GeoAI รวมศูนย์ข้อมูล ยกระดับเกษตรไทยไปจนถึงคำนวณ'คาร์บอน เครดิต'

เมือข้อมูลเชิงพื้นที่ ผสานพลังกับ AI เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศกำลังก้าวจากการบอกว่าอะไรอยู่ที่ไหน  สู่การวิเคราะห์เชิงลึกและคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้น เพื่อเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นอินไซต์และช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำยิ่งขึ้น โดยมี “GeoAI” เป็นเทคโนโลยีสำคัญในการขับเคลื่อน

ล่าสุด บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ในกลุ่มบริษัทซีดีจี จัดงาน Thai GIS User Conference 2026 (TUC 2026) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 30 ภายใต้แนวคิด “GIS – Creating a More Intelligent World” นำเสนอศักยภาพของ GeoAI บนแพลตฟอร์ม ArcGIS ผ่าน 3 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ AI Tools & Models, AI Assistants และ Agentic AI ที่ช่วยวิเคราะห์ คาดการณ์ ค้นหาอินไซต์ และลดขั้นตอนการทำงาน สู่การตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ “Agri-Map” โดยกรมพัฒนาที่ดิน แพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงานภาครัฐ เพื่อพัฒนาเป็นเครื่องมือวิเคราะห์เชิงพื้นที่สำหรับภาคการเกษตร ช่วยตอบโจทย์ตั้งแต่การเลือกพื้นที่และวางแผนเพาะปลูก การบริหารจัดการดินและน้ำ ไปจนถึงการประเมินความเสี่ยงและวางแผนรับมือ เป็นอีกก้าวของการเปลี่ยนข้อมูล ให้เป็นการตัดสินใจเมื่อ GIS และ AI เข้ามาทำงานร่วมกัน เทคโนโลยีไม่ได้เพียงช่วยให้เห็นภาพพื้นที่ชัดขึ้น แต่ยังช่วยมองไปข้างหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนและความเสี่ยง พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้ภาคการเกษตรและเกษตรกรไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า การพัฒนาแพลตฟอร์มด้านการเกษตรกำลังก้าวจากการทำแผนที่ สู่การใช้ GIS เชื่อมโยงข้อมูลการเกษตร เพื่อสนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจในระดับพื้นที่ ครอบคลุมทั้งการใช้ AI และ Big Data การเพิ่มรายได้เกษตรกร การบริหารจัดการดินและน้ำ ตลอดจนการรับมือ PM2.5 และ Carbon Credit จึงเกิดแนวคิดรวบรวมข้อมูลจากหลายหน่วยงานไว้บนแพลตฟอร์มเดียว เพื่อเปลี่ยนข้อมูล ให้เป็น อินไซต์ที่นำไปใช้ได้จริง

การใช้งานแพลตฟอร์มกลางด้านการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน จะเชื่อมโยงข้อมูลประมาณ 13 กลุ่มข้อมูล ทั้งทรัพยากรดินและน้ำ พื้นที่เกษตร เกษตรกร แหล่งผลิต แหล่งรับซื้อ โรงงาน และภัยพิบัติ พร้อมเตรียมเพิ่มข้อมูลอีก 2 กลุ่มสำคัญ คือ ข้อมูลด้านการตลาดและภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อช่วยตอบคำถามว่า ควรปลูกอะไร ที่ไหน และเมื่อใด โดยมี Core GIS เป็นฐานกลางสำหรับเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายหน่วยงาน

โดยระบบถูกออกแบบให้รองรับผู้ใช้งาน 5 กลุ่ม ได้แก่ 1. ผู้บริหาร ใช้ Dashboard ติดตามสถานการณ์และตัดสินใจเชิงนโยบาย 2. ผู้เชี่ยวชาญและนัก GIS ใช้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ขั้นสูง 3. เจ้าหน้าที่และนักวิชาการในพื้นที่ รองรับการทำงานแบบ Offline 4. เกษตรกรและประชาชน เข้าถึงข้อมูลความเหมาะสมของพื้นที่และตลาด และ 5.เจ้าหน้าที่ภาคสนาม ใช้ Mobile เก็บข้อมูลได้ทั้ง Online และ Offline โดยทุกกลุ่มใช้ข้อมูลจากฐานกลางชุดเดียวกัน

“อีกหัวใจสำคัญคือการนำ AI และ GeoAI มาใช้ 3 ด้าน ตั้งแต่การสืบค้นข้อมูลด้วยภาษาธรรมชาติ การเพิ่มประสิทธิภาพภาพถ่ายดาวเทียมด้วยเทคโนโลยี Super Resolution ไปจนถึงการพัฒนาโมเดลเพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์เชิงพื้นที่ ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องค้นข้อมูลจากหลายแหล่งด้วยตนเอง และสามารถเปลี่ยนจากการตอบว่าอะไรอยู่ที่ไหน ไปสู่การเข้าใจ วิเคราะห์ และคาดการณ์ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น” ดร.สุมิตรา กล่าว

ดร.สุมิตรา กล่าวถึงมุมการใช้งานสามารถต่อยอดได้ตั้งแต่การวิเคราะห์พื้นที่เพาะปลูก โดยพิจารณาข้อมูล ดิน น้ำ สภาพพื้นที่ และประวัติการผลิต เพื่อประเมินความเหมาะสมของพื้นที่และช่วงเวลาที่เหมาะสม ไปจนถึงการประเมินความเสียหายจากภัยพิบัติ การติดตามพื้นที่เผา และการต่อยอดสู่ Carbon Credit สะท้อนให้เห็นว่าข้อมูลชุดเดียวสามารถนำไปใช้สร้างประโยชน์ได้หลายมิติ ทั้งด้านการผลิต การบริหารจัดการ และการรับมือความเสี่ยง

เป้าหมายของแพลตฟอร์มจึงไม่ใช่เพียงการรวบรวมข้อมูล แต่คือการทำให้ข้อมูลนำไปสู่การตัดสินใจที่ดีขึ้นและแม่นยำขึ้น โดยเปิดทางให้หน่วยงาน นักพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ใช้งานเข้ามาร่วมสร้าง Community พัฒนา Use Case และต่อยอดข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ GIS และ AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับภาคการเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนและความเสี่ยง และสร้างโอกาสทางรายได้ให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

แพร พันธุมวนิช ประธานบริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันองค์กรมีทั้งเทคโนโลยี AI และข้อมูลจำนวนมหาศาล แต่สิ่งสำคัญคือการเข้าใจบริบทของสถานที่ เพราะการตัดสินใจที่แม่นยำไม่ได้ตอบเพียงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ต้องรู้ด้วยว่าเกิดขึ้นที่ไหนและเกี่ยวข้องกับอะไร การผสาน GeoAI บนแพลตฟอร์ม ArcGIS จึงช่วยเชื่อมโยงข้อมูลผ่านมิติของ Location สู่การสร้างอินไซต์ที่นำไปใช้ได้จริง สอดคล้องกับแนวคิด GIS – Creating a More Intelligent World

แพร กล่าวต่อว่า การยกระดับครั้งนี้สะท้อนทิศทางของ Esri Thailand ในการพัฒนา ArcGIS สู่ Strategic Location Intelligence Platform โดยมี GeoAI เป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนจากการมองเห็นสถานการณ์ไปสู่การวิเคราะห์และคาดการณ์ ผ่าน 3 ขีดความสามารถ ได้แก่ AI Tools & Models ที่ช่วยวิเคราะห์และคาดการณ์ความเสี่ยง, AI Assistants ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงและสั่งงานข้อมูลเชิงพื้นที่ผ่านภาษาธรรมชาติ และ Agentic AI ที่ยกระดับการทำงานสู่ระบบอัตโนมัติ เชื่อมโยง Workflow และส่งต่อการปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว

เทคโนโลยีทั้ง 3 ด้านจะช่วยให้องค์กรรับรู้สถานการณ์ล่วงหน้า วิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างลึกซึ้ง และลดความซับซ้อนของกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การตรวจจับการเปลี่ยนแปลงจากภาพถ่ายดาวเทียมและโดรน การประเมินความเสี่ยง ไปจนถึงการสรุปผลและขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน โดยไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้าน GIS ในระดับสูง พร้อมยกระดับการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อองค์กรและสังคม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุชา' ดันต่อเนื่อง 'เกษตรพ่วงปศุสัตว์' ยกเป็นโมเดลเกษตรกรจับเงินล้าน

‘รมช.อนุชา’ ชื่นชมความสำเร็จ พื้นที่ Agri-Map ยกเป็นตัวอย่างเกษตรกร ปรับเปลี่ยนสู่ร่ำรวย เกษตรกรปลื้มรายได้เพิ่มขึ้น ได้มีโอกาสจับเงินล้าน มีอนาคตที่ดีขึ้น

‘รมช.อนุชา’ ลุยสุโขทัย ดันตำบลนาขุนไกรเป็นโมเดล เน้นใช้ Agri-Map ปรับเปลี่ยนพื้นที่นา มาปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ สร้างรายได้ให้เกษตรกร

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริการจัดการเชิงรุก (Agri-Map)