้นตอน

ผลลัพธ์ที่จับต้องได้
จากประชากร 1,172 คน บ้านกุดโง้งมีผู้ป่วย NCDs จำนวน 150 คน ในนี้เป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง 7 คน หลังดำเนินโครงการ พบว่าค่าความดันโลหิต ค่าน้ำตาล และดัชนีมวลกายของชาวบ้านดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยความสำเร็จมี 5 ข้อชัดเจน ได้แก่ สำรวจข้อมูลสุขภาพต่อเนื่อง ส่งเสริมให้ปรับพฤติกรรมอย่างจริงจัง จัดอบรมความรู้ สร้างพันธสัญญา 90 วันเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง และเฝ้าระวังและประเมินผลเป็นระยะ

บทเรียนสู่อนาคต
บ้านกุดโง้งพิสูจน์แล้วว่า “สุขภาพดีเริ่มที่ชุมชน” ไม่ใช่เพียงสโลแกนสวยหรู แต่คือการลงมือทำจริง และต้องทำอย่างต่อเนื่อง เมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น บุคลากรสาธารณสุข และประชาชน ผลลัพธ์ที่ได้คือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และความหวังที่จะลดตัวเลขผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระยะยาว
จากพื้นที่เล็กๆ ในขอนแก่น วันนี้บ้านกุดโง้งกำลังกลายเป็น “ต้นแบบสุขภาพ” ที่พร้อมให้พื้นที่อื่นๆ ศึกษาและนำไปปรับใช้ เพราะในที่สุดแล้ว สุขภาพที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่มาจาก “ทุกลมหายใจที่เราลงมือดูแลตัวเอง”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“หมอประกิต” ไม่เชื่อ รัฐบาลแก้ พ.ร.บ.สสส. เพราะ NCDs ไม่ลด ปลุกทุกฝ่ายให้ตื่น การควบคุม NCDs ต้องทำด้วยกัน หวังให้หน่วยงานเดียวทำให้สำเร็จไปไม่รอด
จากกรณีที่นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยสาเหตุที่รัฐบาลจะแก้ พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544
เลขาธิการฯ ยุวทัศน์ฯ ชวนคนไทยจับตาพฤติกรรม “เอกภพ” อดีตโทรโข่งเครือข่ายสนับสนุนบุหรี่สู่เก้าอี้โฆษกรัฐบาล แจงโฆษกรัฐบาลปล่อยข่าวปลอมสร้างความสับสนให้ประชาชน
จากกรณีที่นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยแพร่เนื้อหาในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ Facebook ชื่อ “หมอเอก Ekkapob Pianpises”
นักวิชาการ หนุนหมอเอกรื้อการปรับอัตราภาษียาสูบปี 60 มาตรวจสอบใหม่ ตั้งคำถามหาต้นตอคนรับผิดชอบ ตั้งแต่ปี 60 รัฐสูญภาษีปีละ 2 หมื่นล้าน
จากกรณีนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกรัฐบาล ตั้งคำถามถึงการปรับโครงสร้างภาษียาสูบ ปี 2560 ที่เปลี่ยนจากภาษีอัตราเดียวที่ไทยใช้มาตลอด เป็น 2 อัตรา
กสม.ห่วงสิทธิปชช. ภท.โต้ฮุบ4องค์กร
"ณัฐพงษ์" ดักทางรื้อที่มารายได้ 4 กองทุน อย่ารวบอำนาจทุกอย่างและคุมไทยพีบีเอสสื่อสาธารณะ "กสม."
'ณัฐพงษ์' ดักคอแก้กฎหมายรื้อภาษีบาป รัฐบาลต้องไม่รวบอำนาจคุมสื่อ-องค์กร
‘ณัฐพงษ์’ ดักทาง ‘ภูมิใจไทย’ รื้อที่มารายได้ 4 กองทุน ‘ไทยพีบีเอส-สสส.-กองทุนผู้สูงอายุ-กองทุนพัฒนาการกีฬาฯ’ ย้ำต้องคงความอิสระ-เสรีภาพสื่อ เตือนรัฐอย่ารวบอำนาจสั่งการคุมสื่อสาธารณะ ซัด รัฐไม่ควรทำให้เอกชนต้องจ่ายภาษีบาปน้อยลง

