125 ปี อลังการงานแห่เทียนพรรษาเมืองอุบลฯ

งดงามตระการตาต้นเทียนพรรษา วัดไชยมงคล

สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้พาไปทำความรู้จักกับเบื้องหลังการสร้างสรรค์ต้นเทียนพรรษา ศิลปะอันทรงคุณค่าที่ช่างฝีมือชาวอุบลราชธานีใช้ทั้งเวลาและความประณีตในการแกะสลักลวดลายลงบนต้นเทียน แต่เมื่อผลงานทุกชิ้นเสร็จสมบูรณ์ การเดินทางของต้นเทียนกว่า 40 ต้นจะมุ่งสู่บริเวณทุ่งศรีเมืองมาอวดโฉมในวันที่ 28-30 กรกฎาคม 2569  สถานที่จัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี

ถึงไม่ได้มีข้อมูลประโคมว่า งานแห่เทียนเข้าพรรษาเมืองอุบลฯนี้ มีอายุเกิน 100 ปี และปีนี้เข้าสู่ปีที่  125 ปีแล้ว แต่พอได้เห็นภาพของประชาชนคราคร่ำที่พากันสู้ฝน เพื่อชมขบวนแห่เทียน ก็จะเห็นได้ถึงจิตถึงใจของผู้คนของเมืองดอกบัว ว่าผูกพันธ์กับประเพณีวัฒนธรรมแห่เทียนเข้าพรรษามากเพียงใด

 ก่อนเข้าสู่ขบวนแห่เทียนพรรษาอย่างเป็นทางการ ค่ำคืนของวันที่ 28 กรกฎาคม คือช่วงเวลาที่ชาวอุบลราชธานีเรียกว่า “วันโฮมเทียน” หรือ “วันรวมเทียน” วันที่ต้นเทียนจากทุกคุ้มวัดและชุมชนเคลื่อนมารวมตัวกัน ณ ทุ่งศรีเมือง ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักไปด้วยผู้คนและการเตรียมความพร้อมในทุกขั้นตอน ทั้งการประดับตกแต่งขบวน ตรวจสอบความเรียบร้อย และซักซ้อมริ้วขบวนเป็นครั้งสุดท้าย

ค่ำคืนนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เดินชมต้นเทียนอย่างใกล้ชิด ชื่นชมลวดลายแกะสลักอันวิจิตรที่โดดเด่นท่ามกลางแสงไฟยามค่ำคืน พร้อมสัมผัสบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจของคนอุบลฯ ที่ร่วมกันสืบสานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ซึ่งไม่เพียงเป็นประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนา แต่ยังเป็นงานศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่มีชีวิต

ต้นเทียนพรรษาที่แกะสลักเรื่องราวระหว่างพระพุทธเจ้าและธิดาพญามาร

เช้าวันที่ 29 กรกฎาคม บริเวณทุ่งศรีเมืองมีฝนโปรยปรายลงมาเป็นระยะ แต่ไม่ได้ทำให้บรรยากาศการรอชมขบวนแห่เทียนพรรษาเงียบเหงาลง ชาวอุบลราชธานีและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศต่างทยอยมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่เช้า บางคนนั่งบนอัฒจันทร์ที่จังหวัดจัดเตรียมไว้กว่า 5,000 ที่นั่ง ขณะที่อีกหลายคนกางร่มยืนรออยู่ริมสองฝั่งถนน เพื่อรอชมขบวนในมุมที่มองเห็นได้ชัดที่สุด แม้ฝนจะตกสลับหยุด แต่ไม่มีใครยอมละสายตาจากเส้นทางขบวน เช่นเดียวกับเรา ที่เฝ้ารอช่วงเวลาที่ต้นเทียนพรรษาอันวิจิตรงดงามจะค่อย ๆ เคลื่อนผ่านตรงหน้า

ต้นเทียนพรรษาโบราณ

ขบวนแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีเริ่มต้นขึ้นด้วยขบวนอัญเชิญเทียนพรรษาพระราชทาน ผ้าอาบน้ำฝนพระราชทาน และถ้วยรางวัลพระราชทาน ก่อนต่อด้วยขบวนเฉลิมพระเกียรติ และขบวนเทียนโบราณที่สะท้อนรากเหง้าของประเพณีอันงดงาม เมื่อขบวนเทียนจากแต่ละคุ้มวัดทยอยเคลื่อนผ่าน ความวิจิตรของงานแกะสลักก็เผยให้เห็นอย่างใกล้ชิด โดยหนึ่งในต้นเทียนที่สะกดทุกสายตาคือผลงานของวัดผาสุกการาม เจ้าของรางวัลชนะเลิศประเภทแกะสลักเทียนพรรษาขนาดใหญ่ ประจำปี 2568 โดดเด่นด้วยประติมากรรมช้าง 33 เศียร ที่ร่วมจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่

ประชาชนร่วมชมขบวนแห่เทียนพรรษา

อีกหนึ่งต้นเทียนที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน คือผลงานของวัดศรีประดู่ ในประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่ ถ่ายทอดเรื่องราวเนมิราชชาดก พุทธชาดกชาติที่ 4 ว่าด้วยพระเนมิราชผู้ได้รับเชิญจากพระอินทร์ให้ขึ้นสวรรค์จากผลแห่งการทำความดี แต่ก่อนถึงสวรรค์ พระองค์ทรงขอแวะชมนรก เพื่อนำสิ่งที่ได้เห็นกลับมาเป็นข้อคิดและคำสอนแก่ผู้คน ความโดดเด่นของต้นเทียนวัดศรีประดู่ คือ ลวดลายโบราณเข้ากับลวดลายสร้างสรรค์ใหม่ และที่ต้นเทียนประดับลาย เบญจบุปผาราชินีพระพันปีหลวง ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากดอกไม้พระราชทาน 5 ชนิดของจังหวัดอุบลราชธานี ขณะที่ด้านหลังต้นเทียนถ่ายทอดภาพนรก พร้อมเหล่าอสูรกายและภูตผีตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาได้อย่างสมจริง

ลายติดพิมพ์แบบโบราณของวัดแจ้ง

อีกขบวนที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ ผู้คนก็เริ่มขยับเข้าไปมุงชมบริเวณหน้าขบวนจนแน่น เราเองต้องค่อย ๆ แทรกตัวผ่านฝูงชนเพื่อเข้าไปดูว่าอะไรคือสิ่งที่ดึงดูดสายตาผู้คนได้มากขนาดนั้นคือ ขบวนเป็นการแสดงจากโรงเรียนเดชอุดม ในชุดเทียนธรรมเรืองเดชา ประกาศเดโชไชย เดชอุดมเทิดไท้ ธรรมราชัน ที่ผสมผสานนาฏศิลป์ร่วมสมัยเข้ากับศิลปะการแสดงไทยได้อย่างลงตัว ทุกท่วงท่าอ่อนช้อยแต่เปี่ยมด้วยพลัง สร้างความแปลกใหม่จนผู้ชมต่างหยุดยืนชมและบันทึกภาพตลอดเส้นทาง และต้นเทียนพรรษาขนาดใหญ่ของวัดเมืองเดชก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่สะกดทุกสายตา ด้วยงานแกะสลักขี้ผึ้งที่วิจิตรบรรจง รายละเอียดของลวดลายและองค์ประกอบต่าง ๆ ถูกแกะสลักอย่างประณีต จนทำให้ต้นเทียนดูสง่างามและทรงพลังเมื่อเคลื่อนผ่านผู้ชม

วัดศรีประดู่ถ่ายทอดเรื่องราวในนรกได้อย่างสมจริง

ฝนเริ่มจะตกหนักขึ้น แต่ขบวนแห่เทียนพรรษายังคงเคลื่อนผ่านอย่างต่อเนื่อง นางรำยังร่ายรำด้วยรอยยิ้มท่ามกลางสายฝน ขณะที่ผู้ชมสองฝั่งถนนต่างกางร่มยืนชมให้กำลังใจตลอดเส้นทาง ขบวนต่อมาเป็นต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ขนาดกลางของวัดแจ้ง โดดเด่นด้วยสีไข่นวลอันเป็นเอกลักษณ์จากกรรมวิธีการผสมเนื้อเทียนที่สืบทอดมายาวนานกว่า 50 ปี พร้อมลวดลายไทยดั้งเดิมที่ติดเรียงอย่างประณีต จากนั้นเป็นต้นเทียนของวัดพระธาตุหนองบัว ที่ออกแบบให้ผู้ชมทั้งสองฝั่งถนนสามารถมองเห็นความงดงามของต้นเทียนได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะยืนอยู่มุมไหนก็ชมรายละเอียดของงานแกะสลักได้ไม่ต่างกัน

นางรำโชว์ความงดงามของท่วงท่าที่อ่อนช้อย

อีกหนึ่งขบวนที่สะดุดตาคือขบวนของอำเภอน้ำยืน ซึ่งโดดเด่นมาแต่ไกลด้วยรูปพญามาร หรือท้าววสวัตตี ผู้ขัดขวางการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ก่อนจะพ่ายแพ้ต่อพระแม่ธรณี ช่างเทียนแกะสลักสีหน้าและสัดส่วนได้อย่างสมจริง  พร้อมเพิ่มสีสันด้วยผู้ร่วมขบวนที่แต่งกายคอสเพลย์เป็นต้นเทียน เรียกความสนใจและรอยยิ้มจากผู้ชมตลอดเส้นทาง

เมื่อขบวนเคลื่อนเข้าสู่ช่วงบ่ายแก่ ๆ สายฝนเริ่มซาลง แสงแดดค่อย ๆ ส่องมากระทบต้นเทียนที่ยังเคลื่อนผ่านอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลวดลายของงานแกะสลักยิ่งดูโดดเด่นสะดุดตา หนึ่งในขบวนที่เรียกสายตาผู้ชมได้ตลอดเส้นทางคือขบวนของวัดไชยมงคล เจ้าของฉายา “พญาเทียน” ด้วยต้นเทียนพรรษาขนาดใหญ่ ทั้งสูงและยาวอย่างน่าประทับใจ ตัวละครแต่ละองค์ถูกแกะสลักได้สัดส่วนสมจริง พร้อมรายละเอียดที่ประณีตในทุกมุม

สีสันของต้นเทียนของวัดศรีประดู่

ฉากที่สะดุดตาที่สุดคือ พระพุทธเจ้าผจญธิดามาร ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของนางราคะ นางตัณหา และนางอรดี ธิดาทั้งสามของพญามารที่เข้ามายั่วยวนพระพุทธองค์ ช่างเทียนแกะสลักอิริยาบถ เครื่องทรง และผืนผ้าที่พลิ้วไหวได้อย่างอ่อนช้อย จนทำให้ฉากบนต้นเทียนดูราวกับมีชีวิต และต่อด้วยขบวนแห่เทียนพรรษาที่เหลือ  ปิดฉากการแห่เทียนพรรษาในภาคกลางวัน

ลายเบญจบุปผาราชินีพระพันปีหลวง สุดงดงาม

เข้าสู่ช่วงค่ำ ความงดงามของต้นเทียนพรรษาก็เปลี่ยนไปอีกแบบ แต่ละต้นถูกนำมาจัดแสดงประจำจุด พร้อมประดับไฟที่ช่วยขับให้ลวดลายขี้ผึ้งและรายละเอียดของงานช่างดูโดดเด่นกว่าที่เห็นในเวลากลางวัน ทำให้ผู้คนต่างเดินชมและเก็บภาพกันอย่างต่อเนื่อง  ตลอดการชมครั้งนี้ สิ่งที่ประทับใจไม่ใช่เพียงความงดงามของขบวนแห่ต้นเทียนพรรษา แต่คือความตั้งใจของช่างเทียน ผู้แสดง และชาวอุบลราชธานีที่ร่วมกันสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่านี้ แม้ฝนจะตกหรือแดดจะออก ขบวนแห่ก็ยังคงดำเนินต่อไป สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้มาเยือน

ประชาชนมุงขมขบวนแห่เทียนพรรษา
ใบลานใช้ในการทำเทียนโบราณ
 บนอัฒจันทร์ประชาชนนั่งรอชมขบวนแห่เทียนเทียนหนาแน่น
 วงดนตรีบรรเลงเพลงสนุกสนาน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บิ๊กดุลย์' เชื่อพื้นที่แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา!

'บิ๊กดุลย์' ยันสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังปกติ เชื่อหน่วยในพื้นที่แก้ปัญหาได้ ปัดตอบชายแดนใต้ระอุ โยงกระบวนการพูดคุยเดินหน้าหรือไม่

'สุดาวรรณ' ยิ้มไม่ตอบสื่อหลังถูกถาม ยื่นตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี กังวลคดีหรือไม่

ที่โรงแรมเอสซี พาร์ค น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาร่วมงานอบรมสัมมนา สส. พร

มหกรรมมวยไทยนานาชาติ 'น้ำยืนไฟต์'หน้าเทศบาลอ.น้ำยืน ลดความตึงเครียดชายแดน

"น้ำยืนไฟต์ เดือดแน่!" ส.ส.กังฟู" วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง , นายสมศักดิ์ บุญประชุม ส.ส.เขต 10 จ.อุบลราชธานี พรรคไทรวมพลัง , นายสมชัย ริทัศน์โส ปลัดอาวุโส ผู้แทนนายอาทิตย์ บุษบา นายอำเภอน้ำยืน , "เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และนายสรวีร์ ฤทธิชัย ร่วมแถลงข่าวมหกกรรมมวยไทยนานาชาติ "งานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่าชาวอำเภอน้ำยืน ประจำปี 2569 "น้ำยืนไฟต์" 19 มี.ค.69 ที่เวทีมวยชั่วคราวลานหน้าเทศบาลอำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานี

โอนครบ! เยียวยาชายแดน 7 จังหวัด 6.9 แสนครัวเรือน 3.3 พันล้านบาท

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 และวันที่ 23 ธันวาคม 2568 เห็นชอบให้จ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์