ตามรอย 2 แหล่งมรดกโลก - ถิ่นพญานาค

กู่นางอุสา เพิงหินรูปทรงคล้ายดอกเห็ด

อุดรธานีอาจเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองใหญ่แห่งภาคอีสาน แต่เมื่อได้ออกเดินทางจริงจะพบว่า จังหวัดแห่งนี้มีเรื่องราวให้ค้นหามากกว่าที่คิด เพราะเป็นจังหวัดเดียวของประเทศไทยที่มีแหล่งมรดกโลกถึง 2 แห่ง ทั้งแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงและอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท สะท้อนร่องรอยอารยธรรมที่สืบทอดมายาวนาน การเดินทางครั้งนี้ยังเป็นการทำความรู้จักตัวตนของอุดรธานีผ่านพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี และได้สัมผัสแรงศรัทธาที่คำชะโนด ดินแดนแห่งความเชื่ออันเลื่องชื่อ ทุกจุดหมายล้วนเชื่อมโยงอดีต ความเชื่อ และวิถีชีวิตของผู้คน จนทำให้เห็นเสน่ห์ของอุดรธานีในมุมอื่นมากกว่าที่เคยรู้จัก

จุดหมายแรกมาทำความรู้จักอุดรธานีให้ลึกกว่าการเป็นเมืองใหญ่แห่งอีสาน พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานีคือจุดเริ่มต้นที่ไม่ควรพลาด ตั้งอยู่ริมหนองประจักษ์ บรรยากาศร่มรื่น โดดเด่นด้วยอาคารศูนย์บริการดีไซน์ร่วมสมัยที่นำลวดลายผ้าหมี่ขิดมาเป็นแรงบันดาลใจ ส่วนอาคารจัดแสดงเป็นอาคารราชินูทิศอายุกว่า 100 ปี สถาปัตยกรรมโคโลเนียลสีเหลืองนวลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เพียงเดินชมรอบอาคารก็สัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของเมืองเก่าที่ยังคงมีชีวิต

ภาชนะดินเผาลวดลายสีแดง เอกลักษ์ของบ้านเชียง

ก้าวเข้าไปด้านในเหมือนได้ออกเดินทางย้อนเวลา ผ่านนิทรรศการกว่า 26 ห้องที่ถ่ายทอดเรื่องราวของอุดรธานีตั้งแต่กำเนิดผืนแผ่นดิน เมื่อครั้งอีสานยังจมอยู่ใต้ทะเล การค้นพบฟอสซิล ไดโนเสาร์ แหล่งเกลือและแร่โพแทช ไปจนถึงพัฒนาการของเมืองที่เติบโตจากชุมชนเล็ก ๆ สู่ศูนย์กลางสำคัญของภาคอีสาน ทุกห้องใช้สื่อสมัยใหม่ช่วยให้เรื่องประวัติศาสตร์เข้าใจง่ายและชวนติดตามตลอดเส้นทาง

เดินขึ้นสู่ชั้นบน เรื่องราวค่อย ๆ เชื่อมโยงสู่อุดรธานีในยุคใหม่ ทั้งการกำเนิดเมืองหมากแข้ง การมาถึงของรถไฟ สงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามเย็น และอิทธิพลของทหารอเมริกันที่เปลี่ยนโฉมเมือง ก่อนปิดท้ายด้วยห้องจัดแสดงบุคคลสำคัญผู้สร้างอุดรธานี และเมื่อเดินออกมายืนรับลมที่ระเบียง ภาพไหบ้านเชียงขนาดใหญ่ริมหนองประจักษ์ที่ตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้า ก็เปรียบเสมือนการเชื่อมโยงเรื่องราวของเมืองตั้งแต่อดีตสู่ปัจจุบัน

หลุมขุดค้นจำลอง

ไปต่อที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี จุดหมายแรกของทริปนี้  ที่จะพาย้อนรอยเรื่องราวของชุมชนโบราณแห่งนี้ ภายในพิพิธภัณฑ์รวบรวมโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบจากพื้นที่จริง ทั้งภาชนะดินเผาลวดลายสีแดง เครื่องมือ เครื่องประดับสำริดและเหล็ก รวมถึงหลักฐานที่บอกเล่าการดำรงชีวิต การตั้งถิ่นฐาน และพัฒนาการของชุมชนยุคก่อนประวัติศาสตร์ จัดแสดงไว้อย่างเป็นลำดับ ทำให้เดินชมได้อย่างต่อเนื่องและเข้าใจเรื่องราวของบ้านเชียงได้ง่ายขึ้น

ถ้ำพระ มีประติมากรรมพระพุทธรูปแกะสลัก

พิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยอาคารจัดแสดง 3 หลัง โดยอาคารกัลยาณิวัฒนาเป็นอาคารหลักที่จัดแสดงนิทรรศการถาวร แบ่งออกเป็น 9 ส่วน เริ่มตั้งแต่การเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อปี พ.ศ. 2515 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการศึกษาทางโบราณคดี ก่อนพาไปรู้จักขั้นตอนการทำงานของนักโบราณคดี หลุมขุดค้นจำลอง และโบราณวัตถุจากวัดโพธิ์ศรีที่สะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ และพัฒนาการของวัฒนธรรมบ้านเชียงทั้ง 3 สมัย รวมถึงนิทรรศการการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี พ.ศ. 2535

พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี อาคารราชินูทิศอายุกว่า 100 ปี

เดินชมพิพิธภัณฑ์จนเข้าใจเรื่องราวของบ้านเชียงแล้ว ก็เดินทางต่อไปยัง หลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์ พื้นที่แห่งนี้เริ่มมีการขุดค้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 และพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเพื่อให้ผู้มาเยือนได้เห็นหลุมขุดค้นจริง ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 มีการปรับปรุงพื้นที่และเชื่อมหลุมจัดแสดงเดิมเข้าด้วยกัน จากการสำรวจพบหลุมฝังศพทั้งหมด 52 หลุม โดยยังคงอนุรักษ์ไว้ในพื้นที่ 47 หลุม ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นหลักฐานทางโบราณคดีในสภาพเดิม และเชื่อมโยงเรื่องราวจากในพิพิธภัณฑ์สู่สถานที่ค้นพบจริง

รูปปั้นกรมหลวงประจักษ์ ผู้ริเริ่มก่อตั้งจังหวัดอุดรธานี
หลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน

อีกหนึ่งมรดกโลกที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทที่เต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะเมื่อได้ยืนอยู่ต่อหน้าภาพเขียนสีโบราณที่มีอายุนับพันปี บนหน้าผาเดียวกันปรากฏร่องรอยศิลปะจากสองยุค ทั้งภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์และภาพช้างสีแดงขนาดใหญ่จากสมัยล้านช้างที่โดดเด่นสะดุดตา ราวกับกำลังเล่าเรื่องราวข้ามกาลเวลา จากนั้นเดินต่อไปยังกู่นางอุสา เพิงหินรูปทรงคล้ายดอกเห็ด ที่ใต้เพิงหินยังคงปรากฏภาพเขียนสีอายุราว 2,500-3,000 ปี พร้อมร่องรอยการสกัดหลุมและใบเสมาขนาดใหญ่ล้อมรอบทั้ง 8 ทิศ สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางของความเชื่อและพิธีกรรมในอดีต

เดินชมวิวต้นชะโนด

ลัดเลาะตามทางเดินอีกไม่นานก็ถึง บ่อน้ำนางอุสา บ่อน้ำสี่เหลี่ยมที่ถูกสกัดลงบนโขดหินขนาดใหญ่ เมื่อมองลงไปในบ่อที่ลึกกว่า 4 เมตร ก็อดจินตนาการไม่ได้ว่าครั้งหนึ่งที่นี่คงเป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำคัญของพระสงฆ์หรือผู้ประกอบพิธีกรรมในสมัยทวารวดี ร่องน้ำที่สกัดเชื่อมต่อไปยังลำห้วยใกล้เคียงยังแสดงให้เห็นภูมิปัญญาการจัดการน้ำของผู้คนในอดีต และยิ่งน่าทึ่งเมื่อทราบว่านี่คือบ่อน้ำเพียงแห่งเดียวในภูพระบาทที่มนุษย์ดัดแปลงจากหินธรรมชาติจนกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้งานได้จริง

อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือ ถ้ำวัว และถ้ำคน สองเพิงหินที่เก็บรักษาภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ถ้ำวัวเผยภาพสัตว์นานาชนิด ทั้งวัวมีโหนก ลูกวัว และสัตว์ป่า สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนเมื่อกว่า 3,000 ปีก่อน ขณะที่ถ้ำคนโดดเด่นด้วยภาพมนุษย์ 7 คนที่วาดได้อย่างสมจริง ทั้งท่าทางการเคลื่อนไหวและรายละเอียดของร่างกาย จนเหมือนผู้คนในอดีตกำลังมีชีวิตอยู่ต่อหน้าสายตา  ภายในอุทยานฯ ยังมีแหล่งโบราณคดีสำคัญอีกหลายแห่ง เช่น ฉางข้าวนายพราน โบสถ์วัดพ่อตา คอกม้าท้าวบารส วัดลูกเขย และหินมณฑลพิธี ซึ่งล้วนเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์และความเชื่ออันยาวนานของดินแดนแห่งนี้

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่คำชะโนด
วัดสระมณี ไหว้พญานาค 4 ตระกูล

มาเยือนอุดรธานีทั้งที จุดหมายที่หลายคนตั้งใจต้องมาสักครั้งคือ คำชะโนด อ.บ้านดุง ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่าเป็นประตูเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับเมืองพญานาคของปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมาเทวี แม้จะเคยมาเมื่อ 5-6 ปีก่อน แต่ครั้งนี้บรรยากาศเปลี่ยนไปมาก มีการจัดพื้นที่อย่างเป็นระเบียบ ทั้งจุดบวงสรวง ทางเดิน และลานสักการะ ทำให้การเดินเที่ยวสะดวกขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงสัมผัสได้ถึงพลังแห่งศรัทธาที่อบอวลไปทั่วเกาะคำชะโนด

เดินเข้าสู่ด้านใน สะพานไม้และทางเดินที่ทอดผ่านป่าต้นชะโนดสูงใหญ่ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้าสู่อีกโลกหนึ่ง ท่ามกลางความร่มรื่นและเงียบสงบ ผู้คนต่างแวะกราบสักการะองค์ปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมาเทวี พร้อมตั้งจิตอธิษฐานตามความเชื่อ ก่อนใช้เวลาเดินชมธรรมชาติของเกาะคำชะโนดที่ยังคงมีเสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย

พญานาคด้านหลังอุโบสถ
 ภาพเขียนสีรูปคน 7 คน ที่ถ่ายทอดรูปร่างมนุษย์ในลักษณะสมจริง

ตามรอยสายพญานาคต่อไปยัง วัดสระมณี อ.หนองหาน เพียงก้าวลงจากรถก็ต้องหยุดมองด้วยความตื่นตา เมื่อได้เห็นพญานาค 4 ตระกูล ได้แก่ พญาวิรูปักษ์นาคราช พญากัณหาโคตรมะนาคราช พญาฉัพพยาปุตตะนาคราช และพญาเอราปถนาคราช โอบล้อมพระอุโบสถไว้อย่างวิจิตรงดงาม ภายในประดิษฐานพระพุทธพิบูลธนาภิรมย์ ส่วนด้านข้างเป็นศาลหลวงปู่โคตรที่ผู้คนแวะมากราบไหว้ขอพรและขอโชคลาภ ทำให้วัดแห่งนี้เป็นอีกจุดหมายที่เปี่ยมทั้งศิลปะ ความศรัทธา และความสงบใจของผู้มาเยือน

 ทางเดินไปยังภูพระบาทฯ  

อุดรธานี…ที่นี่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าค้นหา ทั้งมรดกโลก ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความศรัทธาที่หล่อหลอมเป็นเสน่ห์ของเมือง หากกำลังมองหาจุดหมายสักแห่งที่ครบรส ลองเปิดใจมาเยือนอุดรธานีสักครั้ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โค้งสุดท้าย! พลาดแล้วจะเสียดาย กับงาน “OSS & SMEs GROW TOGETHER FAIR 2026” @อุดรธานี

ใครยังไม่มา รีบพุ่งตัวมาด่วนๆ บอกเลยว่าวันสุดท้ายแบบนี้ พ่อค้าแม่ค้าเตรียมจัดโปรโมชันล้างสต็อก "นาทีทอง" ลด แลก แจก แถม กันแบบจุกๆ แน่นอน!

หาม 'สุริยะ' ส่งรพ.กลางดึก! วูบหมดสติ แพทย์ทำ CPR ช่วยชีวิตพ้นขีดอันตราย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลที่อุดรธานี เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

รวบ 2 หนุ่มอุดรฯ รับโอนเงินแก๊งคอลฯ อ้างให้ยืมบัญชี แลกเหล้าขาวขวดเดียว

กองปราบรวบ 2 ผู้ต้องหาชาวอุดรธานี เอี่ยวขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเหยื่อสูญเงินกว่า 7.6 แสนบาท พบหนึ่งในผู้ต้องหาเปิดบัญชีรับเงิน ก่อนโอนต่อฟอกผ่านคริปโตฯ อีกคนอ้างถูกเพื่อนหลอกยืมบัญชี แลกเหล้าขาว 1 ขวด ไม่คิดว่าจะถูกนำไปใช้ก่อคดี