
เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี และหลายคนสามารถใช้ AI ได้อย่างคล่องตัว ทั้งการค้นหาข้อมูล สร้างสรรค์ผลงาน หรือช่วยจัดการงานในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการใช้ AI เป็น แต่คือการ เข้าใจ AI และรู้จักใช้ให้เป็น ทั้งรู้ว่า AI ทำงานอย่างไร ควรใช้เมื่อใด และจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม เพราะความเข้าใจจะช่วยให้เยาวชนสามารถคิด วิเคราะห์ ตั้งคำถาม ตรวจสอบข้อมูล และใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ แทนที่จะพึ่งพาเทคโนโลยีโดยปราศจากความเข้าใจ
ด้วยเหตุนี้ LINE MAN Wongnai Tech Camp 2026 ค่ายเยาวชนที่มุ่งพัฒนาทักษะด้าน AI ให้กับเด็กไทย ซึ่งมีนักเรียนจากทั่วประเทศเข้าร่วมประมาณ 100 คน จึงไม่ได้เน้นเพียงการเรียนรู้เครื่องมือ แต่ให้ความสำคัญกับการสร้าง AI Thinking หรือกระบวนการคิดที่จะช่วยให้เยาวชนมองเห็นว่า AI สามารถนำมาใช้เพื่อคิด แก้ปัญหา และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างไร ผ่าน “AI Thinking Framework” ที่พัฒนาจากประสบการณ์การใช้งานจริงของ LINE MAN Wongnai เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ให้เยาวชนได้นำไปต่อยอดทั้งในห้องเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิต พร้อมเตรียมความพร้อมสู่โลกอนาคตที่ AI จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในทุกมิติ

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่าปัจจุบัน AI เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้ โดยช่วยให้แต่ละคนเรียนรู้สิ่งใหม่ได้รวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกัน Online Learning และ Personalized Learning ยังช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงองค์ความรู้ที่เหมาะกับความสนใจและความต้องการของตนเองมากขึ้น จึงจำเป็นต้องสร้างระบบการเรียนรู้ที่ทำให้คนกล้าปรับเปลี่ยนความรู้เดิมเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม และพร้อม Reskill หรือ Upskill เพื่อให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้
สำหรับ TechCamp รมว.อว. กล่าวว่า ถือเป็นตัวอย่างของการสร้างSpark ด้วยการเปิดโอกาสให้คนจากหลากหลายพื้นที่ สาขา และพื้นฐานได้พบและทำงานร่วมกัน ทำให้เห็นถึงความสามารถที่แตกต่างกันของแต่ละคน ขณะเดียวกัน การพัฒนาทักษะ AI ควรมีหลายระดับ ตั้งแต่การสร้าง AI Literacy ให้มีความรู้พื้นฐานและสามารถใช้ AI ได้อย่างเข้าใจ ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากรเฉพาะทาง เช่น AI Researcher และ AI Engineer รวมถึงการ Reskill และ Upskill ด้าน Data Analytics เพื่อรองรับการขับเคลื่อนองค์กรและประเทศในอนาคต

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่าโครงการ TechCamp จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดย 2 ปีแรกมุ่งสร้างความหลากหลายและเปิดโอกาสให้เยาวชนจากหลากหลายกลุ่มเข้าร่วม ขณะที่ปีนี้ปรับเป้าหมายมาเน้นการยกระดับวิธีคิดและการทำงานด้วย AI ให้กับเยาวชน โดยเยาวชนที่เข้าร่วมอายุประมาณ 14-15 ปี เพื่อเติมองค์ความรู้ให้เท่าทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และตอกย้ำความสำคัญของการสร้างเศรษฐกิจ AI รวมถึงการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น AI Company
ในฐานะภาคเอกชน ยอด กล่าวว่า บริษัทเชื่อว่าการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งควรเริ่มตั้งแต่ต้นทาง จึงมุ่งพัฒนาทักษะให้กับเยาวชน โดยนำประสบการณ์จากการใช้ AI จริงในองค์กร ซึ่งปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้ในหลากหลายส่วน ตั้งแต่ Software Engineering, Operation ไปจนถึงแอปพลิเคชันและระบบเบื้องหลัง มาถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นใหม่จากประสบการณ์การทำงานและการนำ AI มาใช้งานจริง จึงได้นำบทเรียนและองค์ความรู้ที่สะสมมาพัฒนาเป็น AI Thinking Framework เพื่อถ่ายทอดให้ผู้เข้าร่วมโครงการและส่งต่อสู่สังคม
ยอด กล่าวต่อว่า โดย TechCamp 2026 จัดกิจกรรมภายใน 1 วัน ช่วงเช้าเน้นการให้ความรู้และทำความเข้าใจแนวคิดเกี่ยวกับ AI ส่วนช่วงบ่ายเป็น Workshop ให้น้อง ๆ ทดลองนำ AI Thinking Framework ไปประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง พร้อมนำเสนอผลลัพธ์จากการทดลองใช้งาน โดยบริษัทเปิดให้ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด AI Thinking Framework ไปใช้งานได้ฟรี และได้ตั้งเป้าหมายระยะยาวคือการสร้าง AI Talent ในทุกระดับ เพื่อยกระดับศักยภาพคนไทยและผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์รวมบุคลากรคุณภาพที่พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกในยุค AI
“คนที่ปรับตัว คนที่เปิดใจ และคนที่พร้อมเรียนรู้ ก็มีโอกาสที่จะทำได้ดีกว่า ดังนั้น AI หรือการใช้ AI จึงมีส่วนสำคัญมาก ๆ และไม่ได้คิดว่า AI จะมาแทนคน แต่คิดว่า AI น่าจะมาแทนคนที่ไม่ใช้ AI มากกว่า” ยอด กล่าว

สิปปภาส ใจทัศน์กุล นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยรังสิต จ.ปทุมธานี เล่าว่า ตอนนี้ใช้ AI อยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะเรื่องเขียนโค้ดและทำโปรเจกต์ เพราะช่วยลดเวลาในการทำงาน ทำให้มีเวลาไปเรียนรู้และพัฒนางานด้านอื่นมากขึ้น แต่สุดท้ายแล้วคนก็ยังต้องเป็นคนคุมและตรวจสอบ AI อยู่ดี โดยครั้งนี้เป็นการมา Tech Camp ปีที่ 2 เพราะอยากเรียนรู้ AI Thinking Framework แล้วเอาไปปรับใช้กับโปรเจกต์ที่ทำในอนาคตส่วนตัวยังใช้ AI ช่วยเรื่องเรียนและเตรียมตัวสอบด้วย และมองว่าในอนาคต AI จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งเรื่องเรียนและการทำงาน คนที่ใช้ AI เป็นก็จะได้เปรียบมากขึ้น ซึ่งโรงเรียนตอนนี้ยังไม่ได้มีสอน AI โดยตรง การได้มาเรียนรู้และทดลองใช้ AI แบบจริงจังผ่านแคมป์ จะช่วยให้เข้าใจและนำไปใช้ได้ดีขึ้นในอนาคต

ครองขวัญ มีบุญ นักเรียนชั้นม.5 โรงเรียนราชินี กรุงเทพฯ เล่าว่า สนใจมางด้าน AI และอยากทำความเข้าใจในหลายๆด้าน เพราะปกติชอบทำการแข่งขันด้านนวัตกรรม และช่วงหลัง ๆ หลายเวทีก็เริ่มเอา AI มาช่วยพัฒนาผลงาน ทำให้นวัตกรรมน่าสนใจและต่อยอดได้มากขึ้น เลยอยากมาเรียนรู้ว่า AI จะช่วยคิดและพัฒนางานให้ดีขึ้นได้ยังไง ส่วนตัวมองว่า AI เหมือนเป็นผู้ช่วยที่ช่วยได้หลายเรื่อง ทั้งเวลาคิดไอเดียไม่ออกก็ให้ช่วยระดมความคิด ใช้ช่วยเรียน หรือช่วยเขียนโค้ดได้ด้วย และคิดว่าอนาคต AI จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับแทบทุกอาชีพ ทุกคนเลยต้องปรับตัวและเรียนรู้ AI เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะคนที่สนใจสายเทคโนโลยีหรือวิศวกรรม ซึ่งตอนนี้ที่โอกาสเรียนมีหลักสูตร AI ที่สอนทั้ง Machine Learning และ Deep Learning ทำให้ได้เข้าใจการทำงานของ AI ตั้งแต่พื้นฐานมากขึ้น

ศศิธร กิตติวุฒิไกร ม5 โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เล่าว่า ในอนาคตอยากเรียนต่อและทำงานสายวิศวกรรมหรือเทคโนโลยี จึงอยากเรียนรู้การทำงานของเอไอให้เพิ่มมากขึ้น และทำความเข้าใจบริษัทต่างๆ มีการนำ AI มาใช้ในทำงานกันอย่างไร ซึ่งปกติมีการใช้ AI ช่วยเรื่องการเรียน โดยเฉพาะการทำการบ้าน ตอบคำถาม และช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ แต่ก็ไม่ได้เชื่อคำตอบของ AI ทั้งหมด เพราะยังต้องใช้ความคิดและวิจารณญาณของตัวเองในการตัดสินใจด้วย เพราะยังเชื่อว่ามนุษย์มีความสามารถที่ AI ทดแทนไม่ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กรณ์' ตั้งคำถาม 'ดีลแบบไหน' คุ้มค่ากับการลงทุน 'ดาต้าเซ็นเตอร์' ให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับประชาชน
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้นำทีมพรรคประชาธิปัตย์ยื่นญัตติด่วน เสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากการลงทุน Data Center ขนาดใหญ่ เพื่อให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุน พร้อมคุ้มครองทรัพยากรและผลประโยชน์ของประชาชนคนไทย มีเนื้อหาดังนี้
เฉลิมพระเกียรติ “กรมสมเด็จพระเทพฯ 72 พรรษา” ครม.เห็นชอบหลักการจัดตั้ง “สถาบันอุดมศึกษาประจำจังหวัดน่าน”
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.)
“อ.เชน – ยศชนัน” ลงพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ จ. สงขลา ลั่นต้องเชื่อมโยงผู้ประ กอบการ ชุมชน ภาครัฐ และภาคสังคมเข้าด้วยกันเพื่อบ่มเพาะธุรกิจไทยให้ก้าวไปสู่ระดับยูนิคอร์น
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ลงพื้นที่ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ (จ. สงขลา) เพื่อเยี่ยมชมผลงานนวัตกรรมการใช้ประโยชน์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้ ภายใต้โครงการ South Innovation Bridge การเชื่อมโยงเครือข่ายนวัตกรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ โดยมีผู้บริหารมหาวิทยาลัยในพื้นที่ภาคใต้ นักวิจัย

